‘สารวัตรแย้’ เข้าให้ปากคำตำรวจ กรณีรับพัสดุยาเสพติด

พันตำรวจโทพิเชษฐ เสาแบน หรือ “สารวัตรแย้” สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงข้อมูลกรณีที่มีพัสดุภายในเป็นยาเสพติด ส่งมาที่บ้าน โดยใช้เวลาในการสอบปากคำ นาน 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ พันตำรวจโทพิเชษฐ ยอมรับว่า เครียดกับเรื่องนี้ และยืนยันว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมปฏิเสธไม่รู้เรื่องกรณีที่พบไอดีไลน์ ของตัวเองที่ถูกดึง เข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ส่วนตัวไม่ขอตอบอะไร ขอให้ตำรวจทำงานก่อน จากนั้น พยายามเลี่ยงตอบคำถามกับสื่อมวลชน และขึ้นรถกลับทันที

ด้าน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า พันตำรวจโทพิเชษฐ มาให้ข้อมูลในฐานะพยานและเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่ยังไม่ฟันธงว่า เป็นการกลั่นแกล้ง หรือจัดฉากจริงหรือไม่ ส่วนที่พันตำรวจโทพิเชษฐ อ้างเรื่องสมัยทำงานด้านยาเสพติดที่อาจนำมาสู่การถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มเสียผลประโยชน์ ซึ่งมีการพาดพิงไปถึงบุคคลอื่น ต้องตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าต้องเรียกเข้ามาสอบสวนหรือไม่

ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายอนุศักดิ์ มิ่งเมือง ชาวจังหวัดพะเยา ผู้ต้องหาที่ส่งพัสดุบรรจุยาเสพติดไปที่บ้านพักของพันตำรวจโทพิเชษฐ อ้างว่า ได้รับคำสั่งจาก “นายไบเล่” ให้ส่งยาให้กับลูกค้า โดยจะติดต่อกันผ่านทางแอพลิเคชั่นไลน์ โดยจะส่งไปทางไปรษณีย์ เช่นเดียวกับกรณีของพันตำรวจโทพิเชษฐ จึงสั่งเร่งขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายไบเล่ย์ ที่นายอนุศักดิ์ อ้างถึงว่าเป็นคนสั่งการ

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้องนายกฯ เอาผิดอธิบดีกรมศิลป์ หลังวินิจฉัยสระน้ำรพ.นางรอง ไม่เป็นโบราณสถาน

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อนำชาวนางรอง ร้องนายกฯ-ผู้ตรวจการแผ่นดิน เอาผิดอธิบดีกรมศิลป์ฯ เหตุวินิจฉัยสระน้ำหลังโรงพยาบาลนางรองว่าไม่ได้เป็นบารายโบราณสถาน

นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่โรงพยาบาลนางรอง ขอใช้พื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันแปลง “สระน้ำหนองรี” บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลนางรองเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และป้องกันน้ำท่วมของชาวบ้าน เพื่อขยายพื้นที่ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย และอาคารจอดรถ แต่ชาวบ้านรอบพื้นที่คัดค้านอย่างหนักนั้น

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวกรมศิลปากรเคยระบุว่าสระน้ำหนองรีดังกล่าวเป็นสระน้ำโบราณ หรือ (บาราย) ซึ่งสันนิษฐานว่าก่อสร้างขึ้นในสมัยอารยะธรรมขอมโบราณ จึงต้องอนุรักษ์ไว้ ตามมาตรา 4 แห่ง พรบ.โบราณสถานฯ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 แต่หลังจากที่ผู้มีอำนาจเปิดไฟเขียวให้กับโรงพยาบาล กรมศิลปากรกลับมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ วธ 0401/1398 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2562 พิจารณาทบทวนกรณีการคัดค้านการขอใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์แปลง “สระน้ำหนองรี” ไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลนางรอง

โดยกล่าวอ้างว่า จากการสำรวจทางโบราณคดีในพื้นที่อำเภอนางรอง ไม่พบหลักฐานการสร้างระบบจัดการน้ำหรือระบบชลประทานในอารยะธรรมเขมรแต่อย่างใด ซึ่งพฤติการณ์ณ์และการใช้อำนาจแบบไม้หลักปักขี้เลนของกรมศิลปากร ชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ยึดมั่นต่อหลักการทางโบราณคดีและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่จะโอนเอนไปตามหลักของผู้มีอำนาจ โดยมีกรณีเปรียบเทียบที่เห็นชัดที่สุดคือ การพยายามที่จะออกประกาศขยายพื้นที่โบราณสถานของเมืองพิมายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นหลายพันไร่ โดยอ้างว่าสระน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอพิมายเชื่อมต่อไปจนถึงประเทศกัมพูชา เป็นโบราณสถาน จนเกิดการต่อต้านของชาวพิมายอยู่ในขณะนี้

คำวินิจฉัยใหม่ของกรมศิลปากรมีข้อพิรุธหลายประการ ที่ขัดต่อข้อเท็จจริงทางโบราณคดีและส่อไปในทางการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ซึ่งสมาคมฯและชาวบ้านในพื้นที่อำเภอนางรอง ไม่อาจยอมรับได้ จึงจะนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบเอาผิดอธิบดีกรมศิลปากรและคณะ และอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายในการฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป หากคำร้องไม่เป็นผล โดยสมาคมฯและชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) และเวลา 13.00 น.จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ณ ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ห้อง 903 ต่อไปด้วย

‘หญิงหน่อย’ เผยหนอนกระทู้ระบาดหนัก ร้องนายกฯ เร่งแก้ ลั่นความทุกข์เกษตรกรรอไม่ได้

วันนี้(27 มิ.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ โพสต์ภาพขณะลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนภาคเกษตรกร ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan พร้อมข้อความหัวข้อ หนอนกระทู้ระบาดหนัก กัดกินข้าวโพด เสียหายทั่วประเทศ รัฐบาลยังไม่เหลียวแลแก้ปัญหา พี่น้องไฃเกษตรกรเลย โดยระบุว่า…

“เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ดิฉันได้ไปรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่อำเภอปากช่อง ตำบลวังกะทะ จ.นครราชสีมา ทุกข์หนักของพี่น้องเกษตรกรคือการระบาดของหนอนกระทู้ที่กัดกินข้าวโพดในหลายอำเภอ สร้างความเสียหายนับแสนไร่ ในจ. นครราชสีมาต้นข้าวโพดยืนต้นตายเกือบทั้งหมด โดยเกษตรกรต้องแบกรับมูลค่าความเสียหายเองทั้งหมด โดยที่ภาครัฐไม่ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือแต่อย่างใดเลย

ผ่านมาเกือบ 1 เดือน หลังจากที่ดิฉันลงพื้นที่ปากช่อง ปรากฏว่าปัญหาหนอนกระทู้ได้ระบาดไปทั่วประเทศแล้ว แต่ไม่มีการเหลียวแลใดๆจากภาครัฐ
ปล่อยให้เกษตรกรต้องต่อสู้อย่างเดียวดายตามยถากรรม ทั้งการช่วยเหลือเยียวยา และการแนะนำวิธีป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ ดิฉันขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรอย่างเร่งด่วนโดย

1.เร่งสำรวจความเสียหาย และประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหนอนระบาดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติด้านการเกษตรทันที

2.เร่งจ่ายเงินค่าชดเชยทันทีเพื่อให้เกษตรกรมีเงินไปลงทุนปลูกข้าวโพดในรอบต่อไป ที่ต้องเริ่มปลูกในเดือนกรกฎาคมนี้ การชดเชยขอให้ชดเชยเป็นเงินสดเพื่อเป็นทุนในการปลูกข้าวโพดใหม่ ไม่ใช่ชดเชยโดยการซื้อยาฆ่าแมลงไปแจก เพราะขณะนี้ข้าวโพดได้ตายหมดแล้ว

3.เร่งให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้เกษตรกรรู้วิธีป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้อย่างถูกวิธี

4.ในระยะยาว ควรหาทางรับมือหนอนระบาดล่วงหน้า ด้วยการประมวลความรู้ และพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่จะป้องกันกำจัดหนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับรู้ทั่วถึง

เมื่อวานนี้ ส.ส.โคราช #ทีมเพื่อไทย “ส.ส.ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ” ได้ลุกขึ้นอภิปรายในสภา เร่งรัดให้รัฐบาลแก้ปัญหาความทุกข์ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดทั่วประเทศ แต่เสียดายทั้งนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่มีใครมาสภาเลย พรรคเพื่อไทยจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งให้รัฐบาลนแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน #ตำแหน่งนายกมีไว้รับใช้ประชาชน #ความทุกข์เกษตรกรรอไม่ได้”

เกี่ยวกับหนอนกระทู้

สำหรับหนอนกระทู้ ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ หาดหน่อกระทู้โตเต็มวัย จะสามารถทำความเสียหายแก่ผลผลิตได้มากกว่า 70% ซึ่งหนอนกระทู้หากระบาดในช่วงที่ต้นข้าวโพดมีอายุ 1-15 วันจะสร้างความเสียหายแก่ข้าวโพดได้ทั้งแปลง ซึ่งหากไม่กำจัดได้ทัน ในระยะต่อไป คือราว 30 วัน หนอนกระทู้ จะเริ่มเข้าไปอาศัยในดอกตัวผู้ ยอด หรือฝัก ซึ่งจะเป็นระยะที่ยากต่อการกำจัดแล้ว ระดับความเสียหายจึงอาจเรียกได้ว่า ไม่สามารถควบคุมได้แล้วนั่นเอง

นอกจากหนอนกระทู้จะทำความเสียหายแก่ข้าวโพดแล้ว ยังมีพืชเกษตรอีกหลายชนิดที่เสี่ยงต่อการระบาด เช่น ข้าว อ้อย หรือแม้กระทั่งไม้ประดับอีกด้วย รวมแล้วราว 70-80 ชนิด