ตำรวจเร่งล่า แก๊งคนร้ายตระเวนเจาะหน้าฝากศพเด็ก ไปทำของขลัง

ประเด็นน่าสนใจ

*แก๊งขโมยเจาะหน้าผากศพเด็กอาละวาดที่ จ.อุดรธานี
*ตำรวจทราบเรื่องแล้ว และส่งกำลังเร่งล่าตัว เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน และป้องกันเหตุซ้ำ
*มาตรา 366/3 ความผิดเกี่ยวกับศพ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[/summsry]

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วงหลวง อุดรธานี ได้ส่งกำลังออกเร่งล่ากลุ่มคนร้ายตระเวน ใช้มีดเจาะกะโหลกศพเด็กเท่าเหรียญสิบ เพื่อนำไปทำปั้นเหน่ง เครื่องลางของคลัง คล้ายตำนานแม่นาคพระโขนง ที่ว่าสมเด็จโต วัดระฆัง ได้ไปปราบผีนางนาค แล้วเจาะกะโหลกตรงหน้าผากขนาดมาทำปั้นเหน่งพกติดตัว เพื่อจะสยบวิญญาณ

โดยการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากชาวบ้าน ได้แจ้งความร้องทุกข์ว่า ศพหลานชายอายุ 6 ปี 9 เดือน ที่เสียชีวิตจากการจมน้ำที่เก็บไว้ภายในสุสานป่าช้ามูลนิธิส่งเสริมธรรมอุดรธานีบ้านปากดง ถูกคนร้ายมารบกวนศพด้วยการกระทำดังกล่าว

จึงอยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายมาให้เพื่อป้องกันไม่ให้ไปกระทำกับศพเด็กรายอื่นๆ อีก ขณะเดียวกันก็อยากให้นำกะโหลกหน้าผากหลานชายมาคืน เพื่อถอนอาถรรพ์มนต์ดำศพหลานชายจะได้ไปผุดไปเกิด เพราะการกระทำเช่นนี้ต้องมีการร่ายมนต์คุณไสย์สะกดวิญญาณไว้แน่นอน

สำหรับการกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 366/3 ความผิดเกี่ยวกับศพ ใจความ ว่า ผู้ใดไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ อัฐิ เถ้าของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้หากมีการขโมยศพไปจากที่เก็บก็จะมีความผิดฐานเคลื่อนย้ายศพตาม ป.อาญา มาตรา 199 ผู้ใดลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายกฯ-ภริยา ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นายกรัฐมนตรีและภริยา ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2562 

วันนี้ (3 มิถุนายน 2562) เวลา 08.15 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2562 ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าร่วมพิธี ดังนี้

นายกรัฐมนตรีและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นายกรัฐมนตรีถวายแจกันดอกไม้ในนามของนายกรัฐมนตรีและภริยา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ณ โต๊ะด้านหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ จากนั้น ภริยานายกรัฐมนตรีถวายแจกันดอกไม้ ในนามคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ณ โต๊ะด้านหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาลงนามถวายพระพร รองนายกรัฐมนตรีและภริยาลงนามถวายพระพร นายกรัฐมนตรีและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ฯ เสร็จพิธี

ทรัมป์โต้ข่าวแขวะ ‘ดัสเชสเมแกน’ เป็นข่าวปลอม แม้นักข่าวงัดคลิปเสียงยัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีคลิปเสียงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ กล่าววาจาต่อว่า ‘ดัสเชสเมแกน’ ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางเยือนอังกฤษ
  • คลิปเสียงถูกปล่อยออกมาก่อนการเดินทางไปเยือนอังกฤษของนายทรัมป์ได้เพียงไม่นาน
  • ทรัมป์ออกมาตอบโต้ว่าไม่เป็นความจริง ข่าวที่ออกมาเป็นแค่ข่าวปลอม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ประเด็นดราม่า ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนอังกฤษ อย่างเป็นทางการซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 5 มิ.ย.นี้ โดยมีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่านายทรัมป์ใช้คำว่า ‘น่ารังเกียจ’ พูดจาต่อว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเส็กซ์ อดีตนักแสดงอเมริกัน ที่ขณะนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ

ทั้งนี้ชนวนเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.เดอะซันขอสัมภาษณ์นายทรัมป์ โดยถามว่า เสียดายไหมที่จะไม่ได้พบ ดัชเชสเมแกน ที่เพิ่งประสูติโอรสเมื่อเดือน พ.ค. ในวาระที่จะมาเยือนอังกฤษ ซึ่งนายทรัมป์ ออกมาแก้ตัวว่า ตนไม่เคยพูดจาเช่นนั้น และข่าวที่แพร่ออกมานั้น เป็นข่าวปลอม ทั้งที่สื่อได้เผยแพร่คลิปยืนยันว่าทรัมป์กล่าวถ้อยคำดังกล่าว

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวพยายามออกมาแก้ข่าวว่า นายทรัมป์ไม่ได้หมายความว่า ดัชเชสเมแกน ‘น่ารังเกียจ’ แต่กำลังต่อว่าข้อมูลที่นักข่าวเดอะซันมาถามเรื่องนี้ว่า ‘น่ารังเกียจ’ พร้อมทั้งอ้างว่า ทรัมป์พูดถึงดัชเชสแต่ในด้านดี และทรัมป์ยังระบุว่า คิดว่าดีทีเดียวที่อังกฤษมีเจ้าหญิงเป็นชาวอเมริกัน ผมมั่นใจมากว่า พระองค์จะทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม และพระองค์จะเป็นเจ้าหญิงที่ดีมาก

อย่างไรก็ตาม การเยือนอังกฤษของทรัมป์ครั้งนี้ เขาได้พานางเมลาเนีย สตรีหมายเลขหนึ่ง พร้อม น.ส.อิวานกา ทรัมป์ ลูกสาว และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยมาเยือนอังกฤษด้วยในฐานะที่ปรึกษา