บิ๊กแดง เผย หลักสูตรใหม่นักศึกษาวิชาทหาร เน้นพัฒนาให้เป็นพลเมืองที่ดี

บิ๊กแดง อ้างคำพูดนักศึกษาวิชาทหาร ใครไม่นึกถึงแผ่นดิน ไม่นึกถึงบุญคุณ ไม่สมควรอยู่ประเทศไทย พร้อมย้ำ กองทัพหนุนรัฐบาลทุกชุด

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1-3 เข้าพบ หลังมีการปรับปรุงหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ประจำปี 2562 โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เบื้องต้นได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาวิชาทหารในรูปแบบการสื่อสารแบบสองทาง หรือ Two Way Communication และเป็นการรับทราบปัญหาต่างๆ

ทั้งนี้หลักสูตร นศท.เป็นการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศและเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ รวมทั้งให้เติบโตในสังคมอย่างความเข้มแข็ง รับข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่ใช่รับสื่อโซเชียลอย่างเดียว แต่ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ความเป็นมาของประเทศไทยกว่าจะถึงวันนี้ และนักศึกษาวิชาทหารหลายคนได้สอบถามเรื่องการเกณฑ์ทหาร และหลังจากวันนี้นักศึกษาวิชาทหารจะได้นำไปขยายผลต่อไป

พร้อมทั้งได้ชี้แจงถึงหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารที่ปรับปรุงใหม่เช่น การแต่งกาย ทรงผม และหลักสูตรอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งนักศึกษาวิชาทหารไม่ใช่ทหาร แต่ต้องการใช้ชีวิตแบบทหาร กองทัพจึงพยายามสร้างกิจกรรมทางทหารให้มากขึ้น และส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแว้ดล้อมให้มากขึ้น เพราะนักศึกษาวิชาทหารถือเป็นเยาวชนหลักที่มีกว่า 300,000 คน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าทหาร

ทั้งนี้ไม่ว่านักศึกษาวิชาทหารหญิงหรือชาย คือกำลังหลักของชาติ จะเป็นเด็กที่ดี และเป็นพลเมืองที่รักชาติต่อไป ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้เป็นจิตอาสาอยู่แล้ว และจะเข้าสมัครจิตอาสาพระราชทาน 904 รวมทั้งจะเป็นแรงสนับสนุนในการเข้ามาแก้ไขภัยพิบัติต่างๆ

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุถึงกรณีที่เด็กและเยาวชนในปัจจุบันมีความคิดที่หลากหลายมากขึ้น ว่า วันนี้ได้สร้างความเข้าใจกันมาก และเมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามว่า ปัจจุบันมีเยาวชนแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุนทหาร ผู้บัญชาการทหารบก ได้หันไปถามนักศึกษาวิชาทหารว่า มีใครบ้างที่ไม่เอาทหาร ให้ยกมือขึ้น แต่ก็ไม่มีใครยกมือ

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่า มีนักศึกษาวิชาทหารที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยมากขึ้น และอยากให้มีการสอนในเรื่องเหล่านี้ เพราะตระหนักดีว่าประเทศไทยมีทุกวันนี้ได้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนักศึกษาวิชาทหาร ถือเป็นผู้ที่กำลังจะเติบโตและกำลังจะมีสิทธิ์การเลือกตั้ง

ผู้บัญชาการทหารย้ำว่า นักศึกษาวิชาทหารต่างตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันที่มีต่อประเทศไทย และใครก็ตามที่ไม่นึกถึงแผ่นดินเกิด ไม่นึกถึงบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ไม่สมควรจะอยู่ประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ตอบคำถามถึงการสิ้นสุดบทบาทของ คสช.หลัง ครม.ชุดใหม่ ส่วนกรณีทีมีกระแสข่าวความขัดแย้งและเอกภาพระหว่างกองทัพกับรัฐบาล ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง

เมื่อถามย้ำว่า กองทัพสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบก เผยว่า กองทัพหนุนรัฐบาลทุกชุด เพราะกองทัพของรัฐบาล

แอ๊ด คาราบาว เดือดบนเวทีคอนเสิร์ต ซัด สาธารณสุข โง่ ปิดกั้นกัญชา

ประเด็นน่าสนใจ

  • แอ๊ด คาราบาว พูดเรื่องกัญชา บนเวทีคอนเสิร์ต ที่เพชรบูรณ์
  • จี้ สาธารณสุข เปิดเสรีอย่าปิดกั้น เพราะมีประโยชน์รักษาโรคได้

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (21 มิ.ย. 2562) นายยืนยง โอภากุล หรือที่รู้จักกันในนาม แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้สร้างความฮือฮาเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นคอนเสิร์ต

หลังจากเขาได้การแสดงความเห็นถึงเรื่อง กัญชา ระหว่างทำการแสดง ที่ โรงแรมเอสอาร์เรสซิเด้นซ์ จ.เพชรบรูณ์ พร้อมกับฝากไปถึงกระทรวงสาธารณสุขด้วย ว่า ควรอนุมัติปลดปล่อยกัญชาได้แล้ว อย่าปิดกั้นหลังถูกขังมานาน

เพราะทั่วโลกต่างรู้แล้วว่ากัญชานั้นสามารถรักษาโรคได้ แถมโรคที่ใช้กัญชารักษา เป็นโรคที่หมอไม่รักษาให้หายด้วย ซึ่งการรักษาโรคด้วยกัญชานั้น ตนเห็นกับตา เมื่อครั้งอดีตนักมวยแชมป์โลกรายหนึ่งเสพกัญชาต่อหน้า

พร้อมกับบอกว่าหากไม่เขาไม่สามารถขึ้นชกได้ เท่านี้ก็แสดงให้เห็นว่า กัญชา มีประโยชน์มากกว่าโทษ ดังนั้นสาธารณสุขจงตาสว่างนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หมู่มหาชนชาวโลก และชาวไทยปัจจุบัน เขารู้กันดีว่ากัญชาเป็นยาไม่ใช่เป็นยาเสพติด สมัยนี้ไม่มีใครเขาโง่ เพราะความรู้มันสามารถหาได้ง่ายๆ แค่กดโทรศัพท์ จะมีก็แค่ไม่กี่คน ที่ขวางไม่ให้กัญชามีอิสรภาพ ขังคุกกัญชาอยู่อย่างนั้น อีกทั้ง อดีตนักมวยแชมป์โลกรายหนึ่ง ได้เห็นกับตากับพี้กัญชาก่อนชก และยอมรับ ต่อยไม่ได้ถ้าไม่ได้พี้กัญชา

เห็นไหมนักดนตรีก็พี้ นักกีฬาก็พี้แล้วจะเอาอะไรอีกไม่เชื่อลองไปถามตำรวจดูสิ ผมได้กัญชามาก็จากตำรวจๆ ก็พี้ เพียงแต่เขาไม่บอกเท่านั้นแหละ มีแต่สาธารณสุขเท่านั่นที่โง่ เพราะฉะนั้นจงตาสว่างนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แล้วถ้าเผากัญชา 22 ตันเจอกันแน่นอน

สำหรับสถานการณ์ กัญชา ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันได้ปลดล็อก ออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 แล้ว เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ทางการแพทย์นำไปศึกษาถึงสรรพคุณของกัญชา ในการรักษาอาการเจ็บป่วย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น

แต่กระนั้นการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคก็ยังถูกกำจัดสิทธิอยู่หลายส่วนทำให้นำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกหรือครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ถึง 10 กิโลกรัม จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และในกรณีที่มีไว้ครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม ให้ถือว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ต้องโทษจำคุก 1-15 ปี ปรับ 100,000-1,000,000 บาท

ส่วนแอ๊ด คาราบาว นอกจากเพลงดังอย่างกัญชา ที่สร้างชื่อให้กับเขาแล้ว เมื่อช่วงเดือน พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา เขายังได้แต่งเพลงเกี่ยวกับกัญชาเพิ่มเติม โดยมีชื่อว่า มหัศจรรย์กัญชา เป็นเพลงที่มีเนื้อหาบอกเล่าสรรพคุณของกัญชา ในทางการแพทย์

ว่าด้วย การรักษาและสามารถยืดอายุของผู้ป่วยหนักจากมะเร็ง อีกทั้งยังบรรเทาโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้อีก จึงเป็นที่มาของเพลง “มหัศจรรย์กัญชา” เพียงหวังจะแก้ไขที่เคยมอง “กัญชา” ผิดไป

และส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสรักษาอาการโรคร้ายที่รุมเร้าด้วยสรรพคุณของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ เพราะ “บัดนี้เราค้นพบพืชมหัศจรรย์ เสมือนธรรมที่ถูกเปิดเผย ย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยด้วยกัน

คลิปจาก โรงแรมเอสอาร์ เรสซิเด้นซ์ ช่วงนาทีที่ 24.08 – 28.57 ที่ศิลปินคนดังพูดถึงเรื่อง กัญชา

กรมควบคุมโรค แนะ! การใช้ถุงยางอนามัย ควรยึดหลัก 4 ขั้นตอนสำคัญ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนในการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี โดยยึดหลัก 4 ขั้นตอนสำคัญ “เลือก เก็บ ใช้ ทิ้ง” ปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีทัศนคติและพฤติกรรมในเรื่องเพศเปลี่ยนไป วัยรุ่นเริ่มมีความรัก มีแฟน มีเพศสัมพันธ์ ครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย บางคู่คบกันไม่นานก็มีเพศสัมพันธ์แล้ว และอาจมีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน

ดังนั้น การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกคนควรรู้ ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส โรคหนองในเทียม โรคแผลริมอ่อน โรคกามโรคของต่อมและท่อน้ำเหลือง และโรคเริม เป็นต้น

ถุงยางอนามัย ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ห่างไกลจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ดังกล่าว ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยนั้น เป็นความใส่ใจของตัวเราและคู่นอน เป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อตนเองและคู่ แต่จะใช้อย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำ 4 ขั้นตอนง่ายๆ “เลือก เก็บ ใช้ ทิ้ง” ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

1.เลือก ให้ถูกไซส์ ถุงยางอนามัยมีหลายขนาด ตั้งแต่ ขนาด 49 มิลลิเมตร ขนาด 52 มิลลิเมตร ขนาด 54 มิลลิเมตร และ ขนาด 56 มิลลิเมตร รวมถึง กลิ่น สี มีหลายแบบให้เลือก ดังนั้น ควรเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสม หากเลือกขนาดเล็กหรือใหญ่ไปจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือหลุดได้ง่าย

โดยมีวิธีวัดขนาดง่ายๆ ให้เริ่มจากวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศเมื่อแข็งตัว แล้วหารด้วย 2 จะได้ขนาดที่พอดี เช่น เส้นรอบวง 10.6 เซนติเมตร ให้หารด้วย 2 ผลลัพธ์ที่ออกมาเท่ากับ 5.3 เซนติเมตร ถุงยางอนามัยที่สามารถใช้ได้ก็คือขนาด 52 หรือ 54 มิลลิเมตร นอกจากนี้ต้องตรวจดูวันผลิต หรือวันหมดอายุก่อนทุกครั้ง และได้มาตรฐาน อย.

2.เก็บ ให้ถูกวิธี การเก็บถุงยางอนามัย นับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญเช่นกัน โดยมีวิธีดังต่อไปนี้ ไม่ควรเก็บถุงยางอนามัยในที่มีความชื้นสูง ในที่ร้อน เพราะความร้อนจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพ

ไม่ควรเก็บไว้ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย ซึ่งเกิดจากการนั่งทับ ทางที่ดีควรเก็บถุงยางอนามัยไว้ในจุดที่สามารถหยิบใช้งานได้ง่ายและสะดวก

3.ใช้ ให้ถูกวิธี เมื่อมีเพศสัมพันธ์ ทุกครั้ง ทุกคน ทุกช่องทาง อันดับแรกให้ฉีกซอง แบบระมัดระวังอย่าให้เล็บสะกิดถุงยางอนามัย เพราะอาจจะทำให้ฉีกขาดได้ จากนั้นให้บีบปลายถุงยางอนามัยเพื่อไล่ลมก่อนใส่เสมอ หากมีฟองอากาศที่ปลายถุงยางอนามัยจะทำให้ฉีดขาดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ได้ สุดท้ายให้สวมถุงยางอนามัยขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัว โดยบีบปลายถุงยางอนามัยขณะสวมแล้วรูดให้สุดโคน

4.ทิ้ง ให้ปลอดภัย ขั้นตอนสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด เมื่อเสร็จกิจให้รีบถอดถุงยางอนามัยออกตอนที่อวัยวะเพศยังแข็งตัวอยู่ โดยใช้นิ้วสอดเข้าในขอบถุงยางอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชู่ห่อแล้วรูดออก จากนั้นทิ้งลง ถังขยะให้มิดชิด ไม่ควรทิ้งลงชักโครก หรือในแม่น้ำ ลำคลอง เด็ดขาด ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422