มาเป็นร้อย คลิปเด็กแว้นเมินกฎหมาย ปิดถนน ท้าวัดความเร็ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยคลิปเด็กแว้นนับร้อยปิดถนนย่านพระราม4
  • ผู้โพสต์เผยโทรแจ้งตำรวจแล้ว แต่ไร้เงาเข้าดำเนินการ
  • ผบ.ตร.ทราบเรื่องแล้ว คาดโทษ ผกก. หากปล่อยมีเด็กแว้นปิดถนน โดนโทษวินัยขั้นเด็ดขาด
  • ปิดถนนแข่งรถหากจับได้ผู้ปกครองโดนด้วย

วันนี้ (24 มิ.ย. 2562) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปเหตุการณ์ กลุ่มเด็กแว้นจำนวนมากไม่เกรงกลัวกฎหมาย พากันรวมตัวปิดถนนเพื่อท้าประลองความเร็ว สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางดังกล่าว รวมถึงชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นที่ไม่เป็นได้หลับได้นอน เพราะเสียงรถดังรบกวนเป็นอย่างมาก

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Prompol Sittituntiwong ที่ได้เผยให้ภาพของรถจักรยานยนต์จำนวนมาก จอดเป็นแถวยาวอยู่บนถนนพระราม 4 ร่วม 5 กิโลเมตร กินผิวจราจรไปถึง 2 เลน เหลือเส้นทางไว้ให้ประชาชนพอผ่านไปได้เพียงเลนเดียวเท่านั้น

แจ้งตำรวจ ตำรวจรับปาก แต่ไร้เงาเข้าจัดการ

พร้อมกันนี้ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุทำนองว่า หลังจากเขาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปิดถนนของเด็กแว้นครั้งนี้ เขาไม่รอช้าที่จะโทรแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจัดการ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุดังกล่าว

แม้ว่าจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะมาดำเนินการให้ จนเขาอดรนทนไม่ไหวเปลี่ยนใจจากที่จะหลับพักผ่อน มาเป็นส่งเสียงเชียร์ให้กำลังกลุ่มนักแข่งที่ปิดถนนวิ่งรถในครั้งนี้แทน

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างร่วมด้วยช่วยกันแนะนำวิธีจัดการกลุ่มเด็กแว้น ที่มาสร้างความเดือดร้อนในครั้งนี้

บ้างก็ว่าน่าจะมีรถยนต์สักคันนำร่องพุ่งชนไปเลย คันอื่นจะได้ขับผ่านไปได้ หรือไม่ก็อยากให้มีสิบล้อเบรคแตกวิ่งผ่านมาสักคันคนกลุ่มนี้คงจะได้เข็ดไปอีกนาน

ผบ.ตร. สั่งเข้ม ผกก. ทุก สน. ปล่อนแว้นปิดถนน เจอโทษทางวินัย

อย่างไรก็ดีจากเหตุที่เกิดขึ้นทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ทราบเรื่องแล้ว และได้มีคำสั่งถึงนายตำรวจระดับผู้กำกับ และหัวหน้าสถานีทุกโรงพัก

หากมีการปล่อยละเลยใหัเด็กแว้น หรือมีการปิดถนนแข่งขันรถในทางสาธารณะ จะถูกลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันให้กวดขันและจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งขยายผลเอาผิดกับผู้ปกครองเด็กด้วย

แว้นปิดถนน คุก 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 แถมผู้ปกครองโดนด้วย

สำหรับ การปิดถนนแข่งรถนั้น ถือว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ห้ามผู้ใดขับขี่รถในลักษณะกีดขวางการจราจร ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท มาตรา 43 (8) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือวามเดือดร้อนของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท มาตรา 137 ห้ามมิให้ผู้ใดแข่งรถในทาง จำคุกไม่เกิน3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท

ซึ่งนอกจากผู้ก่อเหตุจะได้รับโทษแล้ว ยังมีกลุ่มคนอีก 3 กลุ่มที่ต้องได้รับโทษด้วย อาทิ ผู้จัด หรือสนับสนุน มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บิดามารดา มีความผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง สงเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ

และผู้จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ มีความผิดตามพ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพ.ศ. 2511 มาตรา 36 จำคุกไม่เกิน 1เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มติบอร์ดกองสลากฯ เพิ่มยอดสลากฯ 1 ส.ค. 100 ล้านใบ ส่วนสลากรูปแบบใหม่ขอเวลาศึกษาก่อน

ในวันนี้ มติที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งฯ ได้มีมติเห็นชอบ ให้เพิ่มปริมาณการจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาล จากเดิมจำนวนที่ 90 ล้านใบ เป็น 100 ล้านใบ โดยจะมีการเริ่มในงวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2562

สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะมีการจัดพิมพ์เพิ่มเติม จำนวน 10 ล้านใบนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาสลากฯ ในตลาด นอกจากนี้จะมีการจัดทำแอพลิเคชั่น สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายสลากกินแบ่งฯ ได้มีช่องทางในการแจ้งการขายสลากเกินราคาอีกด้วย ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนก็จะมีโอกาสได้รับรางวัลอื่นๆ เพิ่มเติมกรณีการแจ้งขายสลากเกินราคาอีกด้วย

สลากฯ รูปแบบใหม่ หวยบนดิน หวยออนไลน์ หรือ ล็อตโต้ ขอเวลาศึกษาเพิ่ม

สำหรับสลากฯ ในรูปแบบใหม่นั้น ขอเวลาให้มีการศึกษาเพิ่มเติมในรูปแบบการออกสลากเสียก่อน ซึ่งจะต้องรองรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคา และปัญหาหวยใต้ดินให้ให้ รวมถึงรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

>> กองสลากฯปิ๊งไอเดียขายหวย 2 ตัว-3 ตัว รางวัล 100 ล้าน ซื้อผ่านแอพฯได้

โดยจะขอเวลาประมาณ 1 เดือน สำหรับการรวบรวมผลการศึกษาที่ผ่านมา และการศึกษาเพิ่มเติม จะต้องสรุปผลให้ได้อย่างชัดเจน ก่อนมีการวางแผนการดำเนินการ ซึ่งในขั้นตอนการดำเนินการนั้น จะมีอีกหลายขั้นตอนทั้งในแง่ของขั้นตอนทางกฎหมาย เช่นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ เป็นต้น

และจะเร่งสรุปรายละเอียด รูปแบบ และขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ให้ทันในปีงบประมาณ 2563 ผ่านทางรัฐบาลต่อไป

แจ้งความปอท.ถูกคนร้ายปลอมไลน์ลวงเงินบริจาค เสียหายกว่า 2 หมื่นบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • แจ้งความปอท.ถูกคนร้ายปลอมไลน์ลวงเงินบริจาคอดีตแขกรับเชิญรายการดัง เสียหายกว่า 2 หมื่นบาท
  • ผู้เสียหายเป็นผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องดังแห่งหนึ่ง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.กมลพร วรกุล หรือเก๋ ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องดังแห่งหนึ่ง พร้อม นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือดีเจเคนโด้ เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และ ร.ต.อ.ปิยวัตน์ ปรัชญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. หลังถูกมิจฉาชีพ สวมรอยเป็นตนเองและอ้างชื่อรายการคนล่าฝัน ลวงผู้เสียหายผ่านทางไลน์ เรี่ยไรเงินบริจาคซื้อรองเท้าและกระเป๋านักเรียน เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร และโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย จากนั้นผู้เสียหายโอนเงินเสร็จก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก รวมมูลค่าความเสียหายราว 2 หมื่นบาท

น.ส.กมลพร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แขกรับเชิญในรายการคนล่าฝัน ซึ่งเคยออกอากาศบนสถานีโทรทัศน์นิวส์วัน ต้นสังกัดเดิมที่เคยทำงาน โทรศัพท์มาสอบถามว่า ตนได้ซื้ออุปกรณ์การเรียนเพื่อนำไปบริจาคนักเรียนที่ตลาดสำเพ็งหรือไม่ ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจ จึงสอบถามและทราบว่า ก่อนหน้านี้ มีคนอ้างชื่อเก๋ กมลพร โทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อชักชวนให้โอนเงินซื้อของบริจาคดังกล่าว และทักไลน์มาหาผู้เสียหายซึ่งก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานจึงไม่เอะใจอะไร

จากนั้นมีผู้เสียหายอีก 2 ราย สอบถามตน และอธิบายพฤติการณ์คนร้ายเหมือนกันทั้งหมด คือจะพูดทักทายด้วยประโยคเดียวกัน และมีเสียงอยู่ริมถนน รวมถึงประโยคในแชทไลน์ซึ่งดีเจเคนโด้อ่านแล้วยังบอกว่านี่ใช่ตนหรือไม่ เพราะลักษณะการพูดคุยคล้ายกับตนมาก และดีเจเคนโด้ยังได้พยายามให้เก๋ถ่ายรูปส่งมาด้วย แต่ไลน์นั้นยังได้ตอบมาว่าถ้าเก๋ไม่แต่งหน้า เก๋จะไม่ถ่ายรูป ตนยืนยันว่า ตอนทำรายการตนไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น

น.ส.กมลพร กล่าวต่อ จากนั้น เมื่อตรวจสอบบัญชีเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้าไป ชื่อ พัชรินทร์ อนุชวลิตวงศ์ พบเป็นบุคคลเดียวกับที่แอบอ้างชื่อและรายการตี๋อ้วนชวนหิว ไปเรี่ยไรเงินบริจาคตามร้านอาหารต่างๆ ที่เคยไปออกรายการ เมื่อปี 2560 รวมถึงรายการโทรทัศน์ช่องอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งเรื่องก็ผ่านมานาน และมีชื่อผู้ต้องสงสัยแล้ว จึงต้องการกระตุ้นเตือนสังคมให้เฝ้าระวังมิจฉาชีพรายนี้ เพราะเหยื่อรายหลายเป็นคนหาเช้ากินค่ำ และต้องการเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจับกุมคนผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่น.ส.กมลพรนำมามอบให้ พบว่า คนร้ายทำมาหลายครั้ง ลักษณะเป็นการปลอมบัญชีไลน์มาหลอกให้ทำบุญ โดยคนร้ายมีการใช้บุคลิกในการสนทนาคล้ายกับน.ส.กมลพร จนผู้เสียหายเกิดหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้ หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลก่อน เบื้องต้น น่าจะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) นำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือบิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

พร้อมกันนี้ตนขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน หากผู้ใดจะให้โอนเงินด้วยเหตุผลใด ขอให้ติดต่อบุคคลที่กล่าวอ้าง รวมถึง ให้สังเกตเลขบัญชี ถ้าเป็นกรณีขอยืมเงินถ้าเลขบัญชีไม่ใช่ หรือให้ไปซื้อบัตรเติมเงิน อย่าหลงเชื่อ การยืมเงินต้องเป็นชื่อบัญชีคนที่ขอยืม หรือ ถ้ามีเวลาให้นำหมายเลขบัญชีไปค้นข้อมูลก่อน อย่างกรณีนี้ถ้าค้นดูจะพบข้อมูลว่า เป็นเลขบัญชีที่มีการโกงเงิน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว