พรรคชาติพัฒนา มีมติร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ

พรรคชาติพัฒนา มีมติร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ระบุ 3 “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ ระบุ ต้องคุยเก้าอี้รัฐมนตรีอีกครั้ง หวังดัน นโยบาย 9 หน้า 9 ไกล ไทยรัฐปัญหา แก้ปากท้องประชาชน

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาว่า ที่ประชุมมีมติพรรคชาติพัฒนาตอบรับคำเชิญเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ ตามที่พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้เชิญพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคการเมืองอื่นๆ ทางพรรคชาติพัฒนาจึงได้มีมติมอบหมายให้ตนและนายประเสริฐ บุญชัยสุข รองหัวหน้าพรรคไปปรึกษาหารือ ร่วมกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค และนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค เพื่อตัดสินใจในการเข้าร่วมรัฐบาล พรรคชาติพัฒนาได้ดำเนินการตามมติพรรคที่มอบหมาย

โดยวันนี้ได้ประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีมติพรรคอย่างเป็นทางการ ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ตามที่ได้รับเชิญ โดยจะมีการหารือร่วมกันระหว่างทั้งสองพรรคในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมอบหมายภารกิจในการทำงานร่วมกัน และจัดทำนโยบายของรัฐบาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม พรรคชาติพัฒนา ได้แนบนโยบายก้าวหน้าก้าวไกลไทยไร้ปัญหา ซึ่งเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมของพรรคที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน ซึ่งพรรคชาติพัฒนามีความมั่นใจว่า สามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นทุกประการ ตามที่ได้มีการหารือประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐไว้เพื่อพิจารณาประกอบการจัดทำนโยบายรัฐบาลต่อไป

นายเทวัญ ยืนยันว่า ไม่มีเงื่อนไขอื่นในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ส่วนมีการตกลงเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรค ระบุว่า ต้องไปคุยกันอีกครั้ง ทั้งนี้ ทางพรรคสนใจงานด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น เทวัญกล่าวว่า พรรคผ่านงานมาทุกด้านแล้ว พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า พรุ่งนี้ 3 เสียงของพรรคชาติพัฒนา พร้อมยกมือโหวตสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี

แห่งเดียวในประเทศ!! เด็กอาชีวะรับน้องระยะเวลาสั้นที่สุด แค่ 15 วินาที

ประเด็นน่าสนใจ

  • รับน้องวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ ใช้เวลาสั้นที่สุดเพียง 15 วินาที
  • ซึ่งปีนี้ทำลายสถิติของปีที่ผ่านมารุ่นพี่รับน้องใหม่ใช้เวลา 30 วินาที
  • กิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ โดยรุ่นพี่จะปรบมือต้อนรับส่วนรุ่นน้องจะยกมือไหว้พร้อมกล่าวคำขอบคุณ

วันนี้ (4 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา อ.เมือง เชียงใหม่ นายฉลวย พันธ์ทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ได้กล่าวให้การต้อนรับและให้โอวาทกับนักศึกษาใหม่ ทั้งระดับ ปวช.และปวส. จำนวน 1,850 คนที่เข้ามาเรียนในวิทยาลัยเป็นปีการศึกษาแรก

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ ของวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา หลังจากนั้นนักศึกษารุ่นพี่ทั้งหมดรวมกว่า 2,250 คน จะปรบมือต้อนรับขณะที่นักศึกษารุ่นน้องทั้งหมดที่ยืนเข้าแถวจะยกมือไหว้กล่าวสวัสดี รุ่นพี่

กิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ที่วิทยาลัยได้จัดขึ้นเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 30 ปี รูปแบบการรับน้องใหม่จะแตกต่างจากสถาบันการศึกษาอื่น โดยนักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องกว่า 4,100 คน จะรวมตัวกันที่สนามฟุตบอลและเข้าแถวตามชั้นเรียน เพื่อรับฟังโอวาทจากคณาจารย์

หลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมการต้อนรับน้องใหม่ โดยรุ่นพี่จะปรบมือต้อนรับส่วนรุ่นน้องจะยกมือไหว้พร้อมกล่าวคำขอบคุณ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดใช้เวลาเพียง 15 วินาที ซึ่งปีนี้ สถิติลดลงกว่าปีที่ผ่านมาใช้เวลารับน้อง 30 วินาที

กิจกรรมรับน้องใหม่ของที่นี่ มีขึ้นเพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ซึ่งทางคณาจารย์ได้ปลูกฝังให้นักศึกษาทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ยังเป็นการป้องกันไม่ให้นักศึกษารุ่นพี่ นำรุ่นนักศึกษาใหม่ไปรับน้องนอกสถาบัน ซึ่งถือว่าผิดระเบียบของวิทยาลัยฯ และอาจจะเกิดความสูญเสียได้ในที่สุด

ส.ส.อนาคตใหม่ แฉขบวนการซื้อ “งูเห่า” เผยถูกทาบทามราคาสูงถึง 120 ล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ส.อนาคตใหม่ แฉขบวนการซื้อ “งูเห่า” เผยถูกทาบทามเพียบ ราคาขึ้นสูงถึง 120 ล้าน
  • นางสาวพรรณิการ์ โฆษกพรรคอนาคตใหม่เผยว่า พรรคการเมืองที่ร่วมขบวนการซื้องูเห่าไม่ได้มีเพียงพรรคเดียว ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล โดยมีแหล่งข่าวรายงานว่า กระบวนการเหล่านี้มีการสนับสนุนโดยทุนใหญ่ระดับชาติ ที่สนับสนุนคณะรัฐประหาร
  • นางสาวพรรณิการ์ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้องูเห่ามีหลายคนหลายกลุ่มจากหลายพรรค แต่ทั้งหมดไม่ใช่ตัวการสำคัญ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 13 คนที่เคยถูกติดต่อขอซื้อตัวให้เป็นงูเห่า ได้แก่

1. นายอนาวิล รัตนสถาพร 2. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร 3. นายฐิตินันท์ แสงนาค 4. นายทองแดง เบ็ญจะปัก 5. นายธีรัชชัย พันธุมาศ

6. นายสำลี รักสุทธี 7. นายคารม พลพรกลาง 8. นายคำพอง เทพาคำ 9. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี 10.นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์

11. นายเกษมสันต์ มีทิพย์ 12. นายสมัคร ป้อมวงษ์ และ 13. นายองค์การ ชัยบุตร  ร่วมกันแถลงข่าวเปิดเผยรายละเอียดความพยายามในการซื้องูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นางสาวพรรณิการ์ระบุว่า ณ ขณะนี้เป็นที่แน่นอนแล้ว ว่าพรรคพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงเพียง 150 เสียง ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเสียง 150 เสียงของวุฒิสภาไม่สามารถเข้าช่วยได้หลังการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้พรรคการเมืองที่มีเสียงเท่านี้ไม่สามารถบริหารประเทศได้

และมีความพยายามในการซื้องูเห่าจากพรรคอื่นๆมาโดยตลอดเวลา ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่นั้นก็ได้รับการติดต่อทาบทามมาเช่นเดียวกัน จนตอนนี้พูดได้ว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จำนวนมากได้ถูกติดต่อขอซื้อมา และที่จะนำมาเปิดเผยรายละเอียดในวันนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี ซึ่งระบุว่าได้รับการติดต่อมาสองครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกเสนอให้เงินเป็นจำนวนถึง 30 ล้านบาท โดยจะจ่าย 25 ล้านบาทก่อน ก่อนแล้วจะจ่ายให้อีก 5 ล้านบาทหลังเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จ แต่ตนก็ได้ปฏิเสธไป จนมีการติดต่อครั้งที่สองมาเสนอเงินเพิ่มให้เป็น 60 ล้านบาท ซึ่งตนก็ได้ปฏิเสธไปเช่นกัน

ด้าน นายเท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพ ระบุว่ามีการเสนอเงินให้ตนครั้งแรก 30 ล้านบาท ผ่านคนสนิทที่รู้จักกันต่อมาเป็นทอดๆ และยังมีความพยายามเสนออีกต่อมาในราคา 50 ล้านบาท ครั้งที่สาม 70 ล้านบาท

และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนมีการเสนอให้สูงถึง 120 ล้านบาท ซึ่งตนได้ปฏิเสธไปทั้งหมดพร้อมให้ข้อคิดกลับไป ว่าประชาธิปไตยในประเทศนี้ไม่สามารถประเมินค่าได้ สำหรับตนเงินจำนวนใดๆไม่มีความหมายทั้งสิ้น

นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น ระบุว่าที่ผ่านมามีความพยายามที่จะติดต่อตนมาตลอด เริ่มตั้งวันที่ 25 มีนาคม หลังเลือกตั้งได้เพียงหนึ่งวัน มีโทรศัพท์เข้ามาว่ามีผู้ใหญ่ขอพบ เป็นรองหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ตนได้ตอบไปว่าไม่สะดวก ต่อมาปลายสายจึงได้ถามตนว่าอยากได้เงินนอกบัญชีใช้ 9 หลักไหม ตนก็ตอบว่าอยากได้ แต่เงินนี้ตนขอหามาใช้เอง ไม่ขอรับเงินแบบนี้

โดยปลายสายมีการเสนอว่าจะให้ 5 ล้านบาทก่อนวันโหวต และจะให้อีก 50 ล้านบาทหลังวันโหวต พร้อมเงินเดือนๆละ 2 แสนบาท แต่ตนได้ปฏิเสธไป เพราะถ้ารับก็เท่ากับเป็นการทรยศต่อประชาชนชาวขอนแก่นที่เลือกตนมากว่า 40,000 เสียง

ขณะที่ นายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.สมุทรสาคร ระบุว่ามีการติดต่อขอซื้อตัวมาตลอดผ่านคนใกล้ชิด โดยเริ่มที่ 25 ล้านบาท ต่อมาจึงมีการเสนอให้อีกเป็น 50 ล้านบาท และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีการเสนอขึ้นราคาให้เป็น 75 ล้านบาท ซึ่งตนตอบปฏิเสธไปทั้งหมด และตนยังถือว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการดูถูกจิตใจของคนจนอย่างพวกเรามาก ว่าจะเอาเงินมาซื้อได้

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกติดต่อขอซื้อมาเท่านั้น และในหลายๆกรณีไม่ได้มีเพียงการเสนอเงินเท่านั้น โดยเมื่อการเสนอเงินเริ่มไม่ได้ผล ก็มีการใช้วาจาข่มขู่ ว่าถ้าไม่ยอมรับเงินอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเงินที่ใช้มีตั้งแต่ 5 ล้านบาทไปจนถึง 120 ล้านบาท

และพรรคการเมืองที่ร่วมขบวนการซื้องูเห่าไม่ได้มีเพียงพรรคเดียว แต่มาจากหลายพรรคหลายกลุ่มด้วยกัน ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพลทั้งสิ้น โดยมีแหล่งข่าวรายงานว่ากระบวนการเหล่านี้มีการสนับสนุนโดยทุนใหญ่ระดับชาติ ที่สนับสนุนคณะรัฐประหารด้วย

“ความสำเร็จของผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม คือการทำงานเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อมาแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนที่เรื้อรังมานานแล้ว ไม่ใช่การไปรวมเพื่อน ส.ส. 20 คนกับเงิน 400-500 ล้านมาเป็นพวกเดียวกันได้ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ส.ส.ทุกคนของพรรครวมกันด้วยอุดมการณ์และไม่มีงูเห่าแน่นอน” นางสาวพรรณิการ์กล่าว

ทั้งนี้ นางสาวพรรณิการ์ระบุว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ขอเปิดเผยชื่อและตัวตนของนายหน้าซื้องูเห่า เนื่องจากมีการข่มขู่ ส.ส.หลายคนของเราถึงชีวิต เราจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ ส.ส.เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้ามีหลายคนหลายกลุ่มจากหลายพรรค แต่ทั้งหมดไม่ใช่ตัวการสำคัญ ทุกคนต่างรู้ดีว่ากระบวนการซื้อขายงูเห่าทั้งหมดเป็นไปเพื่อบุคคลใดและเป้าประสงค์ในการสืบทอดอำนาจของใคร นั่นต่างหากคือตัวการสำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมดนี้