#savepunjan มาแรง หลัง ปั้นจั่น ปรมะ โพสต์หลังเลือกนายกฯ มาดามเดียร์ โดดป้อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปั้นจั่น ปรมะ โพสต์ตำหนิคนวิจารณ์ หลังทราบผลเลือกนายกรัฐมนตรี แนะอย่าบ่นมาก ทำมาหากินไป
  • เกิดกระแส #savepunjan ในทวิตเตอร์ หลังคนไม่เห็นด้วยกับข้อความข้อของปั้นจั่น ปรมะ
  • มาดามเดียร์ เพื่อนดารา-นักร้อง – นักการเมือง โพสต์ปกป้อง
  • คนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตี มาดามเดียร์

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อดารานักแสดงหนุ่มชื่อดัง ปั้นจั่น ปรมะ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านอิสตาแกรม หลังเกิดกระแสคนไม่ปลื้มนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่รัฐสภามีการลงมติโหวตเลือกไปวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทำนองว่า อย่าไปวิจารณ์กันมากว่า นายกฯใหม่ หน้าเดิมที่เข้ามา จะสืบทอดอำนาจ ควรเอาเวลาไปทำมาหากิน มีเยอะก็เอาไปช่วยคนอื่น อย่ามัวแต่เอาไปใช้ในปาร์ตี้ดื่มเมากันหมด

“คสช อยู่มา 4-5 ปี บอกสืบทอดอำนาจ ได้อยู่ต่ออีก 3 ปี ก็ยังบอกสืบทอดอำนาจ แล้วไอ้ที่สืบๆ กันมาจนลูกจบนอกขับรถซุปเปอร์คาร์นี่มันยังไง ตรูไม่เห็นจะมีนักการเมืองใช้ชีวิตธรรมดาสักคน ต้นทุนบางคนที่ได้มาพ่อแม่ก็เอามาจากภาษีประชาชนทั้งนั้น ฉะนั้นอย่าบ่นมาก ทำมาหากินไปมีเยอะก็เอาไปช่วยคนอื่นละกัน ทำบุญเยอะๆ ไม่ใช่แ_กแต่เหล้าปาร์ตี้มันทุกคืน”

ซึ่งหลังจากข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตีนักแสดงหนุ่ม ก่อนที่เวลาต่อมาจะเกิดเป็น #savepunjan ขึ้นมาติดเป็นเทรนด์ฮิตในทวิตเตอร์เพียงแค่ช่วงข้ามคืนนั้น ทำนองว่า เป็นดาราขายหน้าตาก็พูดง่ายในเรื่องทำมาหากิน ส่วนคนหาเช้ากินค่ำก็ต้องก้มหน้าก้มตาไป เพราะเศรษฐกิจขณะนี้ถึงขั้นแย่ทำอะไรก็ลำบาก

มาดามเดียร์

บ้างก็ว่าถ้าจะคิดเห็นแบบนี้ก็น่าจะทำแบบเงียบๆ หรือคุยกับเพื่อนเป็นพอ ไม่ควรนำมาเผยแพร่แบบนี้เพราะเป็นบุคคลสาธารณะจะทำให้เกิดผลกระทบและบานปลายได้  จนในที่สุดนักแสดงหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ ก็ได้ลบข้อความดังกล่าวออกไป

ในวันเดียวกัน นางวทันยา วงษ์โอภาสี หรือที่รู้จักกันในนาม มาดามเดียร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อปกป้องดาราหนุ่มคนดังกล่าวทำนองว่า “ประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ การเคารพในเสรีภาพความเห็นต่าง” #savepunjan

ซึ่งหลังจาก มาดามเดียร์ ได้เผยแพร่ข้อความออกไป ก็ทำให้มีคนเห็นต่างกับมาดามเดียร์เป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการโพสต์ภาพและข้อความที่มีการใส่ภาพโลโก้ของพรรคอื่นลงไปด้วย โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก Siwadon Pattrachai-anan ที่มีข้อความระบุว่า

ดิชั้นไม่ขอวิจารณ์เรื่องที่คุณเดียร์โพสต์นะคะ แต่ขอวิจารณ์วิธีการของคุณเดียร์ การใส่โลโก้พรรคอื่นมาในโพสต์นี้มีจุดประสงค์อะไรคะ ถ้าเจตนาของคุณคือต้องการดิสเครดิตด้วยวิธีนี้ ดิชั้นขอประณามคุณเดียร์ในการใช้วิธีสกปรกโสโครกเช่นนี้ค่ะ

วุฒิภาวะของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติมีเพียงเท่านี้หรอคะ ในขณะที่คนจำนวนมากพยายามเหลือเกินที่จะให้ประเทศชาติเดินหน้าไปอย่างมีเกียรติและเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ คุณผู้ซึ่งอยู่ในฐานะตัวแทนประชาชนกลับปฏิบัติตนเช่นนี้

ทำไมถึงต้องการยกตัวเองให้สูงขึ้นโดยวิธีกดคนอื่นให้ต่ำลงเช่นนี้ คุณไม่ต้อง save ใครหรอกค่ะ save จริยธรรมของคุณเองดีกว่า อายแทนคนที่สนับสนุนคุณและพรรคค่ะ อายแทนญาติและวงศ์ตระกูล คุณเดียร์จะสอนลูกยังไงในอนาคตได้คะ

ดิชั้นขอดักไว้ก่อนว่า ถ้าภายหลังคุณมาตอบว่าคุณนำรูปมาจากคนอื่นและไม่ได้สังเกตหรือไม่ได้คิดอะไร ดิชั้นจะขอประณามคุณเพิ่มเติมว่า คุณขาดคุณสมบัติและทักษะที่ดีในด้านการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และไม่เหมาะต่อหน้าที่ที่คุณได้รับในขณะนี้ค่ะ เป็นต้น

ทั้งนี้นอกจาก มาดามเดียร์ แล้ว ยังมีคนดังจากหลายวงการ ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจดาราหนุ่ม “ปั้นจั่น ปรมะ” เป็นจำนวนมาก หลังถูกโจมตีอย่างหนัก จากการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์การเมืองดังกล่าว อาทิ

โจ นูโว นักร้องชื่อดังที่ได้โพสต์ภาพของปั้นจั่นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมระบุข้อความสั้น ๆ ว่า “เข้าใจทุกอย่าง” ก่อนติดแฮชแท็ก #savepunjan เพื่อเป็นการให้กำลังใจ

นางทยา ทีปสุวรรณ ไฮโซชื่อดังที่ระบุข้อความว่า ดาราออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ถ้าไม่ใช่พวกเค้า…โดนกระหน่ำในเพจทันที! #savepunjan

ชัย ราชวัตร หรือ นายสมชัย กตัญญุตานันท์ ได้โพสต์ข้อความว่า  #savepunjan เพื่อให้กำลังใจ ให้กับนักแสดงหนุ่มด้วย

13 ดารามีหนาว!! ตำรวจเตรียมดำเนินคดีรีวิว ‘เมจิกสกิน’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจเตรียม 13 ดารา รีวิวเมจิกสกิน
  • มารับทราบข้อหาในระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายนนี้

กรณีที่มีการจับกุมเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายของกลุ่มบริษัทเมจิกสกิน และได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาบางส่วนฟ้องศาลไปแล้ว บางส่วนบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ ส่วนของกลางได้เผาทำลายไปแล้วตามคำสั่งศาล

ในส่วนศิลปินดาราที่ร่วมกันรีวิวสินค้าเครือเมจิกสกินทาง อย.ได้พิจารณาแล้วมีผู้กระทำความผิดทั้งหมด 13 ราย และได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามความผิด พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 โฆษณาเครื่องสำอางด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง จำนวน 10 คน และความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อ

จากทั้งหมด 54 คน พบมีความผิดชัดเจน 13 คน แบ่งเป็นความผิด ข้อหาโฆษณาเครื่องสำอาง ใช้ข้อความที่ก่อจะให้เกิดความเข้าใจผิด ในสาระสำคัญ เกี่ยวกับเครื่องสำอาง จำนวน 10 คนความผิดข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ จำนวน 3 คน

ส่วนอีก 17 คน พิจารณาแล้วพบว่า มีความผิดฐานโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เข้าข่ายผิดโฆษณาอันเป็นเท็จ และถูกเปรียบเทียบปรับ

ส่วนอีก 24 คน ขณะนี้ อย.กำลังพิจาณาว่ามีความผิดตามกฎหมายทั้งสองฉบับหรือไม่ โดยตำรวจได้ออกหมายเรียกให้ทั้ง 13 คน มารับทราบข้อหาในระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายนนี้

ทั้งนี้ยังฝากเตือนไปยังผู้บริโภคการรับฟังข้อมูลการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องสำอางให้พิจารณาให้ดี ยิ่งการโฆษณาสามารถลดสัดส่วนได้ เปลี่ยนสีผิวได้ถือว่าเป็นการแสดงสรรพคุณที่เกินเลยขอบเขต ขณะนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเปลี่ยนแปลงสีผิวได้อย่างถาวร

ส่วนดาราที่ถูกออกหมายเรียกดำเนินคดีในครั้งนี้ เพราะตัวผลิตภัณฑ์อาหาร กำหนดไว้ว่าใครจะโฆษณาต้องขออนุญาตก่อน ถ้าไม่ขออนุญาตแล้วไปโฆษณา มีความผิดฐานไม่ได้รับอนุญาต

ความแตก ! ครม. ปาเลสไตน์ลดเงินเดือนลูกจ้าง-แอบขึ้นเงินเดือนตัวเอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีเอกสารลับระบุว่าคณะรัฐมนตรีปาเลสไตน์ชุดก่อนแอบขึ้นเงินเดือนตัวเองเกินกว่า 60% แถมยังมีสิทธิประโยชน์ คิดเป็นเงินราว 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับรัฐมนตรีทุกคน
  • การขึ้นเงินเดือนครั้งนั้น เกิดขึ้นช่วงที่รัฐบาลลดเงินเดือนลูกจ้างกว่า 50,000 คน และเป็นช่วงที่ปาเลสไตน์กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจและการเงิน
  • นาย โมฮัมหมัด ชเตเยห์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของปาเลสไตน์ สั่งยุติการขึ้นเงินเดือนดังกล่าว และสั่งให้สอบสวนเรื่องนี้ โดยในระหว่างนี้รัฐมนตรีทุกคนจะได้รับเงินเดือนเพียงครึ่งเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณี นาย นิคโคลัย มลาดีนอฟ ทูตสันติภาพสหประชาชาติประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง ออกมาประณามหลังจากมีเอกสารรั่วไหลแสดงให้เห็นว่า คณะรัฐมนตรีชุดก่อนของปาเลสไตน์ ได้ทำเรื่องขึ้นเงินเดือนของตัวเองอย่างลับ ๆ ในปี 2560 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่รัฐบาลลดเงินเดินลูกจ้างกว่า 50,000 คนในฉนวนกาซาลงถึง 1 ใน 3

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส

รายงานระบุว่า เอกสารลับที่หลุดออกมานั้น สมาชิกคณะรัฐมนตรีได้ขึ้นเงินเดือนตนเองจาก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 67% ขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ได้เพิ่มเงินเดือนเป็น 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ คิดเป็นเงินราว 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับรัฐมนตรีทุกคน

ปาเลสไตน์กำลังประสบปัญหาทางการเงินร้ายแรงถึงขนาดที่อาจเผชิญสถานการณ์พังพลาย และอาจล้มละลายในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม ซึ่งอาจทำให้พวกเขาอาจต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในเขตเวสต์ แบงก์ โดยไม่จ่ายเงินชดเชย นายชเตเยห์ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว นิวยอร์ก ไทม์ส

พร้อมกันนี้นายมลาดินอฟกล่าวว่าในขณะที่ปาเลสไตน์กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจและการเงิน แต่รัฐบาลปาเลสไตน์กลับทำเช่นนั้นซึ่งถือว่าขัดต่อหลักการและเหตุผล ซึ่งนาย โมฮัมหมัด ชเตเยห์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของปาเลสไตน์ที่รับตำแหน่งเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ตกลงยุติการขึ้นเงินเดือนดังกล่าว และสั่งให้มีการสอบสวนแล้ว โดยในระหว่างนี้รัฐมนตรีทุกคนจะได้รับเงินเดือนเพียงครึ่งเดียว

ที่มา www.bbc.com