อัสสัมชัญ ออกประกาศให้นักเรียน ม.3 – ม.6 ย้ายสถานที่เรียนชั่วคราว

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุเครนก่อสร้างโรงแรมถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ทำให้มีนักเรียนบาดเจ็บ 10 สาหัสอีก 1 ราย
  • โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์กำหนดเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันจันทร์ ที่ 24 มิ.ย.นี้
  • ทำการย้านนักเรียน ม.3 – ม.6 ไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการชั่วคราว เพื่อปรับสภาพจิตใจเด็ก

อัสสัมชัญคอนแวนต์ ให้นักเรียน ม.3 – ม.6 ย้ายสถานที่เรียนชั่วคราว เพื่อปรับสภาพจิตใจและเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของเด็ก

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2562 โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ได้ออกประกาศระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุเครนของโครงการบริษัทริเวอร์การ์เด้นท์ ที่ยกแผ่นเหล็กนั่งร้านได้หักลงและร่วงลงใส่หลังคาลานอเนกประสงค์ของโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2562 เป็นเหตุให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ ทางโรงเรียนรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้

และได้พยายามแก้ไขทุกวิถีทางเพื่อเยียวยารักษานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ และเพื่อให้นักเรียนทุกคนให้กลับมาเรียนโดยเร็วที่สุด ในเบื้องต้นได้มีการซ่อมแซมหลังคาของโรงเรียนซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างเดิมมั่นคงปลอดภัย โดยมีวิศวกรของสภาวิศวกรแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตรวจสอบ

ทั้งนี้ทางโรงเรียนคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียน และเพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังโจของคณะครูและนักเรียนกลับคืนมา คณะกรรมการบริหารโรงเรียนจึงพิจารณาเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องย้ายสถานที่เรียนชั่วคราว เพื่อปรับสภาพจิตใจของนักเรียนและเปลี่ยนสภาพแวดล้อม

ดังนั้นทางโรงเรียนจึงจัดให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3-มัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการสักระยะหนึ่ง ซึ่งโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ มีอาคารและห้องเรียนที่พร้อมทำการเรียนการสอนได้ ตั้งอยู่เลขที่ 101 ซ.สาทร 13 ถ.สาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ (หลังโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์) ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2 จะเรียนที่อาคาร 1 (อาคาร 100 ปี) ตามเดิม

การเรียนการสอนจะเริ่มดำเนินการตามปกติตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2562 จนกว่าเราจะได้รับการยืนยันจากสภาวิศวกรแห่งประเทศไทยในเรื่องความปลอดภัย และนักเรียนได้รับการปรับสภาพจิตใจให้หายจากความหวาดกลัวได้แล้ว เราจึงจะกลับมาเรียนที่เดิมได้ ซึ่งทางโรงเรียนจะแจ้งให้ท่านผู้ปกครองทราบถึงสถานการณ์เป็นระยะ

ขอขอบพระคุณท่านผู้ปกครองทุกท่านที่เข้าใจในสถานการณ์ และความจำเป็นของทางโรงเรียนและยินดีให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คณะเซอร์และคุณครูทุกท่านขอให้ความมั่นใจว่าเราจะดูแลบุตรหลานของท่านประดุจบุตรหลานของเราเองเช่นกัน ประกาศ ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2562

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (23 มิ.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไทยตอนบนฝนน้อยลง
  • ภาคใต้และภาคตะวันออก ยังมีฝนตกเนื่อง
  • ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวัง
  • 24-28 มิ.ย. นี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมอันดามัน ทำให้มีฝนตกเพิ่ม

ประเทศไทยตอนบนมีการกระจายของฝนน้อย ส่วนภาคใต้มีฝนต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 24-28 มิถุนายน 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ในขณะที่ หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนการกระจายของฝนน้อย ส่วนภาคใต้มีฝนต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

นายกฯ แถลงต่อที่ประชุมอาเซียน ลั่นไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันนี้ (22 มิ.ย. 62) เวลา 17.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 แบบเต็มคณะ (Plenary) ณ ห้อง Grand Hall โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ โดยพลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงจุดยืนของประเทศไทยในการสนับสนุนการสร้างความยั่งยืนให้แก่อาเซียนอย่างรอบด้าน โดยมุ่งเน้นการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีจำนวนประชากรกว่า 640 ล้านคนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองไปสู่อนาคต เพื่ออนาคตที่มั่นคงของประชาชนอาเซียน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าอาเซียนควรให้ร่วมกันผลักดันอย่างต่อเนื่องใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

(1) การส่งเสริมความมั่นคงที่ยั่งยืนในอาเซียนและภูมิภาค โดยการใช้สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาและเพิ่มพูนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาในทุกมิติสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเสนอให้อาเซียนเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาเซียนจึงควรร่วมกันศึกษาและดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังต่อไป

(2) การสร้างอาเซียนที่มีความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ด้วยการใช้กลไกความร่วมมือต่าง ๆ ของอาเซียน อาทิ การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (ASEAN Single Window) กลไกทางการเงินสีเขียวของอาเซียน (ASEAN Catalytic Green Finance Facility) การพัฒนาเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network)

รวมถึงกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเชื่อมโยงของอาเซียนในภาพรวม โดยไทยพร้อมจะสนับสนุนการสร้างความเชื่อมโยงในอาเซียนผ่านโครงการ EEC ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศอย่างมาก

อาเซียนควรสร้างโอกาสและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ด้วยการเสริมสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัล (Digital Ecosystem) ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้และจิตสำนักในการใช้พื้นที่ไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

(3) การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการสร้างประชาคมอาเซียนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยการสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคและภาคีภายนอก เพื่อผลักดันวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การแก้ไขปัญหาขยะทะเล และการประมงที่ยั่งยืน ให้มีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในที่สุด

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความยั่งยืนในอาเซียนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาคมอาเซียนมีมูลค่าเพิ่มทางยุทธศาสตร์ และทำให้อาเซียนมีศักยภาพที่จะบริหารจัดการโอกาสและความท้าทายต่าง ๆ ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น โดยประเทศสมาชิกจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็งนี้ เพื่อนำมาซึ่งความกินดีอยู่ดีและสันติสุขของประชาชนอาเซียนทุกคน

ข้อมูลจาก thaigov