‘บิ๊กป้อม’ ปัดตอบให้ความเห็นการเมือง ชี้เพราะการโหวตนายกฯจบแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเอกประวิตร ท้า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ หากทหารไปที่บ้านยิงได้เลย
  • พลเอกประวิตร ชี้สภา 500 ไม่ได้เป็นการปล้นชัยชนะ

วันนี้ (6 มิ.ย.62) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่สภาเมื่อวานนี้ว่า ก็ว่ากันไป ส่วนกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวถึงในสภามากเป็นเรื่องปกติของทางการเมืองหรือไม่

พลเอกประวิตรระบุว่าเป็นเรื่องปกติ อย่าไปสนใจเรื่องการเมือง เเต่ควรให้ความสนใจเรื่องที่เจ้าหน้าที่จับยาบ้าล็อตใหญ่ ที่จะส่งไปต่างประเทศซึ่งเดือดร้อน เรื่องแบบนี้ไม่สนใจกันเลย เจ้าหน้าที่ทำงานหนักกันอยู่แล้ว เเละทำงานได้ดี เรื่องเเบบนี้น่าจะสนใจกันบ้าง

เมื่อถามว่าการที่สามารถจับได้มากขนาดนี้ พลเอกประวิตร ต้องกลับมาสานงานต่อหรือไม่นั้น ระบุว่ายังไม่ทราบ เเต่การจับได้นั้นต้องสนับสนุนเรื่องที่เป็นประโยชน์แบบนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจนสามารถจับกุมได้มากมาย ควรให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้อย่าให้ความสำคัญ อย่าให้ความสนใจกับเรื่องการเมืองซึ่งเรื่องการเมืองจบไปแล้ว

เมื่อถามว่าภูมิใจเเละได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีหรือยัง ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พลเอกประวิตร ระบุว่า ยังไม่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีและยังไม่ได้มีการโทรหากัน

ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุว่าเป็นการถูกปล้นชัยชนะ และเปรียบเป็นสภา 500 นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ให้กลับไปถามนายธนาธร ตนไม่ได้พูดว่าสภา 500 และตนไม่ได้มองเรื่องนี้ และได้เสีย 500 พอดี ซึ่งมองว่าไม่ได้เป็นการปล้นคะแนนเสียง

ส่วนกรณีการอภิปรายในสภาของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย ที่กล่าวในสภาว่าหากมีทหารไปที่บ้านก็จะยิง พลเอกประวิตรระบุว่า เป็นการพูดทั้งนั้น หากมีทหารไปก็ยิงเลย

เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้พลเอกประวิตร ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นไม่อยากพูดถึงเรื่องการเมืองแล้วและจะไม่ขอตอบเรื่องการเมือง พร้อมทั้งติงว่าเจ้าหน้าที่ทำผลงานแต่ไม่ถาม ส่วนกรณีที่พูดในสภามีการพาดพิงที่มาของการสรรหา ส.ว.นั้น กล่าวว่า เรื่องนั้นจบไปแล้ว ส่วนการพาดพิงเรื่องนาฬิกานั้น พลเอก ประวิตร ระบุว่า ตนจะทำอะไรได้เพราะยืมเขามา

“อภิสิทธิ์” กับชีวิตการเมืองที่ไม่ราบรื่น

ประเด็นน่าสนใจ

  • อภิสิทธิ์ นับหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศลาออกจากพรรคหลังการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ
  • ที่ผ่านมาอภิสิทธิ์ มีเส้นทางชีวิตบนถนนสายการเมืองที่ไม่ราบรื่นนัก
  • อภิสิทธิ์ต้องเผชิญกับความกดดัน เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมืองตลอด 2 ปีในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ปี2551-2554)

หากพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ ในตอนนี้ถือว่าน่าสนใจว่าทิศทางการเมืองจะเป็นอย่างไร แต่ที่น่าจับตาคือการเดินสายทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอดีตหัวหน้าพรรคจะไปในทิศทางไหนหลังจากที่ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“ผมคงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและลงคะแนนที่ฝ่าฝืนมติของพรรคได้ ผมเป็นนักการเมืองที่ได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมทราบว่านักการเมืองที่ดีต้องมีวินัย เพราะยิ่งใหญ่กว่ามติพรรคคือสัญญาประชาคมที่ให้กับผู้คนทั้งประเทศผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกประชาธิปัตย์ที่พยายามรักษาเกียรติภูมิให้กับผม ด้วยการให้ผมงดออกเสียง ผมเรียนว่าพรรคไม่มีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิให้ใคร พรรคมีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิของพรรคเพื่อรักษาเกียรติภูมิของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องรักษาสจฺจํ เว อมตา วาจา ผมจึงขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

ถ้อยแถลงแสดงจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 หลังกรรมการบริหารมีมติ ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

นายอภิสิทธิ นับเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศลาออก ต่อจาก อดีตสมาชิกพรรคอีกหลายคน ที่ได้โพสต์ผ่านแฟนเฟซบุ๊กก่อนหน้านี้

นั่นหมายความว่า ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 21 มี คือ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. 11 สมัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรียุติธรรมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นมาแทนที่ว่างทันทีแต่ที่น่าสนใจจากนี้ คืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเบอร์1 อย่างนายอภิสิทธิ์ จะเดินหน้าการเมืองอย่างไร

หากไล่เรียงย้อนดู เส้นทางอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 นี้ ชีวิตทางการเมืองในช่วงแรกค่อนข้างสวยหรู แต่ก็ไม่ราบรื่น
หลังจบ ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์  ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้เข้าช่วยงานด้านวิชาการในเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจให้กับชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น และลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2535 ขณะมีอายุได้เพียง 27 ปี

จากภาพลักษณ์นักการเมืองหนุ่มอายุน้อย และร่วมคัดค้านการสืบทอดอำนาจของพลเอกสุจินดาจึงถูกไว้วางใจเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำในรัฐบาลชวน หลีกภัย ก่อนก้าวสู่หัวหน้าพรรคใน ปี 2548 และก้าวสู่นายกรัฐมนตรีในปี 2551 แต่ก็ต้องเผชิญกับการชุมนุมทางการเมืองตลอด 2 ปี กว่าในการบริหาร จนถูกขนานนามว่ารัฐบาลในค่ายทหาร

กระทั่งหลังการเลือกตั้งปี 2562 ผลการเลือกตั้งชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้ตามเป้า จึงประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคในวันที่ 24 มี.ค. 2562 กระทั่งถึงการแสดงจุดยืนล่าสุดที่ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันสานงาน ต่อจนต้องยุติบทบาททางการเมืองในสภานี้

วิษณุ เผย นายกฯ มีอำนาจเต็มในการเจราจาจัดตั้ง ครม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • วิษณุ เผย หลังโหวตนายกรัฐมนตรีขั้นตอนต่อไปคือเตรียมเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีเพื่อโปรดเกล้าฯ
  • การประชุมอาเซียน ระหว่างวันที่ 23-23 มิ.ย.นี้ หากยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ต้องเป็นรัฐบาลชุดเก่าในการเจราตกลง
  • กรณีสื่อต่างประเทศตั้งข้อสงสัยการทำหน้าที่ ส.ว.250 คน วิษณุ ยืนยันว่าไม่ผิดที่โหวตเลือกพลเอกประยุทธ์ เพราะเป็นหน้าที่ที่กำนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

วิษณุ เผย หลังโหวตนายกรัฐมนตรีแล้วขึ้นอยู่กับขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ ชี้ ขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการเจราจาจัดตั้ง ครม. รวมถึงการเตรียมยกร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลหลังโหวตนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนนี้ ว่า การจะมีรัฐบาลช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการโปรดเกล้าฯ หลังจากนั้นนายกฯ จะเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อโปรดเกล้าฯ โดยไม่มีกำหนดเวลา ระหว่างนี้ก็จะมีการพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อนำให้เลขาธิการ ครม. ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล

โดยสามารถที่จะยกร่างนโยบายรัฐบาลได้พร้อมกับระหว่างรอ ครม. เพราะหลัง ครม.ใหม่เฝ้าถวายสัตย์ปฎิญาณจะต้องแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาภายใน 15 วัน ซึ่งควรใช้เวลาช่วงนี้ในการจัดทำร่างนโยบาย และเมื่อตั้ง ครม. เรียบร้อยถึงจะนำนโยบายที่ร่างไว้มาปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์ ซึ่งขณะที่ที่ยังไม่มี ครม.นายกรัฐมนตรีสามารถรวมร่างนโยบายและดำเนินการเจรจาจัดตั้ง ครม. กับพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่จะให้สง่างามต้องรอโปรดเกล้าฯ ก่อน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีสามารถประชุม ครม.ได้ตามปกติ เพราะยังมีเรื่องที่ต้องเตรียมการประชุมอาเซียน ระหว่างวันที่ 23-23 มิ.ย.นี้ ซึ่งหากยังไม่มีการแถลงนโยบาย ต้องเป็น ครม.ชุดเก่า โดยขณะนี้ยังเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะเป็นรัฐบาลใหม่หรือรัฐบาลเก่า แต่ถ้ามีการแถลงนโยบายก่อนการประชุมอาเซียนก็ต้องเป็นรัฐบาลชุดเก่าในการเจราตกลงใดใด ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนเก่ายิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับอาเซียน

ขณะเดียวนายวิษณุ ตอบคำถามสื่อต่างประเทศถึงการทำหน้าที่ ส.ว.250 คน ที่โหวตเลือกพลเอกประยุทธ์ว่า ไม่ผิด เพราะเป็นหน้าที่ ที่กำนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่โหวตอาจจะผิด และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ คสช. แต่งตั้ง ส.ว.ให้มีอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีได้ พร้อมกันนี้ นายวิษณุ ปฎิเสธตอบคำถามว่าจะร่วมรัฐบาลต่อหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่รับการติดต่อมาและยังไม่คิดอะไร