สมาชิก ‘ประชาธิปัตย์’ ทยอยประกาศลาออก หลังพรรคมีมติร่วมพลังประชารัฐ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคประชาธิปัตย์มีมติร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ
  • มติ 61 ต่อ 16 เสียง
  • หลังประกาศมติร่วมพลังประชารัฐสมาชิกพรรคทยอยประกาศลาออก
  • นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์
  • นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์

วันนี้(4 มิ.ย. 62) จากกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีมติร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ด้วยคะแนน 61 ต่อ 16 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง บัตรเสีย 1 จากการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) หลังจากประชุมเครียดกว่า 5 ชั่วโมง

ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์ภาพรูปบัตรสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊ก “Somchai Srisutthiyakorn” พร้อมข้อความระบุว่า

ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยให้โอกาสลงรับสมัครเลือกตั้ง และให้การสนับสนุนต่างๆ ทำให้มีประสบการณ์ที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย แต่เมื่อแนวทางอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน คงขออนุญาตที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคครับ

ขณะเดียวกัน นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม New Dem ก็โพสต์ประกาศลาออกจากพรรคเช่นกัน โดยข้อความ ระบุว่า

ขอขอบพระคุณประสบการณ์และมิตรภาพ ที่พรรคประชาธิปัตย์มอบให้ครับ ผมขอลาออกจากสมาชิกพรรคทันทีครับ

[สรุปแถลง] มติ ปชป. เห็นพ้อง ร่วม พปชร.ตั้งรัฐบาล หลังถกนาน 5 ชม.

ประเด็นน่าสนใจ

  • พรรคประชาธิปัตย์มีมติร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ
  • มติ 61 ต่อ 16 เสียง
  • ยืนยันว่า หากไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ทั้งปัญหาปากท้องประชาชน-การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฯลฯ
  • ยืนยันว่า ว่าจะมีการยกมือโหวตพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ซึ่งเป็นไปตามมติพรรค
  • สาเหตุที่ไม่ไปเข้าร่วมกับเพื่อไทย คือ แม้ว่าร่วมกัน แต่ก็ไม่สามารถโหวตเลือกได้เพียงพออยู่ดี

วันนี้(4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมกรรมการบริหารและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
หลังจากการแสดงความคิดเห็นของที่ประชุม ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมรัฐบาล เป็นไปอย่างหลากหลาย

ทั้งนี้ หลังจากใช้เวลาประชุมกันนาน 5 ชั่วโมง นายวิรัช ร่มเย็น นายทะเบียนพรรค และอดีต ส.ส.ระนอง เสนอให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ เพื่อให้เกิดความสบายใจและไม่ต้องเกรงใจซึ่งกันและกัน

ภาพประกอบข่าว

โดยผลการประชุม มีการลงมติผลคะแนนปรากฏว่าฝ่ายที่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ มี 61 เสียง ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มี 16 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง บัตรเสีย 1 ใบ รวมมีองค์ประชุมทั้งหมดจำนวน 80 คน

สรุปแถลงการณ์ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ

ในการประสานงานกับ พรรคพลังประชารัฐ ผ่านเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่พรรคเสนอ ได้รับการตอบรับ จาก พปชร.ทั้ง 3 ข้อคือ

  1. นโยบายแก้จน สร้างคนสร้างชาติ โดยเฉพาะการประกันรายได้เกษตรกร
  2. เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
  3. เงื่อนไขในการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ซึ่งหากผิดไปจากเงื่อนไขเหล่านี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถสงวนสิทธิ์ในการทบทวนการร่วมรัฐบาลต่อไปในอนาคต

พรรคตระหนักดีว่า ปชช. ได้ตัดสินให้พรรคเป็นพรรคขนาดกลาง ทำให้ไม่สามารถบรรลุนโยบายที่ให้ไว้ทุกอย่าง  และก็ตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะตัดสินใจไปในทิศทางไหน ก็จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงจะต้อง

1. ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
2. จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาได้
3. แก้ไขปัญหา ศก. ปากท้องให้แก่ปชช. ในด้านรายได้ โดยเฉพาะเศรษกิจฐานรากได้

ยืนยัน การตั้งรัฐบาลใหม่ = ปิดสวิทช์ คสช.

ในอีกนัยยะหนึ่ง ก็เหมือนกับการปิดสวิทช์คสช. ซึ่งคสช.จะหมดอำนาจเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ จะแก้ไข รธน. เพื่อปลดล็อก ป้องกัน การฉีก รธน. ในอนาคต ซึ่งพรรคจึงได้มีมติ ตอบรับการเข้าร่วม รบ. กับ พรรคพลังประชารัฐ

เมื่อพรรคมีมติ ปชป. เข้าร่วม รบ. จึงมีมติ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ด้วย ซึ่งเหมือนกับก่อนหน้านี้ ที่ทางพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม ได้สนับสนุนนายชวน หลีกภัยก่อนหน้านี้ด้วย

ช่วงตอบคำถามสื่อ

Q: ก่อนหน้านี้บอกว่า การสนับสนุนคุณชวน ไม่เกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งนายกฯ
A: จริงๆ ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้บ้างแล้วในเรื่องนี้

Q: พรุ่งนี้ ส.ส. ปชป. ทุกคนจะยกมือให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช่ไหม?
A: ก็ตามมติพรรคเป็นไปในทิศทางนั้น ตามที่ พปชร. เสนอ

Q: แล้วที่ คุณอภิสิทธิ์ เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้จะมีการโหวตสวน-งดออกเสียงไหม
A: ก็เป็นไปตามมติพรรค

Q: แล้วกับความน่าเชื่อถือของพรรคล่ะ? A: ก็ในการร่วม รบ. ก็ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของชาติ ปิดสวิทช์ คสช.ทางหนึ่ง และแก้ไข รธน. ได้ด้วยนั่นเอง

Q: ในการแก้ไข รธน. เป็นประเด็นหลวมๆ หรือไม่?
A: ในการแก้ไข รธน. ต้องใช้เสียงของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งร่วมไปถึงการทำประชามติด้วยในบางประเด็น ดังนั้นจำเป็นจะแก้เพื่อปลดล็อกให้การแก้ไขต่อไปด้วย ทำให้จำเป็นต้องเข้าร่วม รบ.

Q: ประเด็น รธน.
A: เงื่อนไขเวลาในการแก้ไข ได้มอบหมายให้เลขาฯ พรรค ไปร่วมหารือกับ พรรคพลังประชารัฐ เพื่อแก้ไขเงื่อนไขต่างๆ นี้ด้วย

Q: จะยืนยันได้อย่างไรว่า จะไม่อ้างแก้ รธน. เพื่อร่วม รบ.นานๆ
A: ก็อยู่ที่จะนโยบายและเงื่อนไขเวลาในการแก้ไข ที่มีความชัดเจน โดยพรรคสามารถทบทวนการร่วมรัฐบาลได้ตลอดเวลา

Q: ตอนนี้มีกระแสว่า สมาชิกพรรคลาออกบนโซเซียล
A: ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ยาก ไม่ว่าจะตัดสินไปในทางก็มีผลกระทบทั้งหมด ดังนั้นพรรคได้ตัดสินอย่างดีที่สุดแล้ว โดยคำนึงถึงทุกเสียงที่หายไป ในวันนึงเราก็หวังว่า ผลงานที่เกิดขึ้นจะตอบแทนได้

Q: ที่อดีตหัวหน้าพรรคประกาศไว้ก่อนหน้านี้ทำอย่างไร
A: ในประเด็นนี้จึงได้มีเงื่อนไข ในการร่วมรัฐบาล ที่ได้กล่าวไปแล้ว

Q: แล้วทำไมไม่เลือกร่วมกับ #พรรคเพื่อไทย
A: ไม่ได้กลัวการเป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าจะนำนโยบายมาใช้ให้เกิดผลแก่ประชาชน ก็จึงจำเป็นต้องร่วมรัฐบาล เพราะปชป. กลายเป็นพรรคขนาดกลาง ซึ่งก็เป็นมติพรรค ที่มีการลงคะแนนกันเป็นไปตามประชาธิปไตย

Q: แล้วอุดมการณ์ของพรรคล่ะ
A: ก็ยังคงอยู่และเป็นไปในแนวทางของอุดมการณ์ของพรรค

Q: จริงๆ เหตุผลทั้งหมด หากร่วมกับ #เพื่อไทย ก็ทำได้นี่?
A: ด้วยหลายๆ เหตุผล ทำให้เราเลือก พปชร. และหากไปร่วมกัน คะแนนเสียงก็ไม่พอในการเลือกนายกฯ อยู่ดี

Q: รบ.ปริ่มน้ำจะไปรอดไหม?
A: ก็ในของการเมืองในระบบรัฐสภา ที่รัฐสภาจะต้องดำรงความเป็นเสียงข้างมากให้ได้ ดังนั้นต้องไปว่ากันด้วยระบบรัฐสภา

Q: ถ้าจะรักษาฐานคะแนนเสียง ส.ส. ก็ต้องใช้เงินสิ?
A: การใช้เงิน ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง ที่จะเลือกใช้สภาวะแบบนั้น

Q: แล้วถ้าเสียงปริ่มน้ำ ต้องไปขอฐานเสียงมาโปะ จะไม่เสี่ยงเหรอ
A: อย่างไร รบ. ก็ต้องรักษาเสียงไว้ได้

Q: หากเป็น รบ. แล้วรักษาเสียงไว้ได้ แต่จะรักษาชื่อเสียง-ฐานเสียง ปชช. ไว้ได้เหรอ
A: ผลงานจะเป็นตัวตอบ ว่า ปชช. จะเลือกหรือไม่

Q: ทำไมต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์
A: เราร่วมกับ #พรรคพลังประชารัฐ ซึ่ง พปชร. ก็เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ในวิถีทางนี้ ก็ต้องยอมรับการอภิปราย ชี้แจงให้ได้

Q: กรณีการร่วมรบ. จะทำให้กลุ่มก้อนใน พปชร. เสียผลประโยชน์ กลายเป็นงูเห่าได้ไหม?
A: อันนี้ ก็เป็นเรื่องของ พปชร. ที่จะต้องไปจัดการดำเนินการ ดังนั้น พปชร. ต้องไปดำเนินการ

‘ธนาธร’ ขอบคุณ 7 พรรค ปชต. ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ

“ธนาธร” ขอบคุณ 7 พรรค ปชต. ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี-แสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเรียกร้อง ปชป.-ภท.ตัดสินใจให้ถูกต้อง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีและพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ พร้อมเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา ร่วมกันตัดสินใจให้ถูกต้อง เพื่อร่วมกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจในวันประวัติศาสตร์พรุ่งนี้

โดยนายธนาธรระบุว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญที่จะชี้ทิศทางของประเทศไทย ซึ่ง ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่จะเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนจึงขอใช้โอกาสนี้กราบเรียนกับพี่น้องประชาชน ว่าตนมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ปละในโอกาสนี้ขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย แกนนำ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคน ที่แม้จะเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด แต่ก็ได้แสดงสปิริตที่น่ายกย่อง โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งและผลประโยชน์ใดๆ รวมถึงพรรคอื่นๆที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจร่วมกันมา

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยนั้น นายธนาธรระบุว่ายังไม่เป็นการสายเกินไปที่จะตัดสินใจเดินในทางที่ถูกต้อง ในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยให้ตัดสินใจอย่างที่ตัวเองได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. การสืบทอดจะเป็นไปไม่ได้ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนร่วมกันยืนหยัดอย่างตั้งมั่น เหตุผลที่เผด็จการสืบทอดอำนาจได้ก็เพราะมีนักการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยอมเป็นนั่งร้านให้กับคณะรัฐประหารโดยไม่มองถึงผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศ แต่มองถึงประโยชน์ส่วนตนและของพรรคตัวเองเป็นหลัก

นายธนาธรยังระบุด้วยว่าตนพร้อมที่จะแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ โดยเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาและพ่อแม่พี่น้องประชาชน มีทั้งสิทธิและความชอบธรรมที่จะได้รับฟังผู้ที่เสนอตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี มีวิสัยทัศน์ว่าจะพาประเทศเดินหน้าไปอย่างไร ซึ่งตนมีความพร้อมอย่างเต็มที่ๆจะแสดงวิสัยทัศน์หากสภาอนุญาต และจะแสตนบายรออยู่ที่สภาเพื่อรอการแสดงวิสัยทัศน์ ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาหรือไม่

สุดท้ายนี้ นายธนาธรขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาทุกคนตัดสินใจให้ถูกต้อง นำพาประเทศไทยออกจากเผด็จการร่วมกัน โดยอย่าปล่อยให้การสูญเสียและความฝันเดือนพฤษภาคมปี 2535 ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากผู้ได้รับเลือกตั้ง ต้องสูญเปล่าไปในวันพรุ่งนี้