โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา เพิ่มค่าครองชีพเบี้ยหวัดบำนาญเป็น 10,000 บาท

โปรดเกล้าฯ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา เพิ่มค่าครองชีพเบี้ยหวัดบำนาญเป็น 10,000 บาท เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันเพิ่มขึ้น

วันที่ 1 มิถุนายน 2562 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2518 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังนี้

กำหนดให้ยกเลิกความในมาตรา 4 นว แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 81/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2521 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 4 นว ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษ หรือ บำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถ้าได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมกันทุกประเภท เมื่อรวมกับ ช.ค.บ. แล้ว ต่ำกว่าเดือนละ 10,000 บาท ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของจำนวนเงิน 10,000 บาท หักด้วยจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญทุกประเภท และ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ”

สำหรับเหตุผลในการออก พ.ร.ฎ. ดังกล่าว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบันเพิ่มขึ้น สมควรปรับปรุงอัตราเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ อันเป็นการช่วยเหลือบุคคลดังกล่าวในการครองชีพ

ธนาธร ทวิตยัน อนาคตใหม่ จะยุติสืบทอดอำนาจ คสช. ให้ได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ธนาธร โพสต์ชวนคนมาสร้างสังคมที่เท่าเทียม ด้วยการยกวาทะกรรมหมูจาก Animal Farm สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวเท่าเทียมกว่าตัวอื่นๆ เป็นแรงผลักขับเคลื่อน
  • ธนาธร ยืนยันอนาคตใหม่ จะเดินหน้าต่อสู้ เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.ให้ได้
  • Animal farm เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเมือง และมีเนื้อหาเกี่ยวกับเผด็จการที่มาจากรัฐประหาร

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Thanathorn Juangroongruangkit ชักชวนประชาชนคนไทยมาร่วมกันสร้างสังคมเห็นความเท่าเทียม ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้เป็นไปตามเนื้อหาของหนังสือ Animal Farm ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แนะนำให้ไปอ่าน และยืนยัน เขาและพรรคอนาคตใหม่ จะต่อสู้เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. เพราะขณะนี้หมดเวลาที่หมูจะครองเมืองแล้ว

โดยข้อความที่นายธนาธร โพสต์ระบุว่า สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวเท่าเทียมกว่าตัวอื่นๆ นี่คือวาทะของหมูใน Animal Farm หนังสือที่ประยุทธ์แนะนำให้คนไทยอ่าน มาช่วยกันครับ สร้างสังคมที่ “คนเท่ากัน” โดยไม่ต้องมีใคร “เท่าเทียมกว่า” ใคร ผมและ #อนาคตใหม่ จะยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.ให้ได้ #หมดเวลาหมูครองเมือง

สำหรับ Animal Farm คือหนังสือที่มีเนื้อหาว่าด้วย สัตว์ในฟาร์มแห่งหนึ่ง รวมตัวกันขับไล่มนุษย์ที่เป็นเจ้าของฟาร์ม โดยมีหมูตัวหนึ่งเป็นแกนนำ และตั้งทายาทขึ้นมาปกครองฟาร์ม และเริ่มกลายเป็นเผด็จการ ด้วยการตั้งกฎขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง คล้ายกับมนุษย์ที่โดนขับไล่ออกไป ซึ่งผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ต้องการสื่อถึงผู้ที่สนับสนุนการปฏิวัติ จะนำไปสู่ระบอบเผด็จการที่เบ็ดเสร็จ และจะกลับมาทำร้ายคนในสังคม

‘Animal farm’ เป็นนวนิยายสั้นเชิงอุปมานิทัศน์ที่เขียนโดยจอร์จ ออร์เวลล์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 นิยายเรื่องนี้สะท้อนถึงเหตุการณ์การปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของสตาลิน โดยใช้สัตว์เป็นตัวดำเนินเรื่อง

ได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็นหนึ่งในนิยายภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด 100 เรื่อง ระหว่างปี พ.ศ. 2466–2548 และอยู่ในอันดับที่ 31 ของรายชื่อนิยายที่ดีที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ของสำนักพิมพ์มอเดิร์นไลบรารี นอกจากนี้ยังได้รับการดัดแปลงเป็นสื่อต่าง ๆ จำนวนมาก

คืบหน้า! ภาพฉาวสาวเปลือยกาย ยืนถ่ายคู่หลักกิโลลุงไสว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฏภาพสาวเปลือยกาย ยืนถ่ายรูปคู่กับหลักกิโล แลนด์มาร์คร้านลุงไสวที่หาดจอมเทียน สร้างความเสื่อมเสียให้เมืองพัทยา
  • จากการตรวจสอบพบว่า เป็นภาพเก่าถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2012
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบแล้ว เพื่อติดตามบุคคลในภาพและผู้โพสต์มาดำเนินคดี เหตุเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


จากกรณีที่มีภาพหญิงเปลือยกาย ถ่ายรูปคู่กับหลักกิโลขนาดใหญ่ร้านลุงไสว บริเวณหาดจอมเทียน ถูกเผยแพร่ในโลกโซเซียล จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เพราะถือว่าได้สร้างความเสื่อมเสีย ทำภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยามัวหมองนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่ไปยังร้านลุงไสว ที่บริเวณสุดชายหาดนาจอมเทียน เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดยได้ความว่า หญิงสาวที่ถ่ายภาพเปลือยดังกล่าว เป็นภาพเก่านานแล้วหลายปี เพราะจากภาพที่ปรากฏและภาพปัจจุบันบริเวณหลักกิโลแลนด์มาร์คดังกล่าวได้เปลี่ยนไปมาก เพราะโดยรอบเป็นที่โล่งไม่ตรงกับในภาพถ่ายที่มีต้นไม้ ขณะเดียวกัน บริเวณฐานของหลักกิโลในปัจจุบันมีอิฐแดงรองใต้ฐานไม่เหมือนกับในภาพที่อิฐดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น

หลักกิโล ร้านลุงไสว ในปัจจุบัน

ด้านนายเจตพล ขอรสกลาง วัย 50 ปี พนักงานร้านลุงไสว ได้เผยว่า ตนทำงานอยู่ร้านอาหารนี้มากว่า 20 ปี ภาพดังกล่าวนั้นตนไม่เคยเห็น แต่พอได้ดู ก็บอกเลยว่าเป็นภาพเก่านานมาแล้วหลายปี เพราะมีต้นไม้อยู่ด้านหลังและมืด แต่ในปัจจุบันมันโล่งโปร่งสบายไม่มืดอย่างในภาพ และที่แน่ๆ หลักกิโลในปัจจุบันที่เห็นก็ทำใหม่หรือย้ายใหม่มากว่า 2 ปีแล้ว หลังจากมีการทำถนนตามที่เห็นในปัจจุบัน ทั้งนี้ตนอยากฝากไปถึงคนที่นำภาพมาลงด้วยว่าขอให้ลบได้แล้วเพราะสร้างความเสื่อมเสียให้กับเมืองพัทยา และเข้าข่ายความผิดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าว ได้รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผ่านเพจ “ พัทยาทอล์ค” ว่าเป็นภาพเก่าตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2012 ส่วนเรื่องการดำเนินคดีนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน กำลังตรวจสอบอยู่