กลุ่มวินฯ ร้องขนส่งขอความชัดเจน หากดันแกร็บไบค์ถูกกฎหมาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ ยื่นหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หลังมีการให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาแกร็บไบค์ในถูกกฎหมาย
  • กลุ่มวินฯ เผยหากแกร็บไบค์ถูกกฎหมาย อาจกระทบวินมอเตอร์ไซค์ที่ถูกจัดระเบียบวิ่งได้แค่เฉพาะโซนที่แบ่งไว้ให้

วันนี้ 24 มิ.ย.62 ที่กรมการขนส่งทางบก สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ เข้ายื่นหนังสื่อต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอทราบแนวทางนโยบายรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในอนาคต ภายหลังทางรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้ให้สัมภาณ์ผ่านสื่อมวลชน ว่าจะมีการแก้ปัญหาเรื่อง ‘แกร็บไบค์’ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยนายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โดยที่ผ่านมาทางสมาคมและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างสาธารณะ ได้ให้ความร่วมมือกับทางกรมการขนส่งทางบก ทั้งด้านนโยบายและการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาด้วยดี ให้เป็นไปตามกฎหมายมาโดยตลอด

แต่ในขณะนี้ทางกรมการขนส่งทางบก จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ทางสมาคมและแกนนำกลุ่มต่างๆ จึงอยากทราบถึงความขัดเจนของทางกรมการขนส่งทางบกในเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากมีการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทแกร็บ ที่สนับสนุนให้สมาชิกนำป้ายขาวมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารได้ อาจเกิดผลกระทบกับวินมอเตอร์ไซค์ที่ถูกจัดระเบียบมีโซนการวิ่งที่ชัดเจน แต่ต่างจากแกร็บไบค์ที่เป็นป้ายขาวสามารถวิ่งได้ทั่วพื้นที่ จึงเรียกร้องให้ทางกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ร่วมชี้แจงแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

คลิปอ้างตร. ตบ-ข่มขู่คู่กรณี ฉุนขับรถปาดหน้า ต้องเบรคตัวโก่ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปชายอ้างเป็นตำรวจ ทำร้ายคู่กรณีไม่พอใจการขับรถ
  • เหตุการณ์นี้เกิดจากรถอีกคันกลับรถกะทันหัน จนอีกฝ่ายต้องเบรคตัวโก่งเพื่อไม่ให้ชน

วันนี้ (24 มิ.ย. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อปรากฏคลิปเหตุการณ์ของชายคนหนึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ออกอาการไม่พอใจผู้ใช้รถใช้ถนนรายหนึ่ง

ด้วยการทำร้ายตบไปที่ศีรษะและพูดจาด่าทอด้วยคำหยาบคาบสารพัด หลังจากเขาไม่พอใจที่คู่กรณีกลับรถไม่มองทาง จนเขาต้องเบรคกะทันหัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุรถชน

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก สีแสวงเหาะ’ะ เกมมิ่ง’ง ซึ่งเป็นคู่กรณีของผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เผยให้เห็นว่า ชายที่เป็นตำรวจได้เดินตรงมาที่รถ จากนั้นก็เปิดฉากด่าทอและตบไปที่ศีรษะคู่กรณีไปหลายครั้ง

แม้ว่าคู่กรณีจะลงจากรถไปยกมือไหว้ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยความโมโหชายคนดังกล่าวจึงไม่ยอม และพยายามข่มขู่หลายครั้ง พร้อมจะเอาผิดคู่กรณีให้ได้

ไหว้ขอโทษแล้ว แต่ยังเอาปืนมาขู่

#แชร์ให้ถึงหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทีครับ

เหตุเกิดอยู่หน้าซอยพัฒนาการ 58 พอดีผมกับพ่อออกมาทำงาน ได้กลับรถจะไปบางนา แล้วตรงนั้นพอดีกลับรถไป เปิดไฟเลี้ยวอะไรแล้ว ดูหน้าดูหลังว่ารถอยู่ไกล เลยพุ่งตัวออกไป แล้วรถคันใน VDO ก็เบรคลากล้อ ตอนนั้นตกใจอยู่ เห็นว่าไม่มีอะไรเลยขับไปต่อ

ขับมาแป๊บเดียว รถคันนี้มาปาดหน้า บอกว่ามึงขับรถเกียร์อะไร ลงมาปุ๊บต่อยพ่อผมมา 1 หมัด แล้วเค้าก็ให้ลงมาคุยกัน พ่อกับผมก็ยกมือขอโทษ แต่พี่เค้าไม่ยอม เลยไปเอาปืนอยู่หน้ารถมา แล้วก็บอกกับผมว่า มึงอยากตายตรงนี้เหรอ

เค้าบอกว่า กูเป็นตำรวจสืบสวน สน.ประเวศ ข้องใจอะไรมาหากูได้ #มันใช่หรอครับที่ตำรวจเอาปืนมาขู่ประชาชน ผมทั้ง ยกมือขอโทษ แต่พี่เค้าก็มาหาว่าผมเสพยา อยากรบกวนพี่ๆ ลุงๆ ว่าใครผิดครับ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฝ่ายหนึ่งออกรถมาโดยไม่ดูทาง ขณะที่อีกฝ่ายที่อารมณ์ร้อนเกินไป

หากใจเย็นหรือระงับอารมณ์ได้ เหตุการณ์ลักษณะนี้คงไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้คลิปนี้เป็นอุทหารณ์ สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อจะได้ป้องกันอุบัติเหตุ และการกระทบกระทั่งกันบนถนนเกิดขึ้นได้อีก

หมอวรงค์ สวน “ทำลายหลักการอาเซียน” หลังธนาธรโพสต์โชว์วิสัยทัศน์

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายแพทย์ วรงค์ ได้แสดงความคิดเห็นตอบโต้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจในประเด็นวิสัยทัศน์อาเซียน
  • ระบุว่า เป็นการทำลายหลักการอาเซียน
  • กฎบัตรอาเซียนมีระบุอยู่แล้ว ไม่ก้าวก่าย ไม่แทรกแซง ยึดมั่นประชาธิปไตย

หลังจากที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โพสต์เฟซบุ้กส่วนตัวเกี่ยวกับ วิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียน ล่าสุดเช้าวันนี้ (24 มิ.ย. ) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้โพสต์ตอบโต้ในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นการ “ทำลายหลักการอาเซียน” พร้อมกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่านายธนาธร ทำการบ้านมาก่อนหรือไม่?

โดย นพ.วรงค์ ได้กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเด็นคือ เรื่อง การเรียกร้องให้อาเซียนก้าวข้ามการแทรกแซงกิจการภายในชาติ และแนวคิดประชาธิปไตย คือหนทางกินดีอยู่ดี นั่นต้องเข้าใจพื้นฐานของประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศก่อนว่า ทั้งหมด ได้ยอมรับ กฎบัตรอาเซียน ตั้งแต่เมื่อเดือน ธันวาคม 2551 หรือเมื่อราว 10 กว่าปีที่ผ่านมาแล้ว

โดยหลักการที่ไม่แทรกแซงกันเป็นหลักการที่ยึดกันมานานแล้ว พร้อมกับหลักการช่วยเหลือกัน ที่มีการเขียนไว้ชัดเจน

ส่วนในประเด็นของการสถาปนาประชาธิปไตยนั้น นพ.วรงค์ได้อ้างถึง สิงคโปร์ ที่มีการออกกฎหมายซึ่งจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการวิจารณ์รัฐบาล ร่วมถึงล่าสุด ออกกฎหมายต่อต้านข่าวเท็จ ( Anti-Fake News Law) แต่ก็ยังคงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังมีเวียดนาม ลาว บรูไน และยิ่งไปกว่านั้น จีน คู่เจรจารายใหญ่อีกด้วย

ก่อนหมอวรงค์จะปิดท้ายด้วยว่า การที่พูดดังกล่าวของนายธนาธรนั้น ควรเก็บไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้อาเซียนยิ่งแตกแยกกันเข้าไปอีก เหมือนที่กับที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย

ทำลายหลักการอาเซียนผมได้อ่านวิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนของคุณธนาธร ไม่แน่ใจว่าคุณธนาธร…

โพสต์โดย Warong Dechgitvigrom เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2019

รู้จัก “กฎบัตรอาเซียน”

สำหรับกฎบัตรอาเซียน เปรียบได้กับรัฐธรรมนูญของอาเซียน ที่จะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล โดยมีการวางกรอบกฎหมาย โครงสร้างต่างๆ ขององค์กร ถือเป็นค่านิยม หลักการ และแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของประเทศสมาชิกทั้งหมด

โดยกฎบัตรอาเซียนนั้น ได้มีการลงนามรองรับกฎบัตรดังกล่าวนี้ เมื่อการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศได้มีการให้สัตยาบันกฎบัตรเอาเซียน ครบทั้ง 10 ประเทศ เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2551 ทำให้กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 ธ.ค. 2551 เป็นต้นมา

หลักการของกฎบัตรอาเซียน ระบุถึงการไม่แทรกแซง และสนับสนุนประชาธิปไตย
(ที่มา – กฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กระทรวงต่างประเทศ)

ซึ่งกฎบัตรอาเซียน ได้มีการระบุถึงหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกตั้องหารือกันแก้ไขปัญหาร่วมมกัน ในกรณีที่เกิดปัญหาและกระทบต่อผลประโยชน์ส่วนรวมของอาเซียน