เปิดคลิปล่า หนุ่มใจเหี้ยม ทำร้ายอดีตแฟนไม่ยั้ง ฉุนง้อคืนดีแต่ไม่สำเร็จ

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มไปง้อแฟนไม่สำเร็จ ก่อนใช้อารมณือยู่เหนือเหตุผลทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
  • เพื่อนผู้บาดเจ็บนำคลิปมาเผยแพร่เพื่อต้องการล่าตัวมาดำเนินคดี
  • การทำร้ายร่างกายในลักษณะนี้ ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 กล่าวคือ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (3 มิ.ย. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก บิ้น โกะ ได้มีการเผยแพร่คลิปเพื่อใช้เป็นหลักฐานล่าตัวชายหนุ่มคนหนึ่งมาดำเนินคดี หลังออกอาการฉุนเฉียวสุดขีด ทั้งเตะและต่อยหญิงสาวรายหนึ่งไม่ยั้ง ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพชายหญิงคู่ดังกล่าวได้ยืนตกลงปัญหาอยู่ที่ริมถนนเส้นหนึ่ง แต่ฝ่ายหญิงไม่อยากคุยด้วยทำให้ฝ่ายชายลากหญิงไปที่ลับตา ก่อนที่จะสาวหมดใส่ที่หน้าไม่ยั้ง ฝ่ายหญิงก็พยายามใช้มือบังเพื่อป้องกันตัวก่อนที่จะพลาดท่าล้มลง จังหวะนั้นได้มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปรามช่วยเหลือ แต่ฝ่ายชายเหมือนจะไม่พอใจ ก็ได้เข้าไปเตะฝ่ายหญิงซ้ำอีกก่อนที่เขาจะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความอธิบายถึงที่มาที่ไปของเหตุที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า มึงทำเพื่อนกูขนาดนี้จะให้กูอยู่เฉยๆ อ่อ ถ้ามึงมีสมองคิด มึงต่อยมันทีแรกมึงต้องพอ แต่นี้มึงซ้ำ มึงเตะหน้ามันกี่ครั้งไอสัส เตะหน้ามันจนจมูกหัก เพื่อนกูไปทำอะไรให้มึง ถึงทำกับมันแบบนี้มันดีกับมึงทุกอย่าง ใครจะออกตัวให้มันก็ออกตังค่าปรับให้มันด้วยนะไอสัส

#เด็กดอนเมืองใครเจอฝากสะกิดสักทีสองจะขอบคุนมากค่ะ
#ตอนนี้หายสาบสูญเข้ากลีบ….หาตัวไม่เจอ

*จากเรื่องก็คือไอแจ๊คมันมาง้อเพื่อนกู ที่เลิกกันไปแล้ว แล้วเพื่อนกูไม่เอาแล้ว มันก็เป็นตามคลิป ละสาเหตุที่มันเลิกกูมั่นใจว่าเพื่อนกูดีกับมันมาตลอด ทำงานงกๆอยู่คนเดียวอยากได้อะไรหาให้ทุกอย่าง วันที่มันเลิกกันไอแจ๊คเป็นคนไล่เพื่อนกูออกจากบ้านเอง เผื่อใครงง โอเคนะ. 👌🏻

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อเป็นจำนวนมาก เผื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือญาติของชายคนดังกล่าวจะเห็น และตามตัวมาดำเนินคดี

สำหรับการทำร้ายร่างกายในลักษณะนี้ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 กล่าวคือ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 296 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถ้าความผิด นั้น มีลักษณะประการหนึ่งประการใดดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือน ถึงสิบปี

นายกฯ เป็นประธานจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล “พระราชินี”

ประเด็นน่าสนใจ

  • 3 มิถุนายน วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
  • นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันนี้ (3 มิถุนายน 2562) เวลา 19.00 น. ณ ท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมนางวราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมี คณะรัฐมนตรีพร้อมภริยา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและภริยา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการทหาร ตำรวจ ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง และประชาชนเข้าร่วม

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวอศิรวาท ถวายราชดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในนามปวงชนชาวไทย ความว่า

“ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ในวันนี้

ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แก่ใจถึงน้ำพระราชหฤทัยแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเป็นอเนกประการ ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถ ตลอดจนพระราชจริยวัตรอันงดงามนี้ ได้ตราตรึงในจิตใจปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายและขจรขจายไปทั่วราชอาณาเขต

​​ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ มีพระราชปณิธานสิ่งใดจงสัมฤทธิ์ สถิตเป็นมิ่งขวัญของเหล่าปวงข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทย ตลอดกาลนิรันดร์เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม”

จากนั้น นายกรัฐมนตรี นำร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” พร้อมกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ”เสียงดังกึกก้องทั่วทั้งสนามหลวง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

มอบตัวแล้ว กลุ่มวัยรุ่นนับสิบ รุมทำร้ายเด็กอาชีวะเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • 1 ในกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายเด็กเทคนิคเสียชีวิตที่ระยองเข้ามอบตัวแล้ว
  • ผู้ต้องหาสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง หลังมีเรื่องวิวาทกันมาก่อนแต่ไม่คิดว่าจะถึงตาย
  • ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

วันนี้ (3 มิ.ย.2562) เพจ หนังสือพิมพ์ข่าวระยอง ได้มีการเผยแพร่ข่าวความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน เข้ารุมทำร้ายนายอานนท์ หรือโฟลก์ พึ่งอำพล อายุ 18 ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคชื่อดังในจังหวัดระยอง เสียชีวิตบริเวณหน้าร้านขายรถยนต์มือสอง ในพื้นที่ ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังมีเรื่องมีราวกันระหว่างใช้รถใช้ถนนนั้น

ล่าสุด 1 ในผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จังหวัดระยองแล้ว ทราบชื่อคือ นายวรุตน์ หรือบูม ชาวเนิน อายุ 23 ปี ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุทำร้ายนายอานนท์เพียงคนเดียว ด้วยการกระโดดเตะก้านคอจนตกจากรถ แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต

โดยตนกับเพื่อนรวม 7 คน ได้กลับจากไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งตัวเองระยอง และขณะขับรถกระบะกลับบ้านพักที่ตำบลแม่น้ำคู้ มาตามถนนสายบ้านค่าย-ระยอง ผู้ตายและเพื่อนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตีคู่กันมาบนถนน ก่อนจะเข้ามาขวางหน้ารถกระบะของพวกตน ตนจึงบีบแตรไล่ให้หลบเปิดทาง แต่กลุ่มผู้ตายเกิดความไม่พอใจและเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน จากนั้นได้มีการขับรถไล่ปาดหน้ากันไปมา ก่อนที่พวกตนจะขับรถปาดหน้าให้รถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้ตายจอดและมีการชกต่อยกันขึ้น กลุ่มผู้ตายเห็นท่าไม่ดีจึงพากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาระหว่างที่ตนและกลุ่มเพื่อนได้จอดรถแวะหาเพื่อนซึ่งอยู่ระหว่างที่เกิดเหตุนั้น ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนมาพอดี ตนกับกลุ่มเพื่อนจึงไปยืนขวางทาง และกระโดดเตะจนตกรถดังกล่าว เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยกันพยุงร่างขึ้นมาเพื่อจะให้ฟื้น แต่เขาไม่ฟื้นจึงนำร่างไปวางไว่ข้างถนน จังหวะนั้นได้มีชาวบ้านออกมาดู ด้วยความตกใจจึงพากันขึ้นรถกระบะหลบหนีไป เมื่อพอมีข่าวออกมาจึงได้เดินทางเข้ามอบตัวดังกล่าว

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายวรุตน์ หรือบูม ชาวเนิน ในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา ก่อนจะควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดระยอง เพื่อขออำนาจฝากขัง พร้อมทั้งคัดค้านการประกันตัว ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เหลืออีก 6 คน ขณะนี้ตำรวจรู้ตัวหมดแล้ว จะได้เรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

ข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ข่าวระยอง