‘พี่ตูน’ เริ่มออกวิ่ง ระดมเงินบริจาคช่วย 8 โรงพยาบาล ภาคอีสาน

โครงการวิ่งครั้งใหม่ในปีนี้ 2562 ของนักร้องหนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” เพื่อระดมทุนมอบให้กับ 8 โรงพยาบาลชุมชนในภาคอีสาน โดยเส้นทางโครงการ “ก้าว” ในภาคอีสาน จะเริ่มต้นจากด่านพรมแดนจังหวัดหนองคาย และมีปลายทางอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทั้งหมดจะอยู่บนเส้นทางถนนมิตรภาพ โดยการวิ่งครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 วัน ในวันที่ 15-16 มิถุนายน 2562 นี้ รวมระยะทางการวิ่งในครั้งนี้ทั้งสิ้น 176 กิโลเมตร

ซึ่งในวันนี้ (15 มิ.ย. 62) ตูน บอดี้สแลม ได้เริ่มออกวิ่งจากสะพานมิตรภาพไทย/ลาว โดยมีดารานักแสดง นักร้อง หลายท่านเข้าร่วมวิ่งด้วยกันในครั้งนี้ ล่าสุด พี่ตูน วิ่งเข้าสู่ set ที่ 5 หมวดการทางอุดรธานี (เก่าน้อย) ถึง PTT สาขาอุดรธานี-ขอนแก่น

สำหรับโครงการวิ่งในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ 2562-2563 ทั่วประเทศ” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ยังต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยมุ่งหวังช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ ในภาคอีสาน โดยช่องทางการบริจาค เพื่อมอบให้แก่ 8 โรงพยาบาลชุมชนในภาคอีสานดังนี้

  1. โรงพยาบาลบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
  2. โรงพยาบาลสระใคร จ.หนองคาย
  3. โรงพยาบาลสังคม จ.หนองคาย
  4. โรงพยาบาลนาวัง จ.หนองบัวลำภู
  5. โรงพยาบาลหนองหาน จ.อุดรธานี
  6. โรงพยาบาลกุมภวาปี จ.อุดรธานี
  7. โรงพยาบาลพล จ.ขอนแก่น
  8. โรงพยาบาลขอนแก่น2 จ.ขอนแก่น

ข้อมูล เพจ ก้าว

กรุงเทพโพลล์ เผยประชาชนส่วนใหญ่ มองรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพน้อย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 65.6% มองว่ารัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพน้อย
  • ส่วนนโยบายที่ควรเร่งแก้ไขคือเรื่อง ช่วยเหลือผู้ยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม
  • นโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้กับประชาชน ส่วนใหญ่มองว่าควรเพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน

กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “มุมมองประชาชนต่อความท้าทายที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,196 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.6 เห็นว่ารัฐบาลใหม่จากการผสมกว่า 19 พรรคการเมือง จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 34.4 เห็นว่า จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

สำหรับสิ่งที่รัฐบาลใหม่จะเผชิญกับความท้าทายด้านเสถียรภาพทางการเมืองมากที่สุดคือ ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล การจัดสรรตำแหน่ง โควตารัฐมนตรี คิดเป็นร้อยละ 64.1 รองลงมาคือ กระแสข่าวโจมตีรัฐบาล คิดเป็นร้อยละ 43.8 และจำนวนเสียงที่ใกล้เคียงกันระหว่าง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน คิดเป็นร้อยละ 41.6

ส่วนนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศและแก้ปัญหาต่างๆ สานต่อจากที่ค้างคาไว้ในอดีต แบบไร้รอยต่อพบว่า อันดับแรกคือ ช่วยเหลือผู้ยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม คิดเป็นร้อยละ 59.6 รองลงมาคือ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การลงทุน ที่มีนวัตกรรมและการวิจัย คิดเป็นร้อยละ 58.1 และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น คิดเป็นร้อยละ 44.7

สุดท้ายเมื่อถามว่านโยบายหาเสียงของฝ่ายรัฐบาลที่อยากให้รีบดำเนินการมากที่สุดคือ เพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน คิดเป็นร้อยละ 53.1 รองลงมาคือ ทวงคืนกำไรให้ชาวสวน ชาวนา คิดเป็นร้อยละ 51.5 และเศรษฐกิจประชารัฐ คิดเป็นร้อยละ 45.3

โพสต์คลิป “มิเตอร์เทอร์โบ” เหยียบปุ๊บค่าโดยสารพุ่งปั๊บ ทำภาพลักษณ์คนขับแท็กซี่ด้วยกันเสียหาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริษัท Smart Taxi โพสต์คลิปตรวจพบ “มิเตอร์เทอร์โบ” ระบุตรวจเจอเป็นระยะๆ
  • เหตุส่วนใหญ่เพราะแท็กซี่เปลี่ยนมือ มีทั้งคนเก่าทิ้งรถ ทิ้งสัญญาเช่า แล้วหนี ส่วนคนที่มาก็คือคู่สัญญาใหม่ครับ หรือกรณีรถเช่าก็คนขับเก่าหนีค่าเช่า คนใหม่ก็มาขับต่อ จึงตรวจพบว่า แอบไปทำมิเตอร์เทอร์โบมา
  • วอนรัฐปรับโครงสร้างราคาลดปัญหา “มิเตอร์เทอร์โบ”

วันนี้  (15 มิถุนายน) เฟซบุ๊ก Smart Taxi co.ltd ได้โพสต์คลิปเหตุตรวจพบ “มิเตอร์เทอร์โบ” โดยซ่อนไว้บริเวณคอนโซลหน้ารถ จากการสอบถามข้อมูลพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวนั้น เป็นของผู้ขับแท็กซี่รายหนึ่งที่นำเข้ามาตรวจเช็คที่ศูนย์ โดยให้ข้อมูลว่า รถแท็กซี่คันนี้ คนเก่าทิ้งรถคือทิ้งสัญญาเช่า แล้วหนีไป  ซึ่งผู้ขับรายใหม่รถคันนี้ยังคงมีสภาพที่ดี สามารถใช้งานได้ แต่พบว่าระบบมิเตอร์ของแท็กซี่คันดังกล่าวนั้นไม่ปรกติ จึงได้นำรถเข้ามาตรวจสอบยังศูนย์ของบริษัท Smart Taxi

หลังนำรถเข้ามาตรวจเช็ค บริษัทจึงพบความผิดปรกติของมิเตอร์ จึงได้ทำการรื้อตรวจสอบพบสวิทช์มิเตอร์เทอร์โบ จึงได้ทำการโพสต์คลิปเพื่อแจ้งเตือนในเพจ  Smart Taxi  ซึ่งทางบริษัทให้ข้อมูลว่า ในช่วงครึ่งปีนี้ ก็จะมีการตรวจพบ รถแท็กซี่ที่มีการลักลอบติด “มิเตอร์เทอร์โบ” อยู่เป็นระยะๆ  และสาเหตุหลักที่ตรวจสอบพบ จะเป็นรถแท็กซี่ที่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของ มักจะเป็นกรณีคนเก่าทิ้งรถ (ทิ้งสัญญาเช่า แล้วหนีไป) หรือรถเช่าก็คนขับเก่าหนีค่าเช่า คนใหม่ก็มาขับต่อ จึงพบว่า มีการแอบไปทำมิเตอร์เทอร์โบมา

ซึ่งหลังผู้ขับรายใหม่พบปัญหา จึงได้มีการนำรถเข้ามาแก้ไขที่ศูนย์ เพื่อให้ทำการถอดระบบดังกล่าวทิ้งเรียบร้อยแล้ว

อยากให้ผู้ใช้บริการงานเข้าใจ ไม่ใช่ทุกคันที่โกงมิเตอร์

ทางบริษัทได้กล่าวกับทีมงาน MThai ว่า มิเตอร์เทอร์โบ ที่ตรวจพบกันอยู่นั้นจะเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นและพบได้ในสภาพปัจจุบัน มีหลายรูปแบบด้วย แต่ไม่ใช่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ทุกคันจะโกงมิเตอร์ เหมือนกันหมด จะมีเพียงผู้ขับขี่บางส่วนเท่านั้นที่มักจะใช้วิธีการเหล่านี้ ในการโกงเงินค่าโดยสารผ่านมิเตอร์เทอร์โบ  และกรณีในคลิป คุณลุงเจ้าของรถคนใหม่ตรวจพบ จึงได้นำมาแก้ไขและดำเนินการให้ถูกต้องนั่นเอง

>> สกู๊ปพิเศษ “ทุกข์แท็กซี่ไทย” เมื่อรายได้สวนทางกับต้นทุน

ซึ่งทำให้จำเป็นต้องโพสต์คลิปดังกล่าวเพื่อเปิดโปงและส่งเสียงถึงกลุ่มผู้ขับขี่บางรายที่มักง่าย ใช้วิธีการดังกล่าว เพื่อสร้างรายได้และส่งผลกระทบต่อคนขับแท็กซี่คนอื่น จนภาพลักษณ์เสียหาย

ดูกันช้าๆ ชัดๆนะครับ…!คันที่ 4 ในรอบเดือน มันเกิดอะไรขึ้นกับอาชีพนี้ คนดีก็อดทนกันไป ที่ยังต้องเรียกตัวเองว่าแท็กซี่ ส่วนพวกที่ทำ ก็ไม่ได้สนใจอะไร มาทำให้เสียแล้วก็ไป เสียชื่อ เสียภาพลักษณ์และอีกหลายๆอย่าง เช่นคันนี้คนขับเก่าทิ้งรถ ส่วนคนใหม่เห็นมิเตอร์มันขึ้นแปลกๆจึงเข้ามาให้ช่วยตรวจเช็ค ก็เป็นไปตามคลิป แท็กซี่ดีๆ ยังมีอยู่เยอะครับ แต่ก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ หากยังไม่ได้รับการดูแล ที่ผิดก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด ส่วนที่ดีเราก็ต้องดูแลให้อาชีพนี้ยังดำรงอยู่ได้ด้วยนะครับ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือต้องยอมรับกันก่อนว่ามันมีอยู่จริง จึงจะเกิดการปรับปรุงแก้ไข รถคันนี้ไม่ใช่รถระบบ smart taxi เป็นรถระบบเก่าที่เข้ามาให้ทางทีมงานช่วยตรวจสอบให้ คนขับเก่าทิ้งรถไปแล้ว คนใหม่เป็นคุณลุงใจซื่อ แจ้งให้เราช่วยตรวจสอบรถในระบบ smart taxi ที่เป็นระบบใหม่จะมีข้อมูลค่าโดยสารส่งมาที่ศูนย์ในทุกๆเที่ยววิ่งนะครับ สามารถตรวจสอบย้อนหลังควบคู่กับตำแหน่งการเดินรถด้วย GPS ได้ จึงมีความปลอดภัยมากกว่า แต่หากจำเป็นต้องใช้บริการรถในระบบเก่า ก็สังเกตกันที่มิเตอร์กันหน่อยนะครับ ว่าผิดปกติหรือไม่ หากจะให้ดีเรียกรถผ่านแอบพลิเคชั่นหรือศูนย์บริการ เพราะรถกลุ่มนี้จะเป็นแท็กซี่มืออาชีพ จะไม่กล้ากระทำความผิดเพราะถูกตรวจสอบได้ ปล.ถ้าจะเก่งขนาดนี้อยากจะชวนคนคิดมาร่วมกันพัฒนาระบบเลยครับ ยกให้เป็นนวัตกรรมแห่งปีเลย#กรมขนส่งทางบก#มิเตอร์เทอร์โบ#ปรับโครงสร้างราคา

โพสต์โดย Smart Taxi.,Ltd เมื่อ วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2019

ทางบริษัท Smart Taxi กล่าวว่า การแก้ไขปัญหานี้ ควรเริ่มต้นจากที่ยอมรับว่า มีผู้ขับขี่บางรายเลือกใช้วิธีการเหล่านี้ และดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เช่นเดียวกับคุณลุงและอีกหลายท่านที่พบว่า แท็กซี่ที่ตนเองซื้อต่อมาได้แอบติดตั้งระบบไว้ นำมาปรับให้ถูกต้อง

วอนรัฐ ช่วยหาทางออก ปลดล็อกปัญหา

หากจะกล่าวถึงต้นตอของปัญหาในการโกงแท็กซี่มิเตอร์นั้น มาจากปัญหาราคาค่าแท็กซี่ที่ไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับสภาพการจราจรในทุกวันนี้ ซึ่งหลายคนก็จะเป็นว่า การจราจรในกรุงเทพฯ มีปัญหาติดขัดมากขึ้น นานขึ้น ค่าก๊าซที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ราคามิเตอร์ระหว่างรถติดยังคง 2 บาทเท่าเดิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557  ทำให้ผู้ใช้แท็กซี่ไม่ดีบางรายหันไปทำ “มิเตอร์เทอร์โบ” เพราะง่าย รายได้ดี หากโดนร้องเรียนก็ “ปล่อย” รถให้เจ้าของใหม่รับ

ดังนั้น จากสภาพปัจจุบันสถานการณ์ราคาค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ค่าก๊าซแพงขึ้น สภาพการจราจรที่ติดขัดมากขึ้น ทำให้ราคาค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

>> รายงานพิเศษ “ทุกข์แท็กซี่ไทย” ปัญหาของผู้ขับขี่แท็กซี่ถูกกฎหมาย เมื่อรายได้สวนทางกับต้นทุน

ซึ่งหากรัฐบาลจะลงแก้ปัญหาอย่างจริงจังเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงถึงสาเหตุของปัญหา ทางออกของแท็กซี่ในประเทศไทยถึงจะไปรอด