ตำรวจ แนะตั้งตู้คีบตุ๊กตาต้องขออนุญาต เลี่ยงความผิด-ติดคุก

[Summary]
*ตู้คีบตุ๊กตาเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การพนัน
*แนะถ้าจะติดตั้งควรขออนุญาตจากฝ่ายปกครอง
*ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[/Summary]

วันนี้ (27 มิ.ย. 2562) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการออกตรวจสอบและจับกุมเครื่องคีบตุ๊กตาอัตโนมัติหยอดเหรียญ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 ว่า

ขอเรียนว่า ในประเด็นของการนำเครื่องเล่นในลักษณะดังกล่าว เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ผู้ประกอบการ หรือประชาชนควรศึกษากฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ดี ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร โดยสามารสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิเช่น กรมศุลกากร

อีกทั้งในส่วนของการจะนำเครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติ ไปวางไว้ตามร้านค้าหรือจุดต่างๆ ก็ต้องดำเนินการขออนุญาตและเนินการขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย กับฝ่ายปกครองให้เรียบร้อย

เนื่องจากโดยสภาพของเครื่องเล่นเข้าลักษณะเป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2530) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 อันเป็นการเล่นพนันตามบัญชี ข. หมายเลข 28 ซึ่งในการจัดให้มีการเล่นดังกล่าวจะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนผู้ประกอบการหรือประชาชน หากจะนำหรือติดตั้งเครื่องเล่น ต้อง ศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องพร้อมสอบถามกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจในพื้นที่ก่อน โดยต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะหากฝ่าฝืนติดตั้งโดยพลการอาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน2478 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนเรื่องการนำเข้านั้นต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งคัด หากฝ่าฝืน หรือหลีกเลี่ยงข้อห้าม อาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน สำแดงชนิดสินค้า ประเภทพิกัดอัตราอากรเป็นเท็จและนำของ ที่กำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น

อันเป็นความผิดตามมาตรา 202 ประกอบมาตรา 252 และมาตรา 244 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 และ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำเครื่องเล่นเกม เข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2548

เตือน!! รพ.เร่งส่ง เภสัชฯ-หมอ อบรมจ่ายกัญชาทางการแพทย์

อธิบดีกรมการแพทย์ เผย มีการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้กับบุคลากรสาธารณสุขไปแล้ว 2 รุ่น มีแพทย์ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 142 คน เภสัชกร 150 คน

วันนี้ (27 มิ.ย.62) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีสัมมนาการใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการรายงานความคืบหน้าการจัดอบรมบุคลากรสาธารณสุขให้สามารถสั่ง-จ่ายกัญชาทางการแพทย์ได้

โดยระบุว่า ขณะนี้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์กำลังจะเริ่มทยอยออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนและผู้ป่วยต่างคาดหวังที่จะได้ใช้ แต่หากจังหวัดไหน หรือเขตไหนไม่มีแพทย์ หรือเภสัชกร ที่ผ่านการอบรมทั้งคู่ จะเกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายกัญชาทางการแพทย์ได้ ดราม่าเกิดแน่นอน ดังนั้นโรงพยาบาลใดที่ยังไม่มีครบทั้ง 2 วิชาชีพขอให้เร่งดำเนินการ

อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุด้วยว่า จากข้อมูลวันที่ 25 มิ.ย. มีการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้กับบุคลากรสาธารณสุขไปแล้ว 2 รุ่น มีแพทย์ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 142 คน เภสัชกร 150 คน

สำหรับโรงพยาบาลที่ยังไม่มีทั้งแพทย์ เภสัชฯ เข้าอบรมเลย คือ รพ.สิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี รพ.พระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี รพ.สิรินธร จ.ขอนแก่น

ส่วน รพ.ที่ขาดเฉพาะแพทย์เข้ามาอบรม คือ รพ.แม่สอด จ.ตาก รพ.สระบุรี จ.สระบุรี รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม รพ.บางละมุง จ.ชลบุรี รพ.เลย จ.เลย รพ.ยะลา จ.ยะลา

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการอบรมให้กับบุคลากรอีก 4 รุ่น คิดว่า รพ.น่าจะมีการส่งบุคลากรเข้ามาร่วมอบรมเพื่อให้สามารถพิจารณาสั่ง-จ่ายน้ำมันกัญชาให้กับผู้ที่สมควรได้รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวอย่างถูกต้อง

ราชกิจจาฯ ประกาศเด็กเกิด 1 เม.ย.ออมสินจ่ายให้ 500 ชื่อออมสินให้ 5,000 บาท

ราชกิจจาฯ ประกาศเรื่องการจ่ายเงินเด็กเกิดในวันออมสิน รับเงินคนละ 500 หากตั้งชื่อว่าออมสิน ได้รับเงิน 5,ooo บาท

วันที่ 27 มิ.ย. 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่องการจ่ายเงินทุนประเดิมเด็กเกิดในวันออมสิน โดยที่ธนาคารออมสินได้กําหนดให้วันที่ 1 เมษายน ของทุกปีเป็น “วันออมสิน” และธนาคารจะจ่ายเงินทุนประเดิมให้แก่เด็กที่เกิดในวันออมสิน เพื่อเป็นการสร้างนิสัยการออมให้แก่เด็ก

กําหนดการจ่ายเงินทุนประเด็นเด็กเกิดในวันออมสินดังนี้

ข้อ 1 ธนาคารจะจ่ายเงินทุกประเต็มให้แก่เด็กที่เกิดในวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี “วันออมสิน” ที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • เป็นเด็กที่เกิดวันออมสินจะได้รับเงินทุนประเดิม จํานวนเงิน 500 บาทต่อราย หรือ
  • เป็นเด็กที่เกิดวันออมสินและได้มีการตั้งชื่อเด็ก โดยปรากฏในสูติบัตรว่า “ออมสิน” จะได้รับเงินทุนประเต็ม จํานวนเงิน 5,000 บาทต่อ

ข้อ 2 ให้บิดาหรือมารดาเป็นผู้ขอรับเงินทุนประเดิม โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • เป็นบิดาหรือมารดาของเด็กที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในข้อ 1
  • บิดาหรือมารดามีสัญชาติไทย
  • ขอรันเงินทุนประเต็มได้ที่รนาคารออมสินสาขา ภายในวันที่ 30 ธันวาคม ของปีที่เด็กเกิด

ข้อ 3 เอกสารหลักฐานที่ใช้ในการขอรับเงินทุนประเดิม มีดังนี้

  • ต้นฉบับและสําเนาสูติบัตรของเด็ก
  • บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ของบิดาหรือมารดา หรือบัตรอื่นใดที่ทางราชการสะกให้เป็นหลักฐานในการยืนยันตัวบุคคล ที่ระบุหมายเลขประจําตัวประชาชนไว้
  • สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาหรือมารดา

ข้อ 4 ธนาคารจะนําเงินทุนประเดิมฝากเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเพื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์

ข้อ 5 ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินทุนประเดิมเด็กเกิด ในวันออมสินตามประกาศนี้ได้ในภายหลังตามที่เห็นสมควร


ที่มา  ราชกิจจานุเบกษา