รอง ผบ.ตร. เผยเตรียมออกหมายจับเพิ่ม 4 คน คดีวินจยย. ยกพวกตีกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • คดีหน้าคดีวินมอเตอร์ไซค์ยกพวกตี ล่าสุดจับได้แล้ว 2 ราย อีกหนึ่งรายอยู่ระหว่างการจับกุม
  • เตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย

จากกรณีเหตุวินมอเตอร์ไซค์ยกพวกตีกันกลางถนน บริเวณตลาดอุดมสุข สุขุมวิท 103 เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทส่งของชื่อดัง ถูกลูกหลงจากกระสุนปืนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่าเป็นความขัดแย้งกันระหว่าง 2 วินมอเตอร์ไซค์

ล่าสุดวันนี้ (16 มิ.ย.62) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. , พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก. สน.บางนา และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมความคืบหน้า ในกรณีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างก่อเหตุยกพวกตีกัน บริเวณซอยสุขุมวิท 103/2 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. จนมีชาวบ้านถูกกระสุนปืนเสียชีวิต

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ได้มีการออกหมายจับวินรถจักรยานยนต์ อุดมสุข1 จำนวน 3 ราย คือ นายปิยะ หรือหมู อายุ 45 ปี , นายรังสรรค์ หรือ เอ็กซ์ อายุ 29 ปี และ นายวันชัย หรือ อั้ม อายุ 36 ปี รวม 5 ข้อหา

ประกอบด้วยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว , ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน

ซึ่งล่าสุดตำรวจสามารถจับกุม นายรังสรรค์ และนายปิยะ ได้แล้ว ส่วนนายวันชัย อยู่ในระหว่างติดตามจับกุม นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม นายเจริญ หรือต่อ เจริญผล อายุ 34 ปี วินจักรยานยนต์อุดมสุข รุ่งเรือง พร้อมอาวุธปืน ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก ในข้อหา ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติ จะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก แต่ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐาน

ทางด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 3 ราย ขณะนี้อยู่ในระหว่างเตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่ม 4 ราย ซึ่งข้อหาจะต่างกันไป และอยู่ระหว่างสอบพยานเพิ่มเติม เพื่อออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากกว่า 7 ราย

ส่วนกรณีที่จะออกหมายจับ นายประมุข และ นายจิรพงศ์ หรือไม่นั้น ยังไม่ถึงขั้นตอนการออกหมายจับ ยังอยู่ในฐานะพยาน ส่วนกรณีมีการแชร์คลิปวีดีโอแล้วปรากฏภาพผู้ตายขณะเกิดเหตุนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเบื้องต้นไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนกระทำ และเหตุเกิดในวันเวลาใด ขอเวลาเจ้าหน้าที่ในการทำงาน

‘พลังประชารัฐ’ จ่อยื่น ‘ชวน’ ชงส่งศาล รธน. เอาผิด ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เตรียมยื่นเรื่องต่อ ‘ชวน หลีกภัย’ ส่งศาล รธน. เอาผิด ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ
  • ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ชี้ควรตรวจสอบ ส.ส.ที่มีชื่อเป็นผู้ถือครองหุ้นในลักษณะเดียวกันให้ครบทุกพรรค

วันนี้ (16 มิ.ย.62) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนเองและเพื่อน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอีกจำนวนหนึ่ง กำลังรวบรวมข้อมูลการถือครองหุ้น ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน 7 พรรคการเมือง ที่มีชื่อเป็นผู้ถือครองหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการ ประเภท หนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน

เพื่อทำคำร้องยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ห้ามผู้สมัคร ส.ส.เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยเบื้องต้น ตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านแล้ว พบว่าเข้าข่ายดังกล่าวประมาณ 20 คนขึ้นไป

ส่วนกรณีที่นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้ร่วมกันยื่นคำร้องให้ตรวจสอบ ส.ส. 41 คนของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลนั้น เห็นว่า ควรจะต้องตรวจสอบ ส.ส.ที่มีชื่อเป็นผู้ถือครองหุ้นในลักษณะเดียวกันให้ครบทุกพรรค เพื่อความชัดเจน และปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่เลือกตรวจสอบแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่ทำ

อย่างไรก็ตามคาดว่า จะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดประกอบคำร้องและลงชื่อร่วมกับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลให้ครบ 50 คน และยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์นี้ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ส.ส.สงขลา เตรียมร้องดีเอสไอเอาผิด ‘บัตรพลังงานลวงโลก’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ส. เขต 2 จังหวัด สงขลา เตรียมเข้าร้องเรียนดีเอสไอเอาผิด ‘บัตรพลังงานลวงโลก’
  • ’บัตรพลังงาน’ นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาเตือนว่าควรหยุดใช้ หลังพบว่าบัตรดังกล่าวมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

จากกณี ‘บัตรพลังงาน‘ หรือ ‘บัตรพลังงานรักษาโรค‘ แค่ แตะ จุ่ม ก็สามารถรักษาโรคได้สารพัด ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดอย่างมากในหลายจังหวัด ทางแถบอีสานบ้านเรา โดยจากข้อมูลชาวบ้านที่ตัดสินใจซื้อ ‘บัตรพลังงาน’ ส่วนใหญ่มีอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยบัตรดังกล่าวมีราคาตั้งแต่ 1,000-1,500 บาท ซึ่งภายหลังทั้งนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาเตือนว่าควรหยุดใช้บัตรดังกล่าว เนื่องจากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าบัตรดังกล่าวมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยล่าสุดนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช และ นายศาตรา ศรีปาน ส.ส. เขต 2 จังหวัด สงขลา จะมาร้องขอความเป็นธรรม​และหารือ​เพื่อหามาตรการดำเนินการเรื่อง บัตรลวงโลก​ที่อ้างว่า​สัมผัสแล้วจะหายจากโรคภัยต่างๆ โดยมี​พ.ต.ต.วรณัน​ ศรีล้ำ​ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ​และรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ​เป็นผู้รับเรื่อง ซึ่งจะเข้าร้องเรียนในวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย.62)