KFC ชี้แจง หลังภาพเส้นขนปริศนา ฝังแน่นบนไก่ทอด

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาวโพสต์ภาพสอบถาม หลังพบเส้นขนฝังเน้นในไก่ทอดชื่อดัง
  • KFC ทราบเรื่องแล้ว ก่อนขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งหาสาเหตุ

วันนี้ (26 มิ.ย. 2562) เคเอฟซี ผู้ให้บริการอาหารจานด่วนประเภทไก่ทอด ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพ และข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่เผยให้เห็นว่ามีเส้นขนปริศนาปนเปื้อนมากับไก่ทอดที่เธอได้สั่งมารับประทาน และจากการตรวจสอบไม่ใช่ขนของตัวผู้โพสต์ เพราะเส้นขนนั้นฝังมากับเนื้อไก่ทอดของทางร้าน ว่า

เส้นขนปริศนาบนไก่ทอด

ทางบริษัทรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และขอแสดงความเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น เบื้อนต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบยังสาขาที่เกิดเหตุแล้ว ว่าเหตุใดถึงละเลยให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่า เคเอฟซีทุกสาขาปฏิบัติภายใต้กฎระเบียบข้อปฏิบัติที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุด

คำขี้แจงจาก KFC

สืบเนื่องจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Treetip Boonkua โพสต์ภาพและข้อความในวันที่ 25 มิถุนายน 2562 ระบุว่า ได้สั่งไก่ทอด เคเอฟซี ผ่านช่องทาง Delivery มารับประทานที่บ้าน โดยรับประทานไปจนถึงชิ้นสุดท้าย ได้พบเส้นขนติดอยู่ที่ชิ้นไก่ทอด โดยมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์นี้ออกไปเป็นจำนวนมากนั้น

เคเอฟซี ประเทศไทย รับทราบเรื่องดังกล่าวและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว โดยบริษัทฯได้ดำเนินการติดต่อไปยังลูกค้าเจ้าของเรื่องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบถึงสาขาที่จัดส่ง และจะจัดส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้าน

ทั้งนี้เคเอฟซี ขอเรียนชี้แจงว่า เคเอฟซีทุกสาขาทั่วประเทศดำเนินงานภายใต้กฏระเบียบข้อปฏิบัติที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุด พนักงานทุกคนต้องใส่ที่ครอบผมเพื่อเก็บผมให้มิดชิดตลอดเวลาที่อยู่ในครัว

จากเหตุการณ์นี้ เคเอฟซีได้แจ้งทุกสาขาให้ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในครัวอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

เคเอฟซี ประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่นำเสนอต่อลูกค้ามา กว่า 35 ปี เรายินดีเปิดรับทุกคำติชมเพื่อพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเคเอฟซีทุกเพศทุกวัยที่มาใช้บริการที่ร้านเคเอฟซีทั่วประเทศ

เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ขึ้นค่าตั๋วรถใหม่, ลดพนักงาน 5,000 คน, ปรับอู่เป็นห้างฯ-โรงแรม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม. เห็นชอบ แผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก.
  • ปัจจุบัน ขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน คิดเป็นสัดส่วนรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายพนักงาน 5.14 คน โดยตั้งเป้าลดเหลือ 2.75 คนต่อรถหนึ่งคันในปี 2565
  • มีแผนเพิ่มรายได้ โดยพัฒนาพื้นที่อู่เป็นศูนย์การค้าและโรงแรมระดับบน รวมไปถึงการปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่ด้วย

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (25 มิ.ย. 2562) มีมติเห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เนื่องจาก ขสมก. ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและมีหนี้สินคงค้างจำนวนมาก โดยแผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการหารายได้และการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารองค์กรที่ยั่งยืนและลดภาระกับภาครัฐ

สำหรับกลยุทธ์ต่างๆ ในการฟื้นฟู ขสมก. เช่น

ปรับปรุงและจัดหารถใหม่ทดแทน จำนวน 3,000 คัน แบ่งเป็น

  • เช่า 700 คัน แบ่งเป็น NGV 300 คัน วงเงิน 1,855 ล้านบาท และ Hybrid อีก 400 คัน วงเงิน 3,568 ล้านบาท
  • ซื้อใหม่ แบ่งเป็น NGV 489 คัน (ซื้อครบแล้ว) Hybird 1,453 คัน รถเมล์ไฟฟ้า (EV) 35 คัน ปรับปรุงรถเดิม  323 คัน วงเงิน 138 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีแผนนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ติดตั้งระบบ E – Ticket ชำระค่าโดยสารด้วย QR – Code ติดตั้งระบบ GPS ให้บริการ WIFI บนรถ รวมไปถึง Smart Bus Stop

ปรับปรุงเส้นทางเดินรถ  137 เส้นทาง เพื่อลดการทับซ้อน เชื่อมต่อและรองรับกับระบบขนส่งสาธารณะระบบราง และให้บริการเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ

ปรับโครงสร้างองค์กร ปัจจุบันขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2561) คิดเป็นสัดส่วนต่อรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน 5.14 คน โดยมีแผนให้พนักงานเกษียณก่อนอายุ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ โดยที่มีเป้าหมายลดจำนวนคนต่อรถหนึ่งคัน จาก 5.14 เหลือแค่ 2.75 ในปี 2565 คิดเป็นเป้าพนักงานเออร์ลี่รีไทร์อยู่ที่ 5,051 คน ใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท

การพัฒนาเชิงธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น พัฒนาพื้นที่อู่บางเขนเป็นศูนย์การค้าโรงแรมระดับบน และพื้นที่อู่มีนบุรีเป็นตลาด นอกจากนี้ในส่วนของการเพิ่มรายได้ยังรวมไปถึงการปรับอัตราค่าโดยสารเฉพาะรถโดยสารใหม่ด้วย

การบริหารหนี้สิน ขสมก. มีหนี้สะสมประมาณ 128,000 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐ 80% เช่น การอุ้มค่าโดยสารในช่วงน้ำมันแพง และหนี้จากประสิทธิภาพการทำงาน 20% โดยขอให้กระทรวงการคลังรับภาระหนี้ทั้งหมดไปก่อน และจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณในการพิจารณาแยกตัวเลขหนี้ ทั้งนี้ไม่รวมหนี้ใหม่จากการกู้มาซื้อรถเมล์ใหม่

ทั้งนี้ ขสมก. คาดว่า ในปี 2566 จะมีเริ่มสภาพคล่องและดำเนินการชำระหนี้ได้

กรณ์ โพสต์ หลัง กอร์ปศักดิ์ ลาออกจาก ประชาธิปัตย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • กอร์ปศักดิ์ สภาวุ โพสต์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ หลังไม่มีบทบาทในพรรคมานานกว่า 10 ปี
  • กรณ์ โพสต์ขอบคุณ หลังเป็นกำลังหลักของรัฐบาลกู้วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
  • วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เกิดขึ้นในปี 2551-2553 หลังเกิดภาวะตลาดสินเชื่อทั่วโลกและระบบธนาคารลดลง

หลังจากนายกอร์ปศักดิ์ สภาวุ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว เมื่อช่วงวันที่ 24 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจาก ไม่มีบทบาทภายในพรรค และไม่ได้เป็น ส.ส.ของพรรคมามากกว่าสิบปีแล้วนั้น

วันนี้ (26 มิ.ย. 2562) นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij แสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมยกให้เป็นลูกพี่ ในเรื่องการกู้เศรษฐกิจ จากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และขอสิ่งที่ทำไว้ให้ ปชป. จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

เมื่อวานเห็นข่าวคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
ผมไม่ได้โทรไปถามเหตุผลของท่าน ว่างๆค่อยคุยกัน แต่ผมอยากที่จะเล่าถึงบทบาทสำคัญของท่านในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ฝรั่งเรียกกันว่า The Great Recession ช่วงปี 2551-53 และที่ในบ้านเราเรียกกันว่า ‘วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์’

ในช่วงนั้นท่านเป็นรองนายกฯคุมเศรษฐกิจ เป็นลูกพี่ผม และเป็นมือขวาของนายกฯอภิสิทธิ์ (ที่ผมได้เป็นรัฐมนตรีคลัง นอกจากที่คุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพสนับสนุนแล้วนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความใจกว้างของคุณกอร์ปศักดิ์ที่เปิดทางให้ผม)

กอร์ปศักดิ์ สภาวุ เป็นกำลังสำคัญในการกู้ ‘วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์’ ริเริ่มนโยบาย ประกันรายได้เกษตรกร เช็คช่วยชาติ และกองทุนไทยเข้มแข็ง

เราได้ช่วยกันคิดนวัตกรรมทางนโยบายที่มีผลโดยตรงต่อการกอบกู้สถานการณ์ในช่วงนั้นหลายเรื่อง แต่ผู้ที่มีแนวคิดริเริ่มจริงๆจะเป็นคุณกอร์ปศักดิ์และคุณอภิสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เช็คช่วยชาติ หรือกองทุนไทยเข้มแข็ง นโยบายเหล่านี้มีผลโดยตรงในการช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเราฟื้นตัวรวดเร็วกว่าเกือบทุกประเทศในโลก

แม้ถ้าคุณกอร์ปศักดิ์จะไม่กลับมามีบทบาททางการเมืองอีก สิ่งที่ท่านได้ทำไว้ก็ยังจะอยู่ในความทรงจำของผมและหลายๆคนตลอดไป ผมถือว่าโชคดีที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับท่านในช่วงสำคัญของบ้านเมือง พรรคเราโชคดีที่มีท่านเป็นสมาชิกมากว่า 20 ปี