หวาดเสียว! บั้งไฟตกพุ่งทะลุกระจกรถ โชคดีไร้คนเจ็บ

ประเด็นน่าสนใจ

  • บั้งไฟตกใส่รถยนต์ที่จนได้รับความเสียหาย
  • โชคดีที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ผู้จัดงานพร้อมรับผิดชอบ
  • คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ เพื่อนำไปเสี่ยงโชค

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา คนขอนแก่น ได้มีการแชร์ภาพต่อจากเพจ กู้ภัย ไทยแลนด์ ที่ได้เผยให้เห็นภาพสุดหวาดเสียวบั้งไฟตกใส่รถกระบะ จนกระจกด้านหน้าแตกพังเสียหาย โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า บั้งไฟที่ทำจากท่อ PVC ขนาดใหญ่พุ่งเสียบหน้ากระจกรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีบรอนด์ ที่จอดอยู่บริเวณลานกว้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ บ้านดอน จ.ร้อยเอ็ด โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยู่ในรถคันดังกล่าว

ทั้งนี้รายงานเผยว่า ก่อรเกิดเหตุได้มีการจัดงานประเพณีบั้งไฟที่บริเวณดังกล่าว จากนั้นพอจุดบั้งไฟขึ้นฟ้า จากนั้นพอหมดไฟ บั้งไฟลำดังกล่าวได้ร่วงลงมาค้างอยู่บนต้นไม้ ประกอบกับช่วงเกิดเหตุมีลมฝนพัดมาแรง ทำให้บั้งไฟที่ติดอยู่บนต้นไม้หล่นลงมาใส่รถกระบะคันนี้พอดี

โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยู่ในรถคันดังกล่าว อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายจัดเขารับผิดชอบในการซ่อมให้ ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ดวง ..?..โชค หนุ่ม…เจอบั้งไฟ..ตกใส่รถดีนะไม่ระเบิด ไม่งั้นคงเสียหายมากกว่านี้ .
Cr.
ขอบคุณ เจ้าของภาพครับ
กู้ภัย ไทยแลนด์

ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นใจเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหายครั้งนี้ แต่ก็ถือว่าโชคยังดีที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันได้มีคอหวยจำนวนมากแห่ส่องไปที่ทะเบียนรถเพื่อนำไปเสี่ยงโชคซื้อหวยในงวดวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้ด้วย

‘โรม’ ชี้แผนปฏิรูป กม. เป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ ไม่สะท้อนความเป็นจริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • “โรม” ระบุแผนปฏิรูปกฎหมายเป็นโฆษณาชวนเชื่อแต่ไม่สะท้อนความเป็นจริง
  • ชี้กฎหมายส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของ คสช.

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.62 ที่รัฐสภาชั่วคราว บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายรายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ที่ให้ ครม.แจ้งความคือบหน้าการปฏิรูปประเทศให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ ทุก 3 เดือน

โดยร่วมอภิปรายวิจารณ์ในด้านของการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการปราบปรามการทุจริต โดยระบุว่า จากการอ่านรายงานความคืบหน้า พบว่ามีความสวยหรูดูดี แต่ไม่ได้สะท้อนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งในเรื่องของกฎหมาย รายงานฉบับนี้ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคหลายฉบับ แต่ทว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการออกประกาศและคำสั่งต่างๆมากมาย เช่นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่มีเนื้อหาปิดปากประชาชนมากขึ้น, การออก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่สร้างกฎเกณฑ์และความหวาดกลัวให้กับผู้ต้องการแสดงออกทางการเมือง, การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ให้ทหารค้นเคหะสถานหรือควบคุมตัวได้ 7 วันโดยไม่ต้องมีหมายศาล

“นอกจากนี้ยังมีการออกคำสั่งอีกหลายคำสั่งที่มีผลกระทบในด้านอื่นๆ เช่น การยกเว้นกฎหมายผังเมืองเพื่ออนุญาตให้สร้างโรงงานบางประเภท ลัดขั้นตอนประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, การให้อำนาจ กสทช.ควบคุมเนื้อหาและสั่งลงโทษสื่อมวลชน, การออกคำสั่งยืดหนี้ค่ายมือถือแบบไม่มีดอกเบี้ยนานถึงสิบปี, การออกคำสั่งทวงคืนผืนป่า

จนมีประชาชนชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดีทั้งๆที่อาศัยอยู่มาก่อนจะมีอุทยานแห่งชาติ, ไม่นับรวมการออกคำสั่งปิดเหมืองทองที่ สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ถ้าไม่ออกโดย พล.อ.ประยุทธ์ก็ออกโดย สนช.ซึ่งเป็นสภาตรายาง แต่ไม่มีเรื่องเหล่านี้ในรายงานฉบับนี้เลย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าในส่วนของความยุติธรรม แม้ในรายงานจะระบุถึงความคืบหน้าด้านการปรับปรุงให้สถานีตำรวจต้องรับแจ้งความทุกท้องที่, ห้ามนำผู้ต้องหาออกแถลงข่าว, ให้มีทนายความประจำทุกสถานีตำรวจ, ให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวในวันหยุดราชการ แต่กลับไม่มีการพูดถึงคดีในศาลทหารที่ จับกุม พิจารณาดี และพิพากษาเองโดยทหารทั้งหมดเลย

วันนี้จากข้อมูลของไอลอว์ ยังคงมีคดีพิจารณาอยู่ในศาลทหารถึง 1,723 คดี และยังมีปัญหาจากกระบวนการยุติธรรมภายใต้ คสช.อีกเป็นจำนวนมาก เราจะทำอย่างไรกับประชาชนที่ต้องกลายเป็นจำเลยจากกฎหมายของ คสช. เช่นชาวบ้านเทพาที่ต้องเป็นจำเลยจากการคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือการที่นักกิจกรรมที่อยู่ตรงข้ามของ คสช. ถูกทำร้ายร่างกายอย่างเป็นระบบ และการที่ชนกลุ่มน้อยที่ถูกทหารวิสามัญฆาตกรรมหน้ากล้องวงจรปิดที่ภาพหายไป

ปัญหาของกระบวนการยุติรรมไทยคือการใช้เป็นเครื่องมือจากผู้มีอำนาจทางการเมืองใช้เล่นงานกลุ่มตรงข้าม รายงานฉบับนี้จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร นี่ไม่ใช่การปฏิรูปเป็นแค่การปรับปรุง ปรุงแต่งเท่านั้น ในฐานะนักกฎหมายเราต่างรู้ว่าการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนต้องได้รับ แต่รายงานนี้เอามาโฆษณาว่าเป็นการปฏิรูปแล้ว อย่าเอาความไม่สะดวกของราชการมาบอกว่านี่เป็นความสำเร็จแล้ว ปล่อยให้คนจำนวนมากต้องถูกขังในวันเสาร์อาทิตย์ตอนที่ท่านอยู่บ้านดูทีวีหรือทำอย่างอื่น นี่ไม่ใช่การปฏิรูป

นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติ่มว่า สำหรับในด้านการป้องกันและแราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แม้จะมีการโฆษณาว่าต้องการให้ประชาชนรังเกียจการทุจริต แต่เมื่อมีประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องการตรวจสอบการทุจริต กลับถูกจับกุมดำเนินคดี เช่นในกรณีการเดินทางไปตรวจสอบการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ด้วยรถไฟ นี่ยังไม่รวมถึงการตีแผ่การทุจริตของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา กรณีตั้งธุรกิจในค่ายทหาร ที่ไม่มีการดำเนินการใดๆต่อ หรือกรณีนาฬิกา 22 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ไม่สามารถทำอะไรต่อได้

มากไปกว่านั้นเราจะพบว่าการตรวจสอบคอรัปชั่นโดยองค์กรภาครัฐ ไม่ว่าคดีไหนจะออกมามีลักษณะเหมือนกันหมด คือโปร่งใสไม่มีความทุจริต ในสภาวะที่ คสช.ออกมาให้คุณให้โทษกับองค์กรตรวจสอบเหล่านี้ได้หมด แล้วทุกวันนี้หลายคนก็ได้เป็น ส.ว.กันถ้วนหน้า

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่ลพบุรีคืนโฉนด วอนอย่ากังวล สส.ถือหุ้นกระทบโผ ครม.

เดินหน้าแก้หนี้นอกระบบต่อ มิ.ย. มอบโฉนด 1,704 ฉบับ เจรจาคืนความชอบธรรมกว่า 42,000 ราย

วันนี้(27 มิ.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และ รมว.กห. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปจังหวัดลพบุรี เพื่อให้กำลังใจการทำงานของ กอ.รมน. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่องที่ผ่านมา ในภาพรวมการดำเนินงาน เดือน มิ.ย.62 ผลการเจรจาไกล่เกลี่ย โดย กอ.รมน. สามารถเจรจาทำข้อตกลงร่วมกันแล้ว จำนวน 42,097 ราย มูลหนี้รวมกว่า 7,100 ล้านบาท ต่อจากนั้น รองนรม.และรมว.กห.พร้อมคณะ ได้ร่วมกันส่งคืนทรัพย์สินคืนให้ประชาชนครั้งที่ 12 จากการบังคับใช้กฎหมาย โดยตำรวจ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี จำนวน 1,071 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 1,704 ฉบับ รวม 2,054 ไร่ มูลค่าทรัพย์สินรวม 2,324,845,135 บาท ด้วยบรรยากาศรอยยิ้มและน้ำตาของความอิ่มเอิบใจร่วมกัน

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณการทำงานร่วมกันของทุกส่วนราชการในภาพรวมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยการคืนโฉนดรวมทั้ง 12 ครั้ง ประชาชนได้รับการคืนโฉนด 25,052 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 21,312 ฉบับ เนื้อที่กว่า 59,000 ไร่ มูลค่ารวม 30,622 ล้านบาท. ซึ่งถือเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันในรูปของคณะกรรมการหลายส่วนราชการของทุกจังหวัด ภายใต้กฎหมายที่กำหนดและการเจรจาให้ความเป็นธรรมร่วมกัน เพื่อคลี่คลายปัญหาหนี้นอกระบบที่มีมานาน ซึ่งเป็นปัญหาของประชาชนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง

ทั้งนี้ ย้ำขอให้ร่วมกันขับเคลื่อนแก้ปัญหาต่อไปให้ครอบคลุมทั้งระบบ ด้วยความมุ่งมั่น โดยคำนึงถึงประโยชน์และโอกาสของลูกหนี้อีกจำนวนมาก ที่ยังจมอยู่กับกองหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นเสมือนกับดักความยากจนที่มีอยู่ในสังคมและขาดการช่วยเหลือมายาวนาน ขณะเดียวกัน ขอให้เปิดกว้างรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นจากภาคประชาสังคม เพื่อปรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนโดยตรงต่อไป