เปิดงบประมาณ ‘สำนักการระบายน้ำ’ กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2562

หลังเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักจนมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของ กทม. เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนมีข่าวออกมาว่า สร้างความไม่พอใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรามาดูว่า หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในเรื่องนี้อย่าง สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร นั้น มีการใช้งบประมาณอย่างไรบ้าง

สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานหลัก รับผิดชอบการควบคุม อำนวยการ ปฏิบัติการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในถนนต่างๆ อันเป็นระบบระบายน้ำหลัก 

สำนักการระบายน้้า ประกอบด้วยหน่วยงานระดับสำนักงานและระดับกอง ได้แก่

  • สำนักงานระบบควบคุมน้ำ เป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติการ
  • กองระบบท่อระบายน้้า เป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติการ
  • กองระบบคลอง เป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติการ
  • กองเครื่องจักรกล เป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติการ
  • สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการปฏิบัติการ
  • สำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการปฏิบัติการ
  • กองสารสนเทศระบายน้้า เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการปฏิบัติการ
  • สำนักงานเลขานุการ เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการปฏิบัติการ

โดยมีอัตรากำลังประกอบด้วยข้าราชการ จำนวน 629 อัตรา ลูกจ้างประจำ จำนวน 2,753 อัตรา ลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างชั่วคราวเฉพาะกิจ จ้านวน 2,274 อัตรา (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2561)

นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร” ขึ้นในสำนักการระบายน้ำ เพื่อให้เกิดการประสานงานและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่เกิดความสับสน รวมทั้งติดตามสถานการณ์และประเมินผลปฏิบัติการที่ชัดเจน

งบประมาณแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

งบประมาณแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้้าท่วม ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ได้เตรียมไว้ใช้ในแผนงานปกติ ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

  • งบประมาณประจำปี สำหรับค่าใช้จ่ายตามแผนงานเตรียมการและปฏิบัติการที่เตรียมไว้สำหรับแผนงานปกติโดยจ่ายจากงบประมาณประจ้าปี
  • งบกลาง ประเภทเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับกรณีน้ำท่วมประจำปีและแผนงานเร่งด่วนเพิ่มเติมระหว่างปี
  • เงินยืมสะสม ใช้ในกรณีแผนปฏิบัติการยังไม่ครอบคลุมปัญหาอย่างครบถ้วน เมื่อเงินงบกลางประเภทสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับกรณีน้ำท่วมไม่เพียงพอ เป็นแผนงานที่ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร
  • เงินอุดหนุนรัฐบาล สำหรับโครงการ/แผนงานที่กำหนดโดยคณะกรรมการพัฒนากรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น

งบประมาณประจำปี 2562 = 3,496,354,214 บาท

เงินอุดหนุนรัฐบาลประจำปี 2562 = 914,172,300 บาท

งบประมาณประจำปี 2561 = 2,964,257,700 บาท

เงินอุดหนุนรัฐบาลประจำปี 2561 = 1,499,588,900 บาท

ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการป้องกันน้ำท่วมเนื่องจากน้ำฝน

  • มีการกีดขวางทางน้ำไหล
    – จากถนนลงสู่ท่อระบายน้ำโดยขยะที่ลอยมาติดตะแกรงช่องรับน้ำฝน
    – จากท่อระบายน้ำลงสู่คลองโดยท่อระบายน้ำชำรุดเนื่องจากหน่วยงานสาธารณูปโภค เช่น โทรศัพท์หรือประปาและเหตุอื่นๆ
    – ในคูคลองโดยมีประชาชนปลูกบ้านเรือนรุกล้ำคูคลองทำให้มิอาจขุดลอกขยายความกว้างและลึกได้พอเป็นเหตุให้น้ำไหลไม่สะดวกและเกิดสิ่งกีดขวางทางน้ำไหลได้ง่าย
    – ระบบสูบน้ำมีขยะและวัชพืชจำนวนมากซึ่งลอยมากับกระแสน้ำมาติดที่ตะแกรงกั้น
    ขยะ ก่อนเข้าเครื่องสูบน้้า
  • แผนปฏิบัติการยังไม่ครอบคลุมปัญหาอย่างครบถ้วน
  • เกิดกระแสไฟฟ้าดับหรือกระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำขัดข้อง

ที่มา: สำนักการระบายน้ำ

‘เจ้าโน้วเน๊ะ’ สุนัขแสนรู้ ว่ายน้ำเก็บผักตบชวา-ขยะ ริมเขื่อนคลองบางเตย

โลกออนไลน์ต่างชื่นชม เจ้าโน้วเน๊ะ สุนัขแสนรู้ ที่มีจิตอาสาช่วยว่ายน้ำเก็บผักตบชวา และขยะที่ล้นคลอง บริเวณริมเขื่อนคลองบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

เจ้าโน้วเน๊ะ สุนัขจิตอาสาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ วัย 6 ปี ซึ่งกำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ เจ้าโน้วเน๊ะ กระโดดลงไปช่วยเก็บผักตบชวาและช่วยเก็บขยะ บริเวณริมเขื่อนคลองบางเตย หน้าวัดบางเตยกลาง ทางเข้าตลาดอิงน้ำ หมู่ 9 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

จากการสอบถาม นางสาวสายธารทิพย์ นุตจรัส อายุ 43 ปี เจ้าของสุนัข กล่าวว่า สุนัขในคลิปมีชื่อว่า โน้วเน๊ะ ได้เลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆ ปัจจุบันอายุ 6 ปี มีนิสัยขี้เล่นเรียบร้อย เป็นมิตรกับทุกคน รักความสะอาด หากพามาเดินเล่นริมเขื่อน ก็จะชอบเก็บขยะต่างๆ เช่น กล่องนม ถุงพลาสติก หรือแม้แต่กระโดดลงน้ำเพื่อไปคาบผักตบชวามาบนฝั่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เจ้าโน้วเน๊ะ เรียนรู้เอง ไม่มีคนสอน หลายคนมาเห็นต่างก็ชื่นชมและขอถ่ายรูปด้วย

เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุง เล็งทำธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ปัญหาระยะยาว

ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว แน่นอนว่าปัญหาที่จะตามมาก็คือ น้ำท่วมขังในจุดอ่อนทั่วเมืองหลวง ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ฝนตก น้ำท่วม และ การจราจรติดขัดหลายชั่วโมงต่อเนื่อง กลายเป็นสถานการณ์ที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญซ้ำซากทุกปีในช่วงฤดูฝน แม้ว่าที่ผ่านมากรุงเทพมหานครจะพยายามแก้ไขปัญหา ทั้งแบบเฉพาะหน้าและการวางแผนระยะยาวก็ตาม

แต่ภาพสะท้อนที่เห็นได้ชัดเจน คือ เหตุการณ์ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลายพื้นที่เกิดน้ำรอระบาย ซึ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ได้ออกมาชี้แจ้งว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เกิดจากระบบไฟฟ้าในอุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อขัดข้อง และไม่มีระบบปั่นไฟสำรอง จึงทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ในช่วงเวลานั้น ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขอน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ และพร้อมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาเพื่อคนกรุงจนกว่าจะหมดวาระ

สำหรับแนวทางเร่งด่วนในการแก้ไขจุดบกพร่องที่อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ พลตำรวจเอกอัศวิน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและจัดหาเครื่องปั่นไฟสำรอง กำลังไฟสูง 6,600 โวลต์ เพื่อป้องกันปัญหาไฟตก ไฟดับในอนาคต และประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงให้เตรียมพร้อมแก้ไขสถานการณ์ในช่วงฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างที่เป็นมาตการระยะยาวแก้ปัญหาฝนถล่ม คือ ธนาคารน้ำใต้ดิน หรือ วอเตอร์แบงค์ ซึ่งเป็นบ่อรับน้ำใต้ดินความลึก 11 เมตร ใช้ระบบแก้มลิงกักเก็บน้ำ โดยหลังจากฝนหยุดตก ระบบสูบน้ำขนาด 1.25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะสูบน้ำจากบ่อลงคลองใกล้เคียง และการก่อสร้างท่อระบายน้ำด้วยการดันท่อลอด หรือ pipe jacking 14 โครงการ ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 1 โครงการ อีกทั้งการทำพื้นที่แก้มลิง 26 แห่งทั่วกรุงเทพ

ส่วนแผนระยะสั้น คือการขุดลอกทำความสะอาดคูคลอง / การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ /การซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า สถิติจุดอ่อนน้ำท่วมปี 2561 ลดลงจาก 17 จุด เหลือ 14 จุด แต่หากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีหน้า เชื่อว่าจุดอ่อนน้ำท่วมซ้ำซากจะค่อยๆ คลี่คลายลง