ลูกค้าสาวพบบิ๊กไก่ทอดทวงความรับผิดชอบหลังเจอขนเพชรในอาหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • หญิงสาวซึ่งเป็นลูกค้าร้านไก่ทอดชื่อดังเข้าพบผู้บริหารแบรนด์ไก่ทอดเพื่อทวงถามความรับผิดชอบหลังเจ้าตัวอ้างว่าพบขนเพชรปะปนมากับสินค้าในร้าน

จากกรณีที่โลกโซเชี่ยลแห่แชร์ภาพภาพไก่ทอดยี่ห้อดัง มีขนโพล่มาอยู่ในไก่ทอดเจ้าดัง โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ด้วยผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า Treetip Boonkua โดยได้โพสต์รูปไก่ทอด พร้อมระบุข้อความว่า มีเรื่องจะปรึกษาเนื่องจากว่าเมื่อวานฝนตก ประกอบกับหิวข้าวจึงได้ตัดสินใจสั่งไก่ทอดเจ้าดังมารับประทาน เมื่ออาหารมาถึงก็ได้ทานอย่างเอร็ดอร่อยจนใกล้จะหมด แต่ชิ้นใกล้ๆเกือบสุดท้าย ได้เจอพลังงานบางอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นสูตรใหม่ของทางร้านหรือว่าเป็นเสน่ห์ให้ลูกค้ารักให้ลูกค้าหลง

โดยตอนแรกเห็นเป็นขนสีดำสั้นๆ แต่พอดึงออกมาขนค่อนข้างยาวอยู่ รบกวนทุกๆคนช่วยดูหน่อย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก และได้ไปเรื่องที่สคบ.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่ตึกซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ส.ตรีทิพย์ บุญเกื้อ อายุ 34 ปี อาชีพช่างเสริมสวย ลูกค้าไก่ทอดซึ่งสั่งผ่านบริการเดลิเวอรี่แล้วพบเส้นขนปริศนาแถมในชิ้นไก่ทอด พร้อมเส้นขนที่พบที่ไก่ทอด ได้เข้าพบนายเศกไชย ชูหมื่นไวย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Brand Strategy and Integration เคเอฟซี ประเทศไทย เพื่อเจรจาหาข้อยุติในกรณีดังกล่าว

โดยเจ้าหน้าที่เคเอฟซี ได้พาผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมห้องผลิตไก่ทอด ซึ่งทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานและถูกสุขอนามัยตามมาตรฐานสากล และเกินมาตรฐานในประเทศไทย ทั้ง Lacal safety standard มาตรฐานความปลอดภัยพื้นที่การทำงานของพนักงาน , Food safety standard มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร , และ Brand standard มาตรฐานด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแต่ละสาขา

15.45 น. นส.ตรีทิพย์ แบะทนายรณรงค์ ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อฯ หลังเจรจากับทางผู้บริหารเคเอฟซีแล้วทนายรณรงค์ บอกพอใจได้รับเงินค่าไก่ทอดคืนจำนวน 500 บาทก่อนขอตัวกลับก่อน เดี๋ยว น้องเมย์ -ตรีทิพย์ จะแถลงข่าวร่วมกับผู้บริหารอีกครั้งและหลังจากนี้จะไปแจ้งความ ลงประจำวันที่ สภ.เมือง ปทุมธานี เพราะเมื่อคืนมี จยย. ต้องสงสัยไปจอดเปิดหมวกกันน็อคที่หน้าบ้านน้องเมย์ เกรงในเรื่องของความปลอดภัย

ส่วนขนเพขร ที่ติดไก่ทอดมาได้ส่งมอบให้ทางผู้บริหารส่งหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานต่อไปว่าเป็นขนอะไร ซึ่งน้องเมย์ รู้สึกพอใจ และถ้าได้กิ๊ฟ ว้อยส์้เช่อร์มายังไม่ทราบจำนวน จะเอาไปทำบุญมอบเด็กกำพร้าที่ขาดโอกาสได้มาทานต่อไป

ล่าสุด16.10 น. 29 มิ.ย.2562 หลังทนายรณรงค์กับน้องเมย์ ตรีทิพย์ ให้สัมภาษณ์แล้ว บอกว่าจะกลับมาแถลงข่าวกับผู้บริหาร เคเอฟซี ด้วยกันแต่สุดท้าย รับแจ้งจาก PR ของเคเอฟซี ว่าจะไม่มีการแถลงข่าวแล้ว ก่อนแจกเอกสารข่าวคำแถลงของเคเอฟซี โดยบอกว่าน้องเมย์ เดินทางกลับไปแล้วเข่นกัน

แถลงการณ์เคเอฟซี (ประเทศไทย) ชี้แจงกรณีพบสิ่งแปลกปลอม ที่ส่งมอบผ่านช่องทาง Delivery

สืบเนื่องจากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ให้ความสนใจกับข่าว พบสิ่งปนเปื้อนในไก่ทอดเคเอฟซีที่สั่งผ่านช่องทาง Delivery ไปรับประทานที่บ้าน และเผยแพร่เรื่องดังกล่าวในเฟสบุ๊คส่วนตัว เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 62

วันนี้ เคเอฟซี (ประเทศไทย) ร่วมกับ เดอะคิวเอสอาร์ออฟเอเชีย (คิวเอสเอ) ในฐานะแฟรนไซซีที่บริหารร้านเคเอฟซี สาขา โลตัส ปทุมธานี ได้เชิญนางสาวตรีทิพย์ บุญเกื้อ มาเพื่อชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและการส่งมอบสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐานเคเอฟซี

เคเอฟซี ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในขณะเดียวกันตั้งแต่ได้รับเรื่อง ทางบริษัทฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของสาขาอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ การหารือร่วมกันระหว่าง เคเอฟซี และนางสาวตรีทิพย์ บุญเกื้อ เป็นไปด้วยดีและได้ทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า
1. เคเอฟซีจะนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวนี้ไปส่งตรวจพิสูจน์ ตามที่นางสาวตรีทิพย์ร้องขอ
2. ประเด็นเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างเคเอฟซี และนางสาวตรีทิพย์ พบว่ามีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากมีการติดต่อกันหลายช่องทาง ซึ่งเคเอฟซีได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
3. นางสาวตรีทิพย์ ขอคืนเงินค่าสินค้าตามมูลค่าที่ได้สั่งซื้อ ซึ่งเคเอฟซีได้จ่ายคืนให้ตามที่ร้องขอ

อย่างไรก็ตาม เคเอฟซี ขอเรียนชี้แจ้งว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดในมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ทุกขั้นตอนการจัดเตรียมและปรุงไก่ทอดทุกชิ้นในร้านอย่างพิถีพิถัน โดยภายในร้านเคเอฟซี ไก่สดจะถูกจัดส่งมาถึงครัวที่ร้านภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเหมาะสม และจะถูกนำมาเข้ากระบวนการปรุงสดในร้านตามขั้นตอนความปลอดภัยด้านอาหารอย่างเคร่งครัด อาทิ พนักงานทุกคนต้องใส่ที่ครอบผมเพื่อเก็บผมให้มิดชิดตลอดเวลาที่อยู่ในครัว และล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสอาหาร

นอกจากนี้ ร้านเคเอฟซี จะมีขั้นตอนที่สำคัญๆ ได้แก่ การรักษาความสะอาดในครัวที่ได้มาตรฐานในระดับสากล กระบวนการปรุงอาหารที่เป็นสูตรเฉพาะของเคเอฟซีที่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานทุกสาขา ไก่ที่พร้อมเสิร์ฟจะได้รับการตรวจสอบมาตรฐานอาหารไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณะภายนอก สี ความกรอบ และอุณหภูมิภายในเนื้อไก่ ก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้า ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเหล่านี้จะเกิดขึ้นทุกวันในร้านเคเอฟซี ทุกสาขาทั่วประเทศและทั่วโลก โดยเฉลี่ยในแต่ละสาขาพนักงานจะเตรียมไก่ 1,500-2,000 ชิ้นต่อวัน เคเอฟซี ให้บริการไก่ทอดแก่ลูกค้าประมาณ 800,000 ชิ้นต่อวัน หรือ 292,000,000 ชิ้นต่อปี

อย่างไรก็ตามบริษัทฯเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามขั้นตอนของพนักงานทุกแผนกที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการทำงาน เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีความสะอาดและปลอดภัย เพื่อสร้างความไว้วางใจและพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

เอาจริง! แฟนคลับที่ก่อความวุ่นวายในสนามบิน อาจถูกจับดำเนินคดี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ แฟนคลับบางกลุ่มสร้างความวุ่นวายที่สนามบินขณะไปส่งศิลปินที่ชื่นชอบ
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหามาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แก้ไขปัญหาแฟนคลับศิลปินเกาหลีก่อความวุ่นวายในสนามบิน หากมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบอาจถูกจับดำเนินคดีได้
  • ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดมากขึ้น หากทราบว่าจะมีกลุ่มศิลปินเกาหลีเดินทางมา โดยมีการเพิ่มกำลังจ้าหน้าที่ในการควบคุมให้กลุ่มแฟนคลับนั่งรอรับศิลปิน ในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการป้องกันไม่ให้กลุ่มแฟนคลับ ที่มารับ – ส่งศิลปินเกาหลีก่อความวุ่นวายหรือสร้างความเดือนร้อนรำคาญให้กับผู้โดยสาร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ

น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์กลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีสร้างความวุ่นวายใน ทสภ. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

โดยกลุ่มดังกล่าวได้มารอรับศิลปินเกาหลีที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน แถว A และ B ห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4 โดยได้มีการส่งเสียงดังและวิ่งกรูตามศิลปิน ทำให้ผู้โดยสารที่มาใช้บริการไม่สามารถทำการเช็คอินได้ และมีแฟนคลับบางคนพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม

รวมทั้งมีคลิปภาพแฟนคลับปีนขึ้นไปยืนบนรถเข็นกระเป๋าและเกาะที่ผนังกระจก บริเวณชานชาลา หน้าอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดมาตรการการรักษาความปลอดภัยของ ทสภ. และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ทสภ. จึงได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

ในเบื้องต้น ทสภ. จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาก่อความวุ่นวายได้อีก โดยหากทราบว่ากลุ่มศิลปินเกาหลีจะมีกำหนดเดินทาง ผ่าน ทสภ. จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมให้กลุ่มแฟนคลับนั่งรอรับศิลปิน ในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น และห้ามส่งเสียงดังหรือกีดขวางทางเดินผู้โดยสาร

หากไม่เชื่อฟัง เจ้าหน้าที่จะมีการตักเตือนและเชิญออกนอกพื้นที่ และหากยังมีการฝ่าฝืนกระทำอีก เจ้าหน้าที่จะแจ้งความดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดเอาผิดกับผู้ก่อเหตุในข้อหากระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ ให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และ/หรือ ความผิดฐานบุกรุกโดยกระทำการรบกวนการครอบครองพื้นที่ ทสภ. ของ ทอท. ซึ่งจะมีโทษปรับหรือจำคุกได้

ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร หรือบริเวณชานชาลา และถนนด้านหน้าอาคารผู้โดยสารทั้งหมดถือเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่ง ทสภ. มีอำนาจบังคับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย ให้เป็นไปตามข้อกำหนด ทอท. ว่าด้วยการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ ทสภ. พ.ศ.2553

นอกจากนี้ ทสภ. อยู่ในระหว่างการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งจะมีการออกกฎระเบียบและจัดทำมาตรการเพื่อดำเนินการกับกลุ่มแฟนคลับที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อกระทำการใดๆ ที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้โดยสาร หรือผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ทสภ. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ทสภ. ขอยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยภายในท่าอากาศยานอย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยต่อไป

หากผู้ใช้บริการท่านใดพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือประสบเหตุด่วน เหตุร้าย สามารถแจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ทสภ. โทรศัพท์ 0 2132 4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ธนาธร – ปิยะบุตร- เพื่อไทย ประณามกลุ่มคนทำร้าย จ่านิว จนเจ็บสาหัส

ประเด็นน่าสนใจ

  • จ่านิว ถูกคนร้ายดักตีเป็นครั้งที่ 2 บริเวณปากซอยหน้าบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • ธนาธร-ปิยบุตร-พรรคเพื่อไทย จี้ นายกฯ-ตำรวจ ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

จากรณีที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวด้านการเมือง ถูกกลุ่มคนร้ายเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จากนั้นจะอาศัยจังหวะเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นครั้งที่ 2 ที่บริเวณปากซอยพระยาสุเรนทร์ ซอย 2 ซึ่งเป็นหน้าบ้านของจ่านิว

ก่อนที่พลเมืองดีจะเห็นเหตุการณ์และแจ้งกู้ภัยให้ช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อาการยังน่าเป็นห่วง เพราะมีเบ้าตาแตก จมูกแตก ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่มีเลือดคั่งในตา เรียกแล้วไม่มีอาการตอบโต้ หายใจช้า ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจนั้น

(อ่านข่าว : จ่านิว โดนอีก ถูกคนรุมทำร้าย ล่าสุด แอดมิท ICU)

เพื่อไทย จี้นายกฯ – ตำรวจ อย่าเกียร์ว่าง เร่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี

ล่าสุดทางพรรคเพื่อไทย โดยนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค ได้ออกมาประณามถึงการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนเกินมนุษย์ ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงตำรวจในพื้นที่เร่งติดตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

เพราะที่ผ่านมาคล้ายกับว่าผู้มีอำนาจนิ่งนอนใจ ไม่ดำเนินการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายที่ทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างกับ คสช. ซึ่งถ้ายังนิ่งเฉยเท่ากับว่าส่งเสริมให้ใช้ความป่าเถื่อน ทางพรรคเพื่อไทยจึงจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างจริงจังในการทำหน้าที่ของ นายกฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้

ทุกครั้งที่ผู้เห็นต่างจากรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกลอบทำร้าย ไม่เคยเห็นความกระตือรือร้นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้แสดงความรับผิดชอบที่จะจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยจับกุมคนร้ายมาให้ได้ ถ้ายังนิ่งเฉยก็เท่ากับกำลังสนับสนุนส่งเสริมให้ใช้ความป่าเถื่อน พรรคเพื่อไทยจะได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ อย่างจริงจังต่อไป

ธนาธร-ปิยบุตร ซัดเป็นการกระทำสุดเถื่อน ฉะ #หยุดคุกคามประชาชน

ทั้งนี้นอกจาก พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาประณามในเรื่องดังกล่าวแล้ว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว แสดงความเห็นถึงเหตุการณ์ที่จ่านิว ถูกทำร้ายว่า

“จะต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง ต้องทนอีกกี่หนกับการที่คนธรรมดาผู้กล้าลุกขึ้นสู้กับความไม่เป็นธรรมถูกทำร้ายอย่างป่าเถื่อนโดยไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ อย่าปล่อยให้ถึงคราวลูกหลานของคุณ จึงรู้สึกว่าเรื่องนี้สำคัญ #หยุดคุกคามประชาชน”

ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็โพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกันว่า ขอประณามกับเหตุที่เกิดขึ้น และทำไม ? ผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายแต่ทำไมถึงไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

‘จ่านิว ถูกทำร้ายร่างกายเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาห่างกันไม่ถึง 1 เดือน การหาตัวคนกระทำผิดมาลงโทษ ทั้งกรณีการทำร้ายจ่านิวครั้งก่อน และผู้เห็นต่างคนอื่นๆ ก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน ผมขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อนักกิจกรรมและผู้เห็นต่างทางการเมืองอีกครั้ง

เหตุใดการกระทำลักษณะจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งได้โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แต่ซ้ำร้ายผู้ที่ถูกคุกคามทำร้ายเพราะความเห็นต่างทางการเมืองกลับโดนคดีซ้ำอีก เพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเขาแสดงออกทางการเมือง’