‘ช่อ พรรณิการ์’ ยันแต่งกายถูกกาลเทศะเข้าสภา ไม่ติดใจหลัง ‘หมอพรทิพย์’ โพสต์ตำหนิ

ประเด็นน่าสนใจ

  • หมอพรทิพย์ โพสต์ติง ช่อ พรรณิการ์ แต่งกายไม่เหมาะสมเข้าสภา
  • ช่อ พรรณิการ์ ยันตนใส่ชุดสูทขาว-ดำ ถูกกาลเทศะเข้าสภา ตอกกลับควรให้ความสำคัญกับการโหวตเลือกนายกฯ มากกว่า

วันที่ 5 มิ.ย. 62 ที่อาคารทีโอที น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.โพสต์ผ่านสื่อโซเชียลว่าตนใส่ชุดสีไม่เหมาะสมต่อการไว้ทุกข์ว่า ว่า ชุดที่ตนสวมใส่มาร่วมการประชุมรัฐสภาวันนี้เป็น ชุดสูท Poem สีขาว-ดำ เหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่ใช่ชุดไม่สุภาพ แต่แปลกใจว่าทำไมแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ถึงเข้าใจว่าชุดนี้ไม่ใช่ชุดขาว-ดำที่ใส่ไว้ทุกข์ แต่ทั้งนี้ความเข้าใจผิดอาจเกิดขึ้นได้ เพราะสีในทีวีอาจจะเพี้ยน และยืนยันว่าชุดนี้เรียบร้อยเหมาะสมกับการเข้าประชุมเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ในช่วงเช้าคุณหญิงพรทิพย์ได้เห็นตนในห้องอาหารต้องเห็นอยู่แล้วว่าชุดนี้เป็นสีขาวดำ

อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของวันนี้คือการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เราไม่มีนายกฯ มา 5 ปีแล้ว จึงควรไปให้ความสำคัญตรงนั้นมากกว่า ส่วนในเรื่องการแต่งกายเป็นสิ่งแน่นอนว่ากาลเทศะเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะสถานที่ทรงเกียรติอย่างรัฐสภา แต่ว่าเรายืนว่าเป็นชุดสูทสีขาวดำ มีความถูกต้องเหมาะสมต่อกาลเทศะในการไว้ทุกข์และประชุมรัฐสภาแน่นอน และเชื่อว่าไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมือง และทุกคนมีเสรีภาพในการวิจารณ์ แต่ทั้งนี้หากจะดิสเครดิตกันจริงควรจะดูเหตุผลที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ถือ ‘บัตรคนจน’ ยังไม่ได้รับเงิน ‘ค่าชุดนักเรียน’, ‘เงินเกษตร’ ต้องทำอย่างไร?

จากกรณีที่รัฐบาลได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปี 2562 ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ปรากฎว่ามีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้าหลักเกณฑ์ ยังไม่ได้รับเงินจากมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ช่วงเปิดเทอม จำนวน 500 บาท ต่อบุตร 1คน และมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,000 บาท 

กรณีนี้ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า สามารถส่งเอกสารไปตรวจสอบและรอรับเงินย้อนหลังได้ โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร.02-2739020#3279, 3224 ให้ปฏิบัติดังนี้

1. มาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ช่วงเปิดเทอม จำนวน 500บาท ต่อบุตร 1คน

  • ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ท่านไปขอสำเนาเอกสารที่ท่านลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีการระบุรายละเอียดและเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของบุตรทุกคน (หากท่านไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับบุตร ท่านจะถูกตัดสิทธิตามหลักเกณฑ์นี้โดยอัตโนมัติ)
  • ผู้ลงทะเบียนรอบปี 60 สำเนาอยู่ที่ธนาคาร
  • ส่วนท่านที่ลงทะเบียนรอบปี 61 และรอบเพิ่มเติมฯ สามารถสอบถามได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานคลังจังหวัดที่ท่านลงทะเบียน
  • โดยให้เจ้าหน้าที่เซ็นรับรองเอกสารถูกต้อง
  • พร้อมแนบสำเนาบัตรบัตรประจำตัวประชาชนของท่านและของบุตรทุกคนที่อายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง

2. มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,000 บาท

  • เกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ท่านไปขอสำเนาเอกสารที่ท่านลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งระบุว่าท่านเป็นเกษตรกร อาทิ เกษตรกรชาวสวนยาง เกษตรกรทำไร่ทำสวน
  • หากระบุอาชีพนอกเหนือจากเกษตรกรไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้จะเป็นผู้ลงทะเบียนเกษตรกรหรือไม่ก็ได้ แต่ในใบลงทะเบียนต้องแจ้งว่ามีอาชีพเป็นเกษตรกร
  • โดยให้จนท.เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของตัวท่านเอง

ทั้ง 2 กรณีขอให้ส่งเอกสาร โดยระบุดังนี้

กรุณาส่ง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัด กระทรวงการคลัง ซอยอารีสัมพันธ์ แขวงและเขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

วงเล็บมุมซองส่งเอกสารเพิ่มเติมกรณีเงินช่วยเหลือเปิดเทอม หรือ เงินช่วยเหลือเกษตรกรอย่างใดอย่างหนึ่ง

โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ แล้วจึงจะทำการโอนเงินเข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ อาจต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1-2 เดือนหรือนานกว่านั้น หลังจากได้รับเอกสาร

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6

สผ. และ UNDP จับมือฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็ง พื้นที่ชุ่มน้ำ รับมือภัยโลกร้อน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็ง พื้นที่ชุ่มน้ำ
  • ในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อรณรงค์ภายใต้คำขวัญ “หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ” (Beat Air Pollution)

วันที่ 5 มิ.ย. ดร.รวีรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สผ. ร่วมกับสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP – United Nations Development Programme) ดำเนินโครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF – Global Environment Facility)

ทั้งนี้ สผ.น้อมนำพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการรักษาป่าพรุป้องกันไม่ให้ป่าพรุถูกทำลายมาปฏิบัติและดำเนินโครงการ โดยประสานความร่วมมือกับศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFTC) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจข้อมูลป่าพรุทั่วประเทศ และเลือกพื้นที่โครงการนำร่องอนุรักษ์ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งหวังผลลัพธ์ให้เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพรุ เพิ่มศักยภาพป่าพรุในการทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีความสำคัญระดับโลก และเป็นระบบนิเวศที่ให้บริการและปรับปรุงวิถีชีวิตท้องถิ่น

เลขาธิการ สผ. กล่าวด้วยว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย. ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทั่วโลกตื่นตัวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยในปีนี้กำหนดหัวข้อรณรงค์ภายใต้คำขวัญ “หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ” (Beat Air Pollution)

ด้านนายเรโนด์ เมเยอร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) กล่าวว่า ป่าพรุมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ป่าพรุช่วยดูดซับคาร์บอนที่จะถูกปล่อยไปสู่ชั้นบรรยากาศได้เป็นล้านตัน

นอกจากนี้ป่าพรุยังช่วยให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงหรือการทำงานหัตถกรรม ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก UNDP ได้ร่วมกับรัฐบาลไทยและภาคประชาสังคมใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม และแนวทางใหม่ในการจัดการป่าพรุเพื่อให้มั่นใจว่าระบบนิเวศน์ของป่าพรุจะช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และช่วยทำให้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสำเร็จได้ตลอดจนช่วยรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมมนุษย์อย่างยั่งยืน