ประชาธิปัตย์ เปิดตัวทีมอเวนเจอร์ ‘เศรษฐกิจยุคใหม่’ ฟื้นฟูพรรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวทีมเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy)
  • ในทีมเศรษฐกิจทันสมัย มีการดึงเอาบุคคลชั้นนำในวงการต่าง ๆ มาเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้าน
  • จะมีการดึงเว็บซื้อขายออนไลน์มาช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้ชาวบ้าน ในการกระจายสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้ เพื่อให้ชาวบ้านมีตลาดเพิ่มเติม

วันที่ 17 มิ.ย. 2562 ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ เปิดตัวทีมเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy) และคนรุ่นใหม่ โดยดึงบุคคลที่มีศักยภาพในด้านต่างๆ ที่เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค

ทั้งนี้ทีมเศรฐกินใหม่นำโดย นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ,ดร.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ ,นางอักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อดีตข้าราชการสังกัดกองการค้าพหุภาคี ,นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธาน Shell International กูรูด้านพลังงาน ,นายนาวี นาควัชระ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรี นวัตกรรมชาวบ้าน ,นายสุริยะพงศ์ ทับทิมแท้ Sharing Economy เศรษฐกิจแบ่งปัน ,นายสัญชัย พอพลี Blockchain advisor ,ปิยะดา ปุณณกิติเกษม Coach กลยุทธ์การตลาด ,นางฮอลลี่ อัมระนันท์ นักรณรงค์การป้องกันรักษาโรคมะเร็งเต้านมและสิทธิสตรี ,นายสมศักดิ์ บุญคำ นักวิชาการด้านการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค กล่าวว่า

การขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของพรรครอบนี้ ต้องลงพื้นที่เข้าไปแก้ปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้าน สร้างแรงงานที่มีฝีมือ จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาแก้ปัญหา จะมีการดึงเว็บซื้อขายออนไลน์มาช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้ชาวบ้าน ในการกระจายสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้ เพื่อให้ชาวบ้านมีตลาดเพิ่มเติม ส่วนบททบาทของทีมเศรษฐกิจทันสมัย จะลงไปทำกิจกรรมและฝึกฝีมือให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างจริงจัง

ทั้งคณะทำงานชุดนี้จะมีบทบาทในการเสนอไอเดียระดมมันสมองคิดนโยบายที่เหมาะสม ตั้งเป้า 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน เช่นในระยะสั้น มีกฎหมายใดที่ไม่ป็นธรรม ทีมทำงานจะเข้าไปช่วยดู เช่น เวปไซต์อะโคด้า หรือ บุ๊กกิ้ง ที่ใช้ทรัพยากรในประเทศไทย มีกำไรมหาศาล แต่ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้การทำงานของคณะทำงานชุดนี้จะขับเคลื่อนในส่วนของพรรคไม่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายให้รัฐมนตรีของพรรคไปดำเนินการ

‘บิ๊กป้อม’ อำลากระทรวงกลาโหม แต่ยังประคองรัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีกระแสข่าวกรณี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จะอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเพียงอย่าง
  • เหตุผลที่ พลเอกประวิตร ลดบทบาททางการเมืองเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่ยังคงประคับประคองรุ่นน้องในรัฐบาลตามเป้าหมาย

‘บิ๊กป้อม’ ส่งสัญญาณอำลากระทรวงกลาโหม แต่ยังประคองรัฐบาลโดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งความสำคัญในรัฐบาลที่มีกระแสข่าวว่าชื่อรัฐมนตรีอาจมีการเปลี่ยนแปลงคือ “กระทรวงกลาโหม” หลัง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แสดงท่าทีว่าอาจลงจากตำแหน่ง และรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียว เพื่อประคับประคองรุ่นน้องในรัฐบาลควบคู่กับปัญหาสุขภาพที่ยังรุมเร้า

ซึ่งตลอด 5 ปีของรัฐบาล คสช. ปฎิเสธไม่ได้ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป้อม ถือเป็นพี่ใหญ่คอยประคับประคองให้น้องเดินหน้าทำงานจนสำเร็จตามเป้าหมาย รวมถึงผลักดันให้น้องรักอย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาถึงฝั่งฝันนั่งนายกรัฐมนตรีต่ออีก 1 สมัย

แต่การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้กลับเรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อพลเอกประวิตร ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะลดบทบาททางการเมืองลง โดยตัดสินใจไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่อ และจะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเพียงตำแหน่งเดียวด้วยเหตุผลหลักคือเรื่องปัญหาสุขภาพ พลเอกประวิตร เปรยกับสื่อบ่อยครั้งในระยะหลัง

สำหรับการส่งไม้ต่อในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีชื่อของบุคคลต่างๆ ปรากฏก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดสื่อหลายสำนัก ต่างเห็นตรงกันว่า พลเอกประยุทธ์ จะนั่งในตำแหน่งนี้เอง เนื่องจากกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่สำคัญด้านความมั่นคงที่คุมเหล่าทัพและหน่วยทางทหาร โดยถือเป็นกำลังหลักของรัฐบาลในการทำโครงการต่างๆ ซึ่งในช่วง 5 ปี คสช. ทหารได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทั้งการจัดระเบียบสังคมและการช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติที่นอกเหนือจากงานการปกป้องประเทศ

การที่พลเอกประยุทธ์เข้ามาแบ่งเบาภาระงานแทนพลเอกประวิตร จึงเป็นเงื่อนไขที่ลงตัวมากที่สุด เพราะอาจยังไม่ไว้ใจใครเท่ากับพี่น้องที่เติบโตร่วมกันมายาวนาน

หากพลเอกประวิตรเข้ารับตำแหน่งรองนากยรัฐมนตรี ก็จะรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่าทีล่าสุดยังแบ่งรับแบ่งสู้แต่ก็พร้อมทำหน้าที่ต่อหากมีรายชื่อในการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี ด้วยภาระกิจของรัฐบาลใหม่ที่หนักอึ้ง โดยไร้เครื่องมืออย่าง มาตรา 44 และต้องเจอความเขี้ยวลากดินของเหล่าบรรดานักการเมืองทั้งภายในพรรคและพรรคฝ่ายค้าน

ซึ่งเหตุนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่พลเอกประวิตร ยังทิ้งเหล่าบรรดาน้องๆ ให้เดินไปเพียงลำพังไม่ได้ จึงอาจต้องอยู่ช่วยประคองประคองรัฐบาลให้อยู่ได้นานที่สุดในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำแบบนี้

ฮาสนั่นโซเซียล ทีมงานเผลอใส่ฟิลเตอร์หูแมวให้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทีมงานของพรรค PTI ในปากีสถาน เผลอกดโดนฟิลเตอร์ “หน้าแมว” ในระหว่างการถ่ายทอดสดการประชุมสำคัญ
  • ชาวโซเซียลของปากีสถานต่างพากันตลก ชอบใจในเรื่องที่เกิดกระแสอย่างมากบนโซเซียล

เป็นเรื่องตลกไปทั้งโลกโซเซียลของประเทศปากีสถาน หลังทีมงานของรัฐมนตรีท้องถิ่นในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา ได้เผลอใส่ฟิลเตอร์แมวเหมียว ในระหว่างการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา

โดยในการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมได้มีการไฟล์ผ่านทางเฟซบุ๊กของพรรค PTI Khyber Pakhtunkhwa ทีมงานของนายกฯ อิมราน คาน เผลอไปกดโดนฟิลเตอร์ “หน้าแมว” ทำให้ระหว่างที่นาย เชาคัท ยูซาฟไซ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีท้องถิ่นด้านสารสนเทศ กำลังอภิปรายและตัดสินใจในประเด็นสำคัญของเมืองเปศวาร์ ทำให้มีหูแมวแทรกขึ้นมาบนหน้าของนาย เชาคัท ยูซาฟไซและผู้ติดตาม

ผลที่เกิดขึ้น ทำเอาชาวปากีสถานที่รับชมไลฟ์ดังกล่าวถึงกับฮากันท้องแข็งไปตามๆ กัน แม้ว่าในเวลาต่อมา ทีมงานจะได้ทำการลบคลิปดังกล่าวออกไปจากเฟซบุ๊กของพรรคแล้วก็ตาม แต่ภาพความฮา ยังคงถูกแชร์กันใน Twitter ของชาวปากีสถานอยู่

โดยล่าสุด Twitter ของพรรค PTI ได้โพสต์ขอความขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาสร้างกระแสอะไร เป็นเพียงความผิดพลาดเท่านั้น และจะระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก