อภิสิทธิ์ ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์ ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส. ประชาธิปัตย์ หลังพรรคมีมติเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

วันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงจุดยืนหลังพรรคมีมติร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า สำหรับการแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของตนเองในขณะนั้น เป็นการแสดงจุดยืนในฐานะหัวหน้าพรรค และมั่นใจว่ามีความสอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ซึ่งเป็นเวลามากว่า 70 ปีแล้ว

อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอไปกับประชาชนในการเลือกตั้ง นั่นคือเราต้องการที่จะเห็นประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยที่สุจริต ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งตนเองได้แสดงความรับผิดชอบโดยลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค

นับตั้งแต่การเลือกตั้งผ่านพ้นมา ตนเองยังยึดมั่นในจุดยืนดังกล่าว ซึ่งได้พยายามที่จะโน้มน้าวสมากชิกพรรคให้รักษาจุดยืนดังกล่าวแล้ว และจนถึงวันนี้ตนเองก็ยังยืนยันเช่นเดิม ซึ่งตนมองว่าทั้งพฤติกรรมและเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ตนเองได้แสดงจุดยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศชาติยังต้องการให้ประชาชนเป็นใหญ่ และมีประชาธิปไตยสุจริต สิ่งที่พวกเราหลายคนได้ประสพมาในช่วงการเลือกตั้ง ที่ได้เห็นถึงการใช้อำนาจรัฐใช้เงิน การได้คะแนนเสียงมาด้วยวิธีการที่มิชอบ

ความพยายามของผมเองไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ผมต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยประการแรกต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตัดสินใจเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าใจว่าทางพรรคจะรักษาจุดยืนที่ผมเคยพูดไว้ในฐานะหัวหน้าพรรค

ประการที่สองในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและลงคะแนนที่เป็นการฝ่าฝืนมติของพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพื่อรักษาเกียรติภูมิของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องรักษาสัจจะวาจา ผมจึงขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ครม. ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์-ดอกเบี้ยเงินรางวัลสลาก ธอส.

ครม. มีมติให้ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ รวมถึงดอกเบี้ยและเงินรางวัลแก่ผู้ซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. 

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ … (พ.ศ. …) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยร่างกฎกระทรวงที่กระทรวงการคลังเสนอ เป็นการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษี

เพื่อส่งเสริมภารกิจของธนาคารอาคารสงเคราะห์ในการสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และการระดมเงินโดยการออกผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์ และเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ในลักษณะเดียวกันของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ

สาระสำคัญร่างกฎกระทรวง

  • ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยและรางวัลสลากออมทรัพย์ ธอส. สำหรับสลากออมทรัพย์ที่ออกจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป
  • ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ของ ธอส. สำหรับดอกเบี้ยที่คำนวณตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

โดยการยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าว ถือเป็นมาตรการเพื่อสร้างความเป็นธรรมในด้านภาระภาษีให้แก่ประชาชนที่มีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ และสลากออมทรัพย์ของ ธอส. เช่นเดียวกับการฝากเงินประเภทเดียวกันกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งอื่น รวมถึงเป็นการจูงใจในการระดมเงินฝากจากประชาชน ให้แก่ ธอส. ซึ่งการสนับสนุนให้เกิดการออม จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ออมได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้มากขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกันยังถือเป็นเครื่องมือของ ธอส. ในการระดมเงินทุนและเงินฝากระยะยาวที่มีต้นทุนที่เหมาะสมต่อการนำไปสนับสนุนการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและคงที่ระยะยาวแก่ประชาชน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม

พร้อมสร้างโอกาส ในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ซึ่งในปี 2562 ธนาคารกำหนดเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่จำนวน 203,000 ล้านบาท รวมถึงสนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาล อาทิ โครงการบ้านล้านหลัง

ทั้งนี้ ภายหลังจากพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้ประกาศในราชกิจานุเบกษา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 ซึ่งให้ ธอส. สามารถออกและจำหน่ายสลากออมทรัพย์ได้นั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดทำกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ซึ่งคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคม 2562

จะสามารถเปิดให้จองสิทธิ์ผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากโดยซื้อสลากออมทรัพย์ Premium ชุดวิมานเมฆ หน่วยละ 1 ล้านบาท จำนวน 27,000 หน่วย หรือ 27,000 ล้านบาท โดยให้จองสิทธิ์ซื้อสลากสูงสุดรายละไม่เกิน 5 หน่วย และออกรางวัลครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายน 2562 จากนั้นจะออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน จำนวน 27 รางวัล/เดือน รางวัลละ 200,000 บาท อายุสลาก 3 ปี

ทำให้ผู้ถือสลากมีโอกาสลุ้นรางวัลถึง 972 รางวัล ทำให้มีโอกาสในการถูกรางวัลสูงถึง 0.1% และเมื่อฝากครบ 3 ปี จะให้ผลตอบแทนหน้าสลากเท่ากับ 1.4% ต่อปี เทียบเท่ากับเงินฝากประจำและหากถูกรางวัลเพียง 1 ครั้ง ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 8.07% ต่อปี และยังสามารถถือสลากต่อเพื่อมอบเป็นมรดกได้

จากนั้นยังมีแผนที่จะออกสลากอีก 2 ชุด คือ ราคาหน่วยละ 10 ล้านบาท จำหน่ายจำนวน 30,000 ล้านบาท และราคาหน่วยละ 500 บาท จำหน่ายอีกจำนวน 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากดอกเบี้ยและเงินรางวัลเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

บรรยากาศ ประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้มีการประชุมรัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรี
  • ผู้ถูกเสนอชื่อชิงนายกฯ มี 2 ท่านคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
  • ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 376 เสียง

วันนี้ (5 มิ.ย. 62) ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ ได้มีการจัดการประชุมรัฐสภาขึ้น เพื่อทำการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ตามนายชวน หลีกภัย ประธานสภา และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานและรองประธานรัฐสภา ได้มีการหารือก่อนได้ข้อสรุปว่าจะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ เวลา 11:00 น.

โดยการลงมติเลือกนายกฯ ครั้งนี้จะมีขั้นตอนการโหวตแบบเปิดเผยกล่าวคือ จะมีขานชื่อทีละคนทั้ง ส.ส.และ ส.ว. รวม 500 เสียง ตามมาตรา 159 และผู้จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 376 เสียง

ส่วนแคนดิเดตที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีด้วยกัน 2 ท่าน คื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งผู้ถูกเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือประมาณ 50/500

เมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้วจากนี้ไปก็จะนำชื่อทูลเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป ซึ่งถึงตอนนั้นก็เป็นการเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลใหม่ทันที

ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาผู้ทรงเกียรติทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ได้ทยอยเดินทางถึงห้องประชุมกันแล้ว เพื่อร่วมในพิธีสำคัญกำหนดอนาคตประเทศในครั้งนี้

ประชุมรัฐสภา