ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศข้าราชการพลเรือนสามัญ อายุครบ 60ปี รับราชการต่อ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป
  • เป็นการบรรเทาปัญหาความขาดแคลนบุคลากรในสาขาที่เป็นภารกิจสำคัญของรัฐ และเพื่อรองรับปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัย

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (5) และมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 27 มาตรา 33 มาตรา 40 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ก.พ. โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี จึงออกกฎ ก.พ. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 กฎ ก.พ. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (3) ของข้อ 1 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป พ.ศ. 2552

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน (1) ของข้อ 4 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปหรือประเภททั่วไป ระดับอาวุโสขึ้นไป แล้วแต่กรณี ต่อเนื่องกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”

ให้ไว้ณ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562 วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.พ.

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์รับราชการต่อไป พ.ศ. 2552 เพื่อให้สามารถนำระยะเวลาของการเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป หรือประเภททั่วไป ระดับอาวุโสขึ้นไป

ซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มาใช้เป็นคุณสมบัติในการได้รับการพิจารณาให้สามารถรับราชการต่อไปเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ได้อันเป็นการบรรเทาปัญหาความขาดแคลนบุคลากรในสาขาที่เป็นภารกิจสำคัญของรัฐ และเพื่อรองรับปัญหาการเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

สรุปประเด็นข่าวสำคัญ ประจำวันที่ 20 มิ.ย.2562

MThaiNews ได้รวบรวมความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นข่าวที่สำคัญในรอบวันที่ 20 มิถุนายน 2562 กับสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไว้ดังนี้

1.‘ประมุข’ หัวหน้าวิน สั่งยิงหนุ่มเคอรี่ เข้ามอบตัวแล้ว

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.น. ได้ควบคุมตัว นายวันชัย มงคลเข็ม หรือ อั้ม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” ซึ่งเป็น ผู้ก่อเหตุยิง นายวีรวัฒน์ พุ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานบริษัทเคอรี่ มาสอบปากคำที่ สน.บางนา ภายหลังจาก นายวันชัย ได้ติดต่อขอมอบตัวที่ จ.ฉะเชิงเทรา

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทางนายประมุข วิเชียรดิลกกุล ซึ่งดูแลวินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านอุดมสุข ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนาแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

2.นักเรียน รด. เฮ! ผ่อนผันให้ไว้ผมรองทรงสูง ไม่ต้องหัวเกรียนแล้ว

พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เปิดเผยว่าทรงผมของนักศึกษาวิชาทหารนั้น จะมีการผ่อนผันและทดลองให้นักศึกษาวิชาทหารไว้ผมทรงรองทรงสูง เพื่อความเหมาะสม เนื่องจากนักศึกษาวิชาทหารยังไม่ได้เป็นทหารประจำการ จากเดิมที่ตัดผมเกรียนข้างขาว

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1-3 ชาย ให้ไว้ผมรองทรงสูงความยาวด้านหน้าไม่เกิน 5 เซนติเมตร และนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 4 และ5 ชาย ไว้ผมรองทรงความยาวด้านหน้าไม่เกิน 7 เซนติเมตร โดยจะมีการประเมินผลข้อดีข้อเสียต่างๆ รวมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากนักศึกษาวิชาทหาร อาจารย์ ผู้กำกับนศท.และผู้ปกครองด้วยในช่วงปลายปีต่อไป

3.‘ธนกร’ เผยทีมกฎหมาย จ่อยื่นศาลรธน. ขอคุ้มครอง 27 ส.ส.ถูกร้องถือหุ้นสื่อ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 14.30 น.นายทศพล เพ็งส้มหัวหน้าทีมต่อสู้คดี กรณีที่ 27 ส.ส.ของพรรคถูกร้องถือหุ้นสื่อ จะเดินทางไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ 27 ส.ส หากศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา

ซึ่งตามกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และหากจำไม่ผิดศาลเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมาแล้วในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และต้องเข้าใจว่ากรณีการถือหุ้นสื่อ ของ ส.ส.พปชร.ต่างจากกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

4.ส.ส. ฮ่องกงเตรียมยื่นญัตติไม่ไว้วางใจผู้นำ กรณีเสนอร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

สภานิติบัญญัติฮ่องกงเปิดประชุมอีกครั้งวานนี้ โดย ส.ส. ต่างวิจารณ์ถึงการใช้ความรุนแรงของตำรวจระหว่างเหตุประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องระงับการอภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด

วาระการประชุมระบุว่า ส.ส. ที่สนับสนุนประชาธิปไตยมีแผนจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง จากกรณีการเสนอร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

5.‘ปวิน’ ซัด ‘ช่อ’ โกหกตัวเองน่ารังเกียจ หลังให้สัมภาษณ์ปมภาพไม่เหมาะสม

“ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการด้านการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Pavin Chachavalpongpun” ถึงกรณีที่ “ช่อ” ส.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงกรณีภาพดราม่าชุดครุยไม่เหมาะสม ฉะกรณีดราม่าชุดครุย “ช่อ” โกหกตัวเองน่ารังเกียจ

กองอำนวยการร่วมฯ แจ้งปิดเส้นทางประชุมสุดยอดอาเซียน 22-23 มิ.ย.นี้

กองอำนวยการร่วม การประชุมสุดยอดอาเซียนฯ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการจราจรในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22 23 มิถุนายน พ.ศ.2562

วันนี้ (22 มิ.ย.62) กองอำนวยการร่วม การประชุมสุดยอดอาเซียนฯ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการจราจรในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22 23 มิถุนายน พ.ศ.2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมและวางแผน การเดินทางของประชาชน ดังนี้ แจ้งปิดการจราจร ในวันที่ 22 มิ.ย.2562 เวลา 06.00 น. – 23 มิ.ย.2562 เวลา 18.00 น.

บริเวณ ถนนวิทยุ ตั้งแต่แยกเพลินจิต – แยกสารสิน ( ระยะทาง 1.04 กม.) , กำหนดเส้นทางอาเซียนเลน (ช่องทางการเดินรถพิเศษ) บริเวณ ถนนเพลินจิต ช่องทางฝั่งขาออก ตั้งแต่แยกราชประสงค์ ถึง แยกเพลินจิต (ระยะทาง 0.8 กม.) เป็นเส้นทางเฉพาะสำหรับรถผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ตามวันเวลา ดังนี้
2.1) วันที่ 22 มิ.ย.2562 (เวลา 17.00 น. – 21.00 น.)
2.2) วันที่ 23 มิ.ย.2562 (เวลา 08.00 น. – 10.00 น.)

3) เส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่
เส้นทาง พื้นราบ ถนนวิทยุ, ถนนสารสิน, ถนนเพลินจิต, ถนนพระราม 1, ถนนราชดาริ, ถนนสุขุมวิท และ ถนนเจริญกรุง
เส้นทาง ทางด่วน ทางยกระดับโทลล์เวย์, ทางพิเศษศรีรัช, ทางขึ้นด่านศรีนครินทร์, ทางขึ้น ลงด่านเพลินจิต, ทางขึ้นด่านสุรวงศ์ และ ทางลงด่านสีลม
/4) เส้นทางแนะนำ…

สำหรับ เส้นทางแนะนำประชาชนให้ใช้ ได้แก่

เส้นทาง พื้นราบ ถนนเพชรบุรี, ถนนพระราม 4, ถนนพระราม 9 , ถนนอังรีดูนังค์, ถนนพญาไท, ถนนพระราม 6, ถนนสีลม, ถนนสาทร, และถนนวิภาวดี-รังสิต
เส้นทาง ทางด่วน ด่านอโศก 1, ด่านอโศก 2, ด่านพระราม 4, ด่านสะพานสะว่าง, ด่านหัวลาโพง, ด่านยมราช, ด่านพลโยธิน 1 และ ด่านพลโยธิน 2

กองอำนวยการร่วมฯ จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนในการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลข โทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางแอพพลิเคชั่น M – Help Me และ ทางเว็บไซต์ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH