สุดสงสาร! ช่วยเหลือ ‘ตัวเงินตัวทอง’ ถูกคนทำร้ายจนตาบอดเกือบตาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มใจดีช่วยเหลือตัวเงินตัวทองบาดเจ็บ
  • ตัวเงินตัวทองตาบอดเกือบตาย หลังถูกคนทำร้าย

วันนี้(12 มิ.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊กเพจ สมาคมคน นวนคร ได้โพสต์ภาพตัวเงินตัวทองตาบอดเกือบตาย พร้อมข้อความบอกเล่า ระบุว่า “#แจ้งขอความช่วยเหลือ #ด่วน #ใครพอจะรู้จักศูนย์ช่วยเหลือสัตว์บ้าง เมื่อวานมีคนทำร้าย เอาเอาถุงพลาสติกคลุมหัว แล้วตีมันทั้งที่ตามันตาบอด และท้องอยู่ด้วย ตีจนตาอีกข้างบอด ปากก็โดนตีจนหากินไม่ได้ ตอนนี้ได้แต่นอนรอความตาย #พิกัด หลังโลตัสนวนคร ติดกำแพงฟูจิโพลี่ Cr. @ช่าง มั่ง” หลังจากรับแจ้งว่าตัวเงินตัวทองถูกคนทำร้าย แอดมินและทีมงาน เข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง มีคุณหมอรับดูแลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมอัปเดตว่า “น้องทอง หรืออีกชื่อ น้องก็อตซิล่า ล่าสุด จากคุณหมอวี อาการยังทรงตัวครับ น้องไม่ได้ท้อง น้องแค่อ้วน 5555”

ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊ก Taweesak Anunsiriwattana ซึ่งเป็นสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง ที่รับน้องก็อตซิล่าไปดูแล ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า

สุดสงสาร เหี้ยยักษ์ถูกคนทำร้าย! จากการประสานงานติดต่อมาจากผู้ใจดีในเขตนวนคร ผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีคนไล่ตีเหี้ยตัวนี้เพื่อไล่ให้ออกจากโรงงาน จึงหนีออกมานอนในคูระบายน้ำ หลังจากผู้ใจดีแจ้งมายังโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง ทางเราจึงรับรักษา และอุปการะทันที เนื่องจากเป็นเคสฉุกเฉินและสัตว์บาดเจ็บรุนแรง ผลการตรวจคือกระดูกกะโหลกศีรษะบางส่วนแตก กระดูกคอส่วน C spine แตกหลายจุด ดวงตามีเลือดออกและปากบาดเจ็บ การให้ยาปฏิชีวนะและลดปวดจึงจำเป็นอย่างยิ่งยวด การรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ขณะนี้ อาการโดยรวมปลอดภัยระดับนึงแล้ว ขอขอบคุณพี่ อพปร. ทุกท่านที่ช่วยนำส่งด้วยนะครับ ขอบคุณผู้ใจดีที่ติดต่อประสานงานจนเหี้ยได้รับการรักษาครับ #เหี้ยหายหมอดีใจ เหี้ยตัวใหม่ชื่อก็อตซิล่า

ออกหมายเรียก ด.ต.ใช้ปืนตบหน้าชาวบ้าน ฉุนขับรถปาดหน้า-เบียดไปมา

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มโพสต์ร้องทุกข์ ถูกตำรวจใช้ปืนตบหน้าได้รับบาดเจ็บ หลังฉุนขับรถปาดหน้ากันไปมา
  • เหตุเกิดบริเวณถนนมิตรภาพ ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
  • โฆษกตำรวจรับชายผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา
  • ยืนยันไม่มีการช่วยคนผิด หากพบผิดจริงโดนโทษทั้งทางวินัยและอาญา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีตามที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้เผยแพร่รูปภาพ และเนื้อหาทางโซเชียลมีเดียว่าถูกคนที่คาดว่าเป็นตำรวจทำร้ายร่างกาย บริเวณถนนมิตรภาพ ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 18.00 น. ในเขตพื้นที่ สภ.โนนสูง ภ.จว.นครราชสีมา ว่า

ได้รับรายงานจาก สภ.โนนสูง ภ.จว.นครราชสีมา ว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 02.05 น. ได้มีนายชัยยุทธ บัวแก้ว อายุ 32 ปี มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ว่าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 18.00 น.

ขณะผู้เสียหายขับรถยนต์เก๋ง ทะเบียน ขร 4858 นครราชสีมา มาตามถนนมิตรภาพ (ขาเข้าเมืองนครราชสีมา) ก่อนถึงบริเวณแยกตลาดแค ได้มี ด.ต.เกรียงไกร โสภาพรม ขับขี่รถยนต์เก๋ง ทะเบียน วธ 8602 กรุงเทพฯ แล่นตัดหน้ารถยนต์ของผู้เสียหาย

จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้จอดรถบริเวณเกิดเหตุ และได้มีปากเสียงกัน ด.ต.เกรียงไกรฯ ได้ใช้อาวุธปืนตีทำร้ายที่ใบหน้า และศีรษะผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว สอบปากคำผู้เสียหาย พยานที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้เสียหายให้แพทย์นิติเวชตรวจชันสูตรบาดแผล และอยู่ระหว่างออกหมายเรียก ด.ต.เกรียงไกรฯ ให้มารับทราบข้อกล่าวหา

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการดำเนินการทางวินัย ต้นสังกัดของตำรวจนายดังกล่าว จะได้ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป ไม่มีการช่วยคนผิด ซึ่งคงต้องรอให้ต้นสังกัดทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป

วอนให้สังคมแยกแยะ ตำรวจที่ประพฤติไม่ดีและ ประพฤติดี ขยันทำงานเสียสละเพื่อประชาชน สังคม อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ซึ่งในการก่อเหตุก็ถือเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง ก็จะไม่มีการช่วยเหลือตำรวจที่เป็นคู่กรณี

ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการข้าราชการตำรวจทุกนายไม่ให้กระทำผิดกฎหมาย หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เสียเอง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นตรวจสอบ สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทำผิดกฎหมายต่างๆ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติตนนอกแถวจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงองค์กรต่อไป

เปิดคลิปนาทีโจ๋ผมยาว ควักปืนยิงอริย่านบางนา ด้านตำรวจเร่งล่าตัว

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปคนร้ายเป็นชาย 2 คนขี่ จยย. ไล่ยิงอริย่านบางนา ทำชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ 5 ราย
  • ตำรวจเผยแล้วผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักเรียนอาชีวะ ส่วนสาเหตุคาดแก้แค้นให้รุ่นน้อง
  • เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ หากพบเบาะแสแจ้งตำรวจทันที

จากเหตุการณ์ชาวบ้านย่าน ซ.ลาซาล 19 ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน หลังจากผู้ก่อเหตุ พร้อมพวกได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ทำร้ายคู่อริ ที่อ้างว่าเป็นนักเรียนอาชีวะย่านพระโขนงนั้น

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิด ที่เผยให้เห็นภาพนาทีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่อริจนทำให้ชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บดังกล่าวแล้ว

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ระหว่างที่ชายหนุ่ม 3 คน ยืนอยู่ริมถนนนั้น จู่ๆ ได้มีชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จากนั้นทั้ง 2 ก็จอดรถและใช้อาวุธปืนยิงใส่ชายทั้ง 3 คนทันที ก่อนที่กระสุนจะพลาดไปโดนชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเทียบใบหน้าทำให้ทราบว่ามือปืนผมยาวและชายอ้วนคนขี่รถจักรยานยนต์ เป็นอดีตนักเรียนช่างกลย่านบางจาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว หากใครมีเบาะแสก็สามารถแจ้งต่อตำรวจ สน.บางนา หรือโทร 191 เพื่อจะได้ล่าตัวมาดำเนินคดี และป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก

สำหรับพฤติการลักษณะนี้เข้าข่ายเจตนาฆ่า เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มคู่อริทันที โดยความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 288 โดยผู้กระทำความผิดฐานพยายามฆ่านั้น ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้

นอกจากนี้ยังมีโทษในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะด้วย กล่าวคือ มาตรา 8 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว

เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด

หากฝ่าฝืน มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคักไม่เกินห้าปีหรือ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา 8ทวิ วรรค สองด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาท ถึงหนึ่งหมื่นบาท