สาวไทยโร่ร้องสื่อ หลัง 3 โจ๋สุดโหด รุมทำร้ายแฟนฝรั่งเจ็บสาหัส แต่คดีไม่คืบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่มชาวอังกฤษถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายเจ็บสาหัสที่ปาย
  • ตำรวจจับผู้ต้องหาแล้ว แต่คดีความไม่คืบหน้า แถมญาติผู้ต้องหาโทรขู่อ้างรู้จักคนใหญ่คนโต
  • ผู้เสียหายซึ่งเป็นแฟนสาวกลัวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องต่อสื่อเพื่อให้ติดตามทำข่าวในคดี

เมื่อวันที่ 1  มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา น.ส.สายฝน เพ็ชร์กระจ่าง  อายุ 33 ปี ชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าพบกับสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยติดตามทำข่าวทวงถามความคืบหน้าในคดี กลุ่มวัยรุ่นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ก่อเหตุรุมทำร้าย “นายลุค เบนจามิน ธอร์นตัน” อายุ 37 ปี ชายชาวอังกฤษ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่ศีรษะแตก กะโหลกร้าว ดั้งจมูกหัก ดวงตาทั้งสองข้างถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก และมีบาดแผลฉีกขาดทั่วปาก ถูกนำส่ง รพ.ปาย ก่อนจะส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.เชียงใหม่ราม จ.เชียงใหม่ โดย เหตุเกิดบนถนนสาธารณะหน้าโรงเรียนปาย วิทยาคาร อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 20 พ.ค.62

โดยผู้เสียหายเผยว่า สาเหตุของการเข้าร้องความคืบหน้าในคดีครั้งนี้ เป็นเพราะญาติผู้ต้องหา สามคนที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ ได้โทรศัพท์มาข่มขู่ อ้างรู้จักคนใหญ่คนโต ตนกลัวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเดินทางมาร้องสื่อดังกล่าว พร้อมทั้ง ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้ไปก่อเหตูกับผู้อื่นอีก และการกระทำดังกล่าวก็ถือเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย

พร้อมกันนี้ น.ส.น้ำฝนยังได้เล่าถึงวันเกิดเหตุด้วยว่า นายลุค เบนจามิน ธอร์นตัน สามี รักและชอบเมืองปายมาก เดินทางจากอังกฤษทุกปี จะมาท่องเที่ยวที่เมืองปาย

วันเกิดเหตุสามีได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนชาวต่างชาติอีกคน และได้นั่งพูดคุยกันอยู่ที่บริเวณกลางถนนสาธารณะ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ตามกันมา 3 คันโดย 2 คันแรกเห็นสามีกับเพื่อนนั่งอยู่กลางถนนก็ได้ขับรถเลี่ยงผ่านไป ซึ่งเป็นช่วงดึกมากแล้วไม่มีรถผ่าน และมีช่องเลี่ยงผ่านได้กว้างมากพอ

แต่คันสุดท้ายที่วิ่งมามี “นายแสนเพชร” เป็นคนขี่ ไม่ยอมเลี่ยงขี่มอไซค์จะพุ่งเข้าชน จึงเกิดการโต้เถียงทะเลาะกัน และเกิดการชกต่อยกันขึ้น สุดท้ายสามีกลัวเรื่องจะบานปลายจึงเข้าห้ามปราม และยกมือไหว้ แต่กลับถูกรุมชกต่อย จึงต้องป้องกันตัว แต่คนเดียวสู้ทั้ง 3 คนไม่ไหว จึงถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส แล้วทั้งหมดก็ขี่รถหลบหนีไป ก่อนที่เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่จะตามจับได้ดังกล่าว

สำหรับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในครั้งนี้ประกอบด้วย
1. นายแสนเพชร โรเบิร์ต พอร์เตอร์ อายุ 29 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ที่อยู่ 143 หมู่ 1 ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย
2. นายอนุพนธ์ กองพิธี อายุ 35 ปี ที่อยู่ 197 หมู่ 12 ต.แจ้ซ้อน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
3. นายกันตพงศ์ กองผกา อายุ 23 ปี ที่อยู่ 78/36 ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง

‘สนธิรัตน์’ เผย พปชร. รอคำตอบพรรคร่วม คาดตั้งรัฐบาลได้เร็วๆ นี้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ กำลังพยายามเดินหน้าอย่างถึงที่สุดที่จะให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็วตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง ซึ่งพรรคพลังประชารัฐได้ประสานงานไปยังพรรคร่วมที่มีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกันหมดแล้ว อยู่ระหว่างรอการตัดสินใจของพรรคการเมืองเหล่านั้น

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ หวังว่า จะได้รับคำตอบในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันต้องขอขอบคุณบรรดาพรรคการเมืองที่ได้ประกาศร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐมาแล้ว

นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ ยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐ ดำเนินการเจรจาภายใต้ระบบพรรคการเมืองต่อพรรคการเมือง โดยให้ความสำคัญกับนโยบายของทุกพรรคการเมืองซึ่งจะนำไปขับเคลื่อนสู่พี่น้องประชาชนและแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน โดยคาดหวังว่า จะมีข้อยุติในการพูดคุย จนสามารถดำเนินการประกาศจัดตั้งรัฐบาลได้ในเร็ววันนี้

ขนส่งเผยจับแล้ว โซเฟอร์รถเมล์ ปอ.40 เมาแล้วขับ ไล่ผู้โดยสารลงรถ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจรวบได้แล้วโซเฟอร์รถเมล์ ปอ.40 เมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยชน ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ
  • ขนส่งแจ้งข้อหาหนักเอาผิดทั้งผู้ประกอบการ และคนขับรถพร้อมเตรียมส่งฟ้องศาลวันนี้
  • ผู้ประกอบการขนส่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การรขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 คือ 1.ยินยอมให้ผู้ที่ใบอนุญาตสิ้นอายุมาขับรถ ต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน5 หมื่นบาท 2.ไม่ควบคุมกำกับดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้ซึ่งมีอาการเมาสุราปฏิบัติหน้าที่ขับรถ มีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท
  • คนขับรถเข้าข่ายความผิด ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏคลิปคนขับรถเมล์โดยสารสายปอ.40 มีอาการเมาแล้วขับรถหวาดเสียว จนนำไปสู่อุบัติเหตุบนทางถนน เฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่ ก่อนที่เวลาต่อมาคนขับรถคันดังกล่าวจะไล่ผู้โดยสารลงจากรถ หลังมีคนเข้าไปต่อว่าและตักเตือน โดยเรื่องราวดังกล่าว ถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Teawthew Wajanasethakul เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดในวันเดียวกัน เพจ กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารของกรมขนส่งทางบก ได้มีการโพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมขนส่งทางบกทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว

และขณะนี้คนขับรถโดยสารรายดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลคลองตันความคุมตัวได้แล้ว โโยถูกจับในข้อหาเสพสุราขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถ และเฉียวชนรถผู้อื่นเสียหายและไม่หยุดช่วยเหลือหรือแสดงตัว โดยพนักงานสอบสวนจะส่งฟ้องในวันนี้ 2 มิถุนายน 2562 ขณะเดียวกันได้ประสาน ขสมก. เพื่อดำเนินการเรียกเจ้าของรถให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง และพิจารณาโทษ ในวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2562นี้ด้วยเช่นเดียวกัน

ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อออนไลน์ กรณีผู้ขับรถสาย ปอ. 40 มีพฤติกรรมดื่มสุราในขณะขับรถ ขับรถในลักษณะหวาดเสียวจนเป็นเหตุให้เฉียวชนกับรถแท็กซี่ และใช้วาจาไม่สุภาพ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 01.00 น. นั้น

กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นดังนี้

1. รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถปรับอากาศร่วมบริการ ขสมก. ของ บจก. พรพินทรานสปอร์ต คันหมายเลขทะเบียน 14-1885 กรุงเทพมหานคร สายที่ 40 ชื่อเส้นทาง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ตลิ่งชัน) – ตลาดลำสาลี สิ้นอายุภาษีวันที่ 31 มีนาคม 2563

2. ผู้ขับรถคันดังกล่าวชื่อ นายสรัญ เยาวบุตร ในเบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อมูลจากในระบบพบว่า ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 เลขที่ 482/59 สิ้นอายุวันที 26/1/2562 ออกโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดนครปฐม สาขาอำเภอสามพราน

3. นายสรัญ เยาวบุตร ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ในข้อหาเสพสุราขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถ และเฉียวชนรถผู้อื่นเสียหายและไม่หยุดช่วยเหลือหรือแสดงตัว โดยพนักงานสอบสวนจะส่งฟ้องในวันพรุ่งนี้ (02 มิถุนายน 2562)

กองตรวจการขนส่งทางบกพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้

1. ผู้ประกอบการขนส่ง
1.1 มาตรา 36 ประกอบมาตรา 131 ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัย (ยินยอมให้ผู้ที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถ ต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกินห้าหมื่นบาท
1.2 มาตรา 40ทวิ ประกอบมาตรา 138ทวิ ฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลและป้องกันไม่ให้ผู้ซึ่งมีอาการเมาสุราปฏิบัติหน้าที่ขับรถ มีโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท

2. ผู้ขับรถ มีความผิดตามมาตรา 93 ประกอบมาตรา 151 ฐานปฏิบัติหน้าที่ผู้รถโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้ประสาน ขสมก. เพื่อดำเนินการเรียกเจ้าของรถให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง และพิจารณาโทษ ในวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2562