ผลิต บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไทยนิยม ยั่งยืน) รอบ 3 คาดแจกบัตรได้ต้นเดือน ก.ค. 2562

กรมบัญชีกลางผลิต บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบ 3 สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนรอบเพิ่มเติมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน  คาดแจกบัตรได้ต้นเดือนกรกฎาคม 2562 ผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการฯ ให้รีบติดต่อทีมไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อตรวจสอบข้อมูลของตนเองให้ถูกต้องก่อนหมดสิทธิ

นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง  ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ผลิต บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 มีผู้มีสิทธิที่ผ่านคุณสมบัติ จำนวนทั้งสิ้น 3,140,409 ราย ซึ่งได้ผลิตบัตรสวัสดิการฯ แล้ว จำนวน 3,121,307 ราย และได้แจกบัตรสวัสดิการฯ ให้แก่ผู้มีสิทธิซึ่งได้นำไปใช้จ่ายแล้ว จำนวน 3,046,447 ใบ คิดเป็นร้อยละ 97 ต่อบัตรที่ผลิต (ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2562)

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิท่านใดที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการฯ สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปแสดงตน เพื่อรับบัตรได้ที่สำนักงานคลังจังหวัด /กรุงเทพมหานคร ตามที่อยู่ปัจจุบันที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดยจะขอให้ลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับบัตรสวัสดิการฯ ซึ่งผู้มีสิทธิสามารถรับได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2562 หากไม่มารับภายในวันดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ หลังจากที่ผู้มีสิทธิที่มารับบัตรฯ เรียบร้อยแล้ว จะเริ่มใช้สิทธิได้หลังจากรับบัตรไปแล้ว 2 วัน เนื่องจากต้องดำเนินการเปิดสิทธิของบัตร (Activate) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิแอบอ้างนำเงินในบัตรไปใช้

โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งที่ 3 ประมาณ 19,000 ราย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการผลิตแล้วเสร็จและแจกบัตรฯ ได้ ภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2562 นี้ ประมาณ 12,000 ราย ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถผลิตได้เนื่องจากผู้มีสิทธิบางรายมีข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ไม่มีรูปภาพ เพราะยังไม่ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด หรือกรณีข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ไม่ตรงกับข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์

ดังนั้น ขอให้ผู้มีสิทธิบางรายที่ไม่แน่ใจว่าข้อมูลของตนถูกต้องหรือไม่ ไปติดต่อกับทีมไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งหากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ดำเนินการผลิตบัตรในครั้งนี้ อาจทำให้หมดสิทธิในการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ซีพี ออลล์ มอบร้านกาแฟ สานฝันนักเรียนบกพร่องการได้ยิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ซีพี ออล์ ผุดโครงการ CONNEXT ED สานอาชีพนักเรียนบกพร่องการได้ยิน
  • หวังสร้างประสบการชีวิตให้นำไปใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต
  • การช่วยเหลือครั้งนี้มาในรูปแบบร้านกาแฟที่ชื่อว่า “ร้านกาแฟมวลชน”

บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ร่วมกับบริษัทซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ธุรกิจในกลุ่มซีพี ออลล์ ที่จะต่อยอดโครงการสานอนาคตการศึกษา หรือ CONNEXT ED โดยมอบร้านกาแฟสร้างอาชีพให้โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี

เพื่อปั้นโมเดลสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน ตั้งเป้าฝึกทักษะให้นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้ ไปปรับใช้ประกอบอาชีพจริงในอนาคต ทั้งในฐานะเจ้าของกิจการ และพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ

โดย นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ เผยว่า โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยซีพี ออลล์ได้ส่งบุคลากรที่มีจิตสาธารณะเข้าร่วมทำหน้าที่ผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner (SP) เข้าไปศึกษาปัญหา ความต้องการของโรงเรียน

พร้อมคิดค้นและจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ อย่างเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน

ซึ่งโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี ถือได้ว่าเป็น 1 ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 327 แห่งทั่วประเทศ ด้วยการร่วมกันจัดตั้งโครงการร้านกาแฟสร้างอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อสร้างทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อีกทั้งเพื่อให้นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในอนาคต

โครงการนี้ สร้างงาน สร้างเงิน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากให้กับชุมชน

ด้าน นายสมชาย บ้านไร่ ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี เผยว่านักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้เริ่มทดลองเปิดร้านกาแฟสร้างอาชีพอย่างครบวงจร เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา และมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิชาชีพ พร้อมจัดทำเป็นหลักสูตรในสถานศึกษา มีหน่วยกิตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

ซึ่งตนเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนโสตศึกษา และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการเป็นแหล่งพัฒนาการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ให้นักเรียนที่จบการศึกษาออกไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างเงิน สร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

ด้านน้องเบญ – เบญจวรรณ สืบอินทร์ ดีกรีนักเต้นเชียร์ลีดดิ้ง โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี ที่คว้ารางวัลการแข่งขันทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมานับไม่ถ้วน ได้เล่าเรื่องราวผ่านอาจารย์ผู้เป็นล่ามภาษามือของเธอด้วยความยิ้มแย้มว่า

เธอดีใจมากที่ได้มาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ และได้รู้จักกับโครงการดีๆ แบบนี้ ทำให้เห็นอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะมีร้านกาแฟเล็กๆ สักร้าน เพื่อเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว พร้อมฝากข้อความไปถึงพ่อ แม่ และผู้ปกครอง ของเยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินว่า

กำลังใจของพ่อ แม่ และคนในบ้าน คือสิ่งมีค่าที่สุดที่จะทำให้เยาวชนที่บกพร่องทางการได้ยินหรือแม้แต่ผู้ที่พิการทางร่างกายได้มีกำลังใจสู้ชีวิต และยังมีส่วนช่วยให้พวกเขาเกิดการพัฒนาและสร้างศักยภาพให้กับตนเอง

คูลฟาเรนไฮต์ โตต่อเนื่อง เล็งจัดทัพคอนเสิร์ต ฉลองแชมป์วิทยุอันดับ 1

ประเด็นน่าสนใจ

  • คูลฟาเรนไฮต์ ถูกจับอันดับให้เป็นคลื่นวิทยุอันดับของเอเชีย
  • ครึ่งปีแรกของ 2562 ทำกำไรแล้ว30%
  • เล็งจัดคอนเสิร์ต Raptor เฉลิมฉลอง ในวันที่ 7 ก.ย.นี้

นายปริญญ์ หมื่นสุกแสง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คูลลิซึ่ม จำกัด ผู้บริหารสถานีวิทยุ “คูลฟาเรนไฮต์” ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) “เปิดเผยว่า ธุรกิจวิทยุยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากพฤติกรรมของผู้ฟังที่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการฟังเพลงที่หลากหลาย ทำให้คูลฟาเรนไฮต์คว้าแชมป์สถานีวิทยุออนไลน์ streaming อันดับ 1 ของเอเชียปี 2018 และ 2019 ที่จัดโดย www.shoutcast.com เว็บไซด์ที่รวบรวมสถานีวิทยุออนไลน์กว่า 90,000 สถานีทั่วโลก”

ซึ่งการเติบโตดังกล่าว เป็นไปตามกลยุทธ์ Living Young & Beyond ทำให้คูลฟาเรนไฮต์เติบโตสวนกระแส โดยมีจำนวนผู้ฟังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2019 มีผู้ฟังผ่านระบบออนไลน์เดือนละ 49 ล้านครั้ง รับฟังผ่านเว็บไซด์สูงสุด 35 ล้านครั้ง

คูลฟาเรนไฮต์

รองลงมาเป็นการรับฟังผ่านระบบ iOS อีกกว่า 11 ล้านครั้งและระบบ Android 3ล้านครั้ง มีผู้ฟังเฉลี่ยวันละ 1.62 แสนคน ใช้เวลาฟัง 3:40 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน และผู้ฟังผ่านระบบ iOS ฟังต่อเนื่องนานมากที่สุดถึง 4:24 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน

ตลอด 1 เดือน คูลฟาเรนไฮต์ สามารถเข้าถึงผู้ฟังมากกว่า 1 พันล้านนาที ทุบสถิติการเข้าถึงผู้ฟังสูงสุด และครองแชมป์อันดับ 1 ของเอเชียทันที ” นายปริญญ์กล่าว

นอกจากนี้ คูลฟาเรนไฮต์ ยังครองแชมป์อันดับ 1 สถานีวิทยุในเมืองไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ครองใจกลุ่มผู้ฟัง โดยเฉพาะกลุ่ม GEN C ที่มีอายุระหว่าง 20-44 ปี กลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งถือเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและมีพฤติกรรมส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์

โดยช่วงเวลาที่มีผู้ฟังมากที่สุดในแต่ละวันคือ ช่วงออฟฟิศอาวร์ ตั้งแต่ 9.00-17.00น. ส่งผลให้ในปี 2562 นี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวม เติบโตกว่า 30% และมีส่วนแบ่งการตลาดจากธุรกิจวิทยุกว่า 50% จากข้อมูลของนีลเส็น มีเดียรีเสิร์ช

ทั้งนี้นอกจากการขนทัพเพลงเพราะมาเปิดให้ผู้ฟังทุกช่วงเวลาแล้ว คูลฟาเรนไฮต์ ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำในธุรกิจวิทยุ โดยทุ่มทุน 30 ล้านบาท เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยคอนเทนท์ที่กำลังมาแรงครองใจกลุ่มเป้าหมาย ที่เติบโตมาในยุค 90

กับคอนเสิร์ตของศิลปินคู่ดูโอในตำนาน ที่สุดของการรอคอย “COOLfahrenheit presents Raptor Evolution #25ปีไม่มีเกรงใจ“ ในวันที่ 7 กันยายนนี้ ที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี

พร้อมจำหน่ายบัตรในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา พลาดไม่ได้กับปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของเพลงฮิตตลอดกาลในยุค 90 ที่จะกลับมาทำให้คุณอินและฟินอีกครั้งกับทุกเพลงที่อยู่ในความทรงจำ