สิ้นลาย! ‘ภาคิน’ เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง ถูกรวบพร้อมอาวุธปืน-ยาเสพติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคิน เจ้าบ่าวหนีงานแต่งถูกตำรวจจับ
  • ภาคิน ถูกจับพร้อมของกลางอาวุธปืนและยาเสพติด

วันนี้(12 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายภาคิน จุนเจิม พร้อมยาเสพติดของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 6 นัด ยาอีบรรจุไว้ในถุงพลาสติกใสแบบเปิด-ปิดจำนวน 25 เม็ด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่โพธาราม พร้อมขยายผลจับกุม และจะนำตัวฝากขังในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับ นายภาคิน เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ หลังจากเป็นเจ้าบ่าวหนีงานแต่งจนกลายเป็นดราม่าถูกวิจารณ์อย่างหนัก มีการโต้กันไปมาระหว่างนายภาคิน และสาวมะนาว ว่าที่เจ้าสาวในขณะนั้น จนนายภาคิน นั้นออกมาร้องไห้ผ่านสื่อว่าไม่อยากแต่งงาน และก่อเหตุฆ่าตัวตาย แต่ญาติสามารถช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะจบกันด้วยดี  จนมาโดนจับกุมดังกล่าว

ภาพจาก สถานีตำรวจภูธรโพธาราม ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี 

“ใบเตย อาร์สยาม” แจ้งความ เจอมือดี เอาภาพไปใช้โฆษณาชวนเล่นพนัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ใบเตยถูกนำภาพที่เคยมอบเงินให้พ่อไปใช้โฆษณาชวนเล่นพนันออนไลน์
  • ภาพใบเตยถือเงินที่ถูกนำไปใช้ในการโฆษณา แท้จริงเป็นภาพที่เธอมอบเงินให้พ่อเป็นของขวัญเมื่อปีที่ผ่านมา
  • ผู้กระทำความผิด เข้าข่ายการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามกฎหมายอาญา ,และผิดผิดตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การพนัน

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตยอาร์สยาม นักร้องลูกทุ่งสาว อายุ 31 ปี พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และแจ้งความกรณีมีเว็บไซต์แห่งหนึ่ง นำภาพตนเองไปใส่ในโฆษณาชวนเล่นพนันออนไลน์บนเฟซบุ๊กเพจ “ไพ่แดง ดัมมี่-Dummy” โดยเกรงจะเกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนและแฟนคลับ

https://seeme.me/ch/newsmthai/9Z1gbj

น.ส.สุธีวัน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากแฟนคลับจำนวนมากว่า ไม่นานมานี้มีคนไม่หวังดีนำภาพที่ตนไปใช้ประกอบเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าว ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1.2 แสนราย เมื่อตรวจสอบพบเป็นภาพที่ตนถือเงินที่ให้เป็นของขวัญวันเกิดพ่อจำนวน 1 ล้านบาท

ซึ่งได้มาจากการทำงาน และโพสต์ไว้บนอินสตาแกรมเมื่อราวปีก่อน ไปใช้ประกอบเว็บไซต์ดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ทั้งตนและพ่อ มีคนทักมาสอบถามจำนวนมาก บ้างก็เข้าใจว่าตนไปเล่นพนันจริงๆ ยืนยันตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และยังเล่นพนันออนไลน์ไม่เป็นด้วย

น.ส.สุธีวัน กล่าวต่อ ก่อนหน้านี้ตนยังถูกนำภาพไปใช้ประกอบหลายครั้งในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรูปจากละครนางงามตู้กระจกที่นำไปใช้กับเพจเลาจ์ ต่างๆ แต่ตนไม่ต้องการให้เป็นคดีความ ซึ่งการนำภาพลิขสิทธิ์ตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตทางค่ายต้นสังกัดหรือตนเองนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กรณีนี้แบ่งเป็นสองประเด็น อันดับแรกคือ นำภาพผู้เสียหายไปอ้าง ชักชวนให้เล่นพนัน เข้าข่ายการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามกฎหมายอาญา

ส่วนอีกกรณี เพจดังกล่าวได้ชักชวนให้ประชาชนเล่นพนัน จึงมีความผิดตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การพนัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 พันบาทหรือทั้งจำและปรับ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้ประสานกระทรวงเศรษฐกิจและดิจิตัล หรือ ดีอี ปิดกั้นเว็บไซต์ลักษณะนี้แล้ว 1.5 พันแห่ง ต่อจากนี้ทางตำรวจจะตรวจสอบว่าการกระทำจะเข้าข่าย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ต่อไป

[รายงาน] ‘บัตรพลังงาน’ อ้างรักษาโรคได้ แท้จริงแค่ “บัตรลวงโลก” ต้นทุน 4-15 บ.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวบ้านหลงเชื่อซื้อ ‘บัตรพลังงาน’ มาใช้รักษาโรค มูลค่าสูงใบละ 1,000-1,500 บาท
  • ’บัตรพลังงาน’ มีแหล่งผลิตมาจากประเทศจีน และประเทศอินโดนีเซีย ราคาต้นทุนใบละ 4-15 บาท
  • นักวิชาการยืนยัน เป็นแค่การ์ดพลังงานลวงโลก

กลายเป็นประเด็นที่ถูกถกเถียงกันอย่างหนักสำหรับเจ้า ‘บัตรพลังงาน‘ หรือ ‘บัตรพลังงานรักษาโรค‘ แค่ แตะ จุ่ม ก็สามารถรักษาโรคได้สารพัด ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดอย่างมากในหลายจังหวัด ทางแถบอีสานบ้านเรา โดยจากข้อมูลชาวบ้านที่ตัดสินใจซื้อ ‘บัตรพลังงาน’ ส่วนใหญ่มีอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยบัตรดังกล่าวมีราคาตั้งแต่ 1,000-1,500 บาท

จากข้อมูลพบว่า กลุ่มคนที่ระบุเป็นตัวแทนบริษัทเข้ามาขายให้กับชาวบ้าน โดยได้มีการสาธิตทดลองนำบัตรมาแตะตัวชาวบ้านคนหนึ่งที่มีอาการปวดหลัง ซึ่งหลังจากแตะเสร็จชาวบ้านคนดังกล่าวระบุว่าอาการปวดทุเลาลง จึงตัดสินใจซื้อและสมัครเป็นสมาชิก เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกรายที่ระบุว่า หลังจากซื้อบัตรดังกล่าวมาและทดลองใช้ ก็พบว่าอาการป่วยที่เป็นอยู่ดีขึ้น

บัตรพลังงาน‘ ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย หากจำกันได้ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่โฆษณาในโลกออนไลน์ว่า มีบัตรในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ สามารถนำไปแปะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อลดค่าไฟ ลดค่าแก๊ส ลดค่าน้ำมัน จนนักวิชาการหลายท่าน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องออกมายืนยันนอนยันว่า เจ้าบัตรดังกล่าว มันคือ ‘บัตรพลังงานลวงโลก!!

ต้นทุน ‘บัตรพลังงาน’ 4-15 บาท อ้างสรรพคุณ 108 ประการ

ทีมข่าว MThai ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ‘บัตรพลังงาน’ ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทยนั้น มีการลงประกาศขายผ่านเว็บไซต์ ซื้อ-ขาย ของออนไลน์อย่างเว็บไซต์อาลีบาบา ซึ่งไม่ได้มีแค่บัตรพลังงานรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังมีบัตรที่อ้างสรรพคุณต่างๆ นานา

อาทิ ‘ชีวภาพพลังงานนาโนบัตร’ โดยผู้ที่ลงประกาศระบุว่าบัตรดังกล่าวมีสรรพคุณ ช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดความเครียด ลดอาการเมื่อยล้า และยังสามารถรักษาความสดของอาหารได้ด้วย หรือแม้กระทั่ง ‘บัตรพลังงานไอออนการ์ด’ ทางอวดอ้างว่าสามารถป้องกันรังสีชีวภาพได้ ซึ่งบัตรส่วนใหญ่ที่ลงขายในเว็บไซต์ดังกล่าว อ้างว่ามีแหล่งผลิตอยู่ที่ประเทศจีน และที่สำคัญราคาขายอยู่ที่ 4-15 บาทเท่านั้น!!

‘Kartu Sakti’ บัตรพลังงานลวงโลก รักษาโรค ยันประหยัดน้ำมัน-ค่าไฟฟ้า

สำหรับบัตรที่เป็นข่าวอยู่ที่ไทยตอนนี้คือบัตรที่ระบุชื่อว่า ‘Kartu Sakti’ จากข้อมูลพบว่าต้นตอของบัตรนี้ คาดว่ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ทางเว็บไซต์ต้นทางของบัตรดังกล่าวระบุว่า บัตรพลังงานนี้มียอดขายแล้วกว่า 5 แสนใบ จากทั่วโลก

พร้อมบอกถึงสรรพคุณของบัตรดังกล่าวว่า สามารถทำได้ตั้งแต่รักษาโรคต่างๆ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยในเรื่องของระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญ ป้องกันรังสี ปรับสภาพน้ำ หรือนำมาแช่น้ำล้างผักได้

จนไปถึงลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งลดค่าน้ำมัน ไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่ต้องใช้พลังงาน โดยแค่เอาบัตรไปแปะไว้กับอุปกรณ์ ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้แล้ว ซึ่งคุณสมบัติที่กล่าวมานั้นเหมือนกันทุกประการ เช่นเดียวกับบัตรที่มีการวางขายในเว็บไซต์อาลีบาบา

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีบุคคลที่อ้างว่าได้ใช้บัตรดังกล่าว ทั้งรักษาโรค หรือนำไปใช้เพื่อลดค่าไฟจ่ายด้านพลังงาน ก็ออกมาโพสต์ในสื่อโซเชียลว่า ใช้แล้วได้ผลจริง ซึ่งยังมีรูปภาพที่น่าตกใจจากผู้ใช้รายหนึ่ง โดยนำบัตรดังกล่าวไปแปะติดไว้กับบาดแผลที่เท้า แล้วระบุว่าแผลมีอาการดีขึ้น

นักวิชาการ ยืนยัน!! ว่ามันเป็นแค่ ‘การ์ดพลังงานลวงโลก’

ทางด้าน รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Jessada Denduangboripant‘ ออกมาเตือนถึงบัตรดังกล่าว หลังมาข่าวชาวบ้านใช้แล้วรักษาโรคได้ โดยมีข้อความระบุไว้ ถึงการกลับมาของการ์ดพลังงานลวงโลก ใบนี้ด้วย