ราคาทอง เปิดตลาดวันนี้ขึ้น 100 บาท

ราคาทอง เปิดตลาดวันนี้ขึ้น 100 บาท รูปพรรณรับซื้อ 19,889.92 บาท ขายออก 20,850.00 บาท 

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 เมื่อเวลา 09.09 น. ซึ่งราคาทองปรับขึ้น 100 บาทเมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,889.92 บาท ขายออกบาทละ 20,850.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 20,250.00 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท

สายการบินฯ ขายตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินละ 31 บาท ให้ผู้อพยพ

สายการบินโลว์คอสของเม็กซิโก ขายตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินละ 1 ดอลลาร์ หรือ 31 บาท ให้กับผู้อพยพชาวอเมริกากลาง ที่ต้องเดินทางกลับไปยังคอสตาริกา เอล ซัลวาดอร์ และกัวเตมาลา

สายการบินโวลาริส สายการบินโลว์คอสของเม็กซิโก ทวิตข้อความเมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ว่า เนื่องจากสถานการณ์การแยกเด็กอพยพออกจากพ่อแม่ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และทางสายการบินฯ ต้องการให้พวกเขากลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง

โดยเสนอตั๋วเครื่องบินราคาสุดประหยัด เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่ถูกส่งกลับ และเพื่อเปิดโอกาสชาวอเมริกากลาง ที่ตกอยู่ในสถานะผู้พำนักอาศัยแบบผิดกฎหมายในเม็กซิโก

และต้องการจะเดินทางออกจากสนามบินต่าง ๆ ในเมืองตีฮัวน่า (Tijuana) และชิวแดด ฮัวเรส (Ciudad Juarez) ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนของสหรัฐ หรือ กัวเตมาลา และเมกซิโกซิตี้ ภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

สำหรับเงื่อนไขของตั๋วเครื่องบินราคาสุดประหยัด ผู้โดยสารต้องเต็มใจขึ้นเครื่องบิน หากมีที่นั่งว่าง ค่าโดยสาร 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่รวมค่าธรรมเนียมสนามบิน ผู้โดยสารจะไม่มีสิทธิเลือกที่นั่งและต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินของเม็กซิโกซิตี้

ซึ่งเที่ยวบินต่างประเทศอยู่ที่ 45 ดอลล่าร์ หรือราว 1,340 บาท สำหรับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จะต้องแสดงตัวพร้อมกับเอกสารสำคัญที่ระบุตัวตน ไม่ว่าจะเป็นใบเกิดหรือหนังสือเดินทาง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คลื่นผู้อพยพชาวอเมริกากลางเดินทางมายังเม็กซิโก ซิตี้ เป็นจำนวนมาก หลังจากที่นายอันเดส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเม็กซิโก เมื่อปลายปีที่แล้วและประกาศผ่อนปรนกฎหมายคนเข้าเมือง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐ ระบุว่า ชาวอเมริกากลางจำนวนมากลักลอบเข้าสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความตึงเครียดให้กับทั้ง 2 ประเทศ และเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐขู่จะขึ้นกำแพงภาษีนำเข้ากับเม็กซิโก จึงเป็นที่มาของการบรรลุข้อตกลงการแก้ไขปัญหาผู้อพยพร่วมกัน โดยเม็กซิโกต้องเข้มงวดและขัดขวางการข้ามพรมแดนของผู้อพยพให้มากขึ้น

แอมเนสตี้ จี้ ปธ.อาเซียน คุ้มครองผู้ลี้ภัยสืบสวนการลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เกิดเหตุการณ์ เจือง ซุย เญิ๊ต นักข่าวชาวเวียดนาม หายตัวไปในประเทศไทย หลังอยู่ระหว่างการขอลี้ภัย
  • แอมเนสตี้ เรียกร้องทางการไทยสอบสวนความเกี่ยวข้องของตำรวจไทยกับการลักพานักข่าวเวียดนาม หากพบว่าเจ้าหน้าที่ไทยเกี่ยวข้องต้องถูกนำตัวมาลงโทษ

แอมเนสตี้ เรียกร้องทางการไทย สอบสวนการลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม หากพบเจ้าหน้าที่ไทยเกี่ยวข้องต้องถูกนำตัวมาลงโทษ

ในวาระที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2562ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศอาเซียนเข้าร่วมประชุมถึง 10 ประเทศ และประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนจนถึงสิ้นปีนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลส่งข้อเรียกร้องถึงทางการไทยสอบสวนกรณีการลักพาตัวเจือง ซุย เญิ๊ต นักข่าวชาวเวียดนามที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

และให้ลงนามพร้อมให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 โดยกำหนดให้การบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยเป็นอาชญากรรม และกำหนดกรอบกฎหมายและระเบียบราชการที่เข้มแข็ง เพื่อคุ้มครองไม่ให้ผู้ลี้ภัยถูกส่งตัวกลับไปเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงและอันตรายถึงชีวิตในประเทศต้นทาง

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า จากเอกสารและข้อมูลที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รับ ทำให้เกิดคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของตำรวจไทย ที่มีต่อเหตุการณ์อันนำไปสู่การลักพาตัวของเญิ๊ตที่กรุงเทพฯ

ทางการเวียดนามยอมรับแล้วว่า ในปัจจุบันเจืองถูกควบคุมตัวอยู่ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม และต้องเข้ารับการไต่สวนในข้อหาทุจริต หลายประเทศในภูมิภาคโดยเฉพาะไทย เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ต่างแลกเปลี่ยนตัวบุคคลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองซึ่งเป็นเป้าหมายให้แก่กันและกัน

ถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย ในกรณีที่เลวร้ายสุด ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเหล่านี้จะถูก “อุ้มหาย” ไปจากประเทศที่อยู่ระหว่างการขอลี้ภัย และไปปรากฏตัวในอีกประเทศหนึ่งในฐานะผู้ถูกควบคุมตัวไว้ ในเวลาหลายเดือนหรือหลายสัปดาห์ต่อมา

เหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อกรณีของเจือง ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่จะมีการแลกเปลี่ยนต่างตอบแทนระหว่างประเทศไทยกับเวียดนาม โดยเจืองถูกลักพาตัวและส่งกลับเวียดนามในเดือนมกราคม และอีกสองสามเดือนต่อมาทางการเวียดนามก็ได้ควบคุมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่เป็นชาวไทยเอาไว้

ซึ่งเรายังไม่ทราบชะตากรรมและที่อยู่ของพวกเขา ชายไทยทั้งสามคน ได้แก่ สยาม ธีรวุฒิ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และกฤษณะ ทัพไทย โดยทั้งหมดถูกสกัดจับโดยทางการเวียดนามที่บริเวณพรมแดนเวียดนาม-ลาวเมื่อต้นปี 2562 และมีรายงานว่า ได้ถูกส่งตัวให้กับประเทศไทย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2562

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประกาศที่จะสอบสวนกรณีการหายตัวไปของเจือง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการประกาศความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนในกรณีนี้แต่อย่างใด

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องทางการไทยให้ดำเนินการสอบสวนต่อกรณีรายงานการหายตัวไปของเจืองโดยทันที อย่างมีประสิทธิภาพ รอบด้านและไม่ลำเอียง รวมทั้งความเกี่ยวข้องของตำรวจไทยในกรณีนี้ด้วย หากพบว่าเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวครั้งนี้ต้องถูกนำตัวมาลงโทษ