‘ปุ๊กกี้’ เครียด! นอนคุกคืนแรก ยังปรับตัวไม่ได้

จากกรณีที่ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง อดีตนักร้องชื่อดัง เจ้าของเพลงฮิต ชาลาล่า ถูกจับกุมพร้อมแฟนหนุ่ม เนื่องจากมีการนัดลักลอบส่งยาเค จำนวน 5.2 กิโลกรัม ซึ่งจากการขยายผลทั้งคู่มีหน้าที่จัดหายาเสพติดและร่วมกันผลิตยาเสพติดให้กับแก๊งค้ายาไต้หวัน

ล่าสุด (20 มิ.ย. 62) นางชฎาพร รักษาทรัพย์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เผยว่า รับ ปุ๊กกี้ เข้ามาทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อค่ำวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา และได้นำตัวไปควบคุมไว้ยังแดนแรกรับ หลังเข้ามาอยู่ในเรือนจำพบมีอาการเครียดและวิตกกังวล ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้ต้องขังทุกคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในเรือนจำใหม่ อยู่ระหว่างปรับตัวและทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัว ปุ๊กกี้ มาตรวจสุขภาพร่างกายเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้รับตัว ปุ๊กกี้ มาในช่วงเย็นแล้ว จึงยังไม่ได้ทำการตรวจ หากพบว่า ปุ๊กกี้ มีอาการเครียดมาก ก็จะมีนักสังคมสงเคราะห์ มาพูดคุยเพื่อลดอาการเครียดและกังวล ด้านการดูแลอื่นๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ดูแลเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป แต่ช่วงแรกให้ผู้คุมและนักโทษชั้นดีคอยสอดส่องดูแล เนื่องจากเจ้าตัวยังปรับตัวไม่ได้ ส่วนขั้นตอนการเยี่ยมญาตินั้น ก็สามารถเยี่ยมได้ปกติตามเวลาที่เรือนจำกำหนด

ประธาน TDRI ชี้ ‘ทรู’ คว้าสัมปทานท่อร้อยสายใต้ดิน กทม. 30 ปี คือปัญหาการผูกขาดใหม่ วงการโทรคมนาคม

ประเด็นน่าสนใจ

  • กทม. มีแผนที่จะย้ายสายเคเบิ้ลต่างๆ ลงไปอยู่ในท่อร้อยสายใต้ดินภายในปี 2564
  • บริษัท กรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กทม. ได้ทำสัญญากับ บจ.ทรู อินเตอร์เน็ต คอปอเรชั่น ให้เป็นผู้รับเหมาบริการโครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินทั้งหมด โดยให้สิทธิผูกขาดรายเดียวเป็นเวลา 30 ปี
  • สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ระบุว่า การผูกขาดนี้จะเพิ่มภาระให้แก่ผู้บริโภค ทั้งประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

สืบเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อเดือนมกราคม 2562 ให้กทม.เป็นเจ้าภาพดำเนินการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

โดย กทม.ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจภายใต้กำกับดูแลของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างและขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและวางท่อร้อยสายเพื่อนำสายสื่อสารที่มีการพาดสายทั่วกรุงเทพฯ ลงใต้ดิน รวม 2,450 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 2 ปี โดยไม่กระทบผิวจราจร รวมมูลค่าโครงการรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ

การคัดเลือกผู้ประกอบการมาบริหารจัดการ หลังเปิดให้ผู้ประกอบการทุกรายที่มีใบอนุญาตจาก กสทช. ยื่นข้อเสนอ มี บจ.ทรู อินเตอร์เน็ต คอปอเรชั่น ยื่นรายเดียวและผ่านการพิจารณาแล้ว ระยะเวลาเช่าจะให้สูงสุด 30 ปี ต่อได้อีก 15 ปี

กรณีนี้ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว (20 มิ.ย. 2562) ระบุว่า ปัญหาการผูกขาดใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการโทรคมนาคมไทย เพิ่มเติมจากการผูกขาดที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน เพิ่มภาระให้แก่ผู้บริโภค ทั้งประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

โดยความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ผู้ประกอบการที่ได้สิทธิผูกขาดท่อร้อยสายอาจกีดกันผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งของตนในตลาดโทรคมนาคมไม่ให้สามารถใช้ท่อได้ โดยอ้างเหตุต่างๆ ทางเทคนิค เช่น สัญญาณรบกวนกัน หรือให้ใช้ได้ แต่คิดค่าบริการแพงๆ หรือให้บริการช้าๆ หรือทำให้สายของคู่แข่งเสียบ่อยๆ จนไม่สามารถแข่งขันได้

ซึ่งแต่เดิมเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งหลายสามารถปักเสาสื่อสารเอง หรือพาดสายของตนบนเสาไฟฟ้าได้ แต่เรื่องที่เคยทำกันได้มานานกำลังจะกลายเป็นปัญหาในไม่ช้า เพราะเมื่อมีท่อร้อยสายใต้ดินแล้ว กทม. ก็จะห้ามพาดสายในที่สาธารณะ โดยอ้างเหตุผลด้านความสะอาดและความเป็นระเบียบ ตามกฎหมายรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนก็จะมีโทษทางกฎหมาย และถูกสั่งให้รื้อถอนได้

การดำเนินการของ กทม. ดังกล่าวมาข้างต้นจะสร้างปัญหาด้วย 2 เหตุผลคือ

1. เป็นการโอนการผูกขาดของรัฐไปให้แก่เอกชน โดยเป็นการโอน 2 ต่อ ต่อแรกคือ โอนจาก กทม. ไปให้กรุงเทพธนาคมที่เป็นบริษัทลูกที่แสวงหาผลกำไร ต่อที่สองคือ โอนจากกรุงเทพธนาคมไปให้แก่เอกชนอีกที ซึ่งเอกชนย่อมมีแรงจูงใจในการทำกำไรมากกว่ารัฐ จะทำให้เกิดการคิดบริการที่แพงกว่า ยิ่งการโอนสิทธิผูกขาดสองต่อ ก็จะยิ่งทำให้มีการบวกกำไรที่สูง 2 ครั้ง ราคาค่าบริการก็จะยิ่งแพงขึ้น

2. เอกชนที่ได้สิทธิผูกขาดยังเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งแข่งกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่นๆ ด้วย จึงเสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขันของผู้ประกอบการรายอื่น

ทั้งนี้ในความเห็นของตน เรื่องนี้มีทางออกคือ กทม. ควรเป็นผู้ให้บริการท่อร้อยสาย พร้อมไฟเบอร์เอง และให้เอกชนแต่ละรายสามารถมาเช่าใช้ได้อย่างเสมอภาค ในราคาที่เหมาะสม คือสอดคล้องกับต้นทุน ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.

อ่านข้อความฉบับเต็ม >>

ท่อร้อยสาย กทม. …ข่าวดีเล็กๆ กับข่าวร้ายใหญ่ๆเพื่อนๆ ครับ ผมมี “ข่าวดีเล็กๆ” และเรื่องที่สงสัยว่าจะเป็น…

โพสต์โดย Somkiat Tangkitvanich เมื่อ วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2019

ปารีณา ยันเองสาวเต้นโชว์สยิว ในคลิปฉาว ไม่ใช่ตัวเอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีชี้แจง ยันหญิงในคลิปสยิวไม่ใช่ตน
  • ชี้เป็นฝีมือพรรคการเมืองที่เข้าสภาเพราะโซเชียล วอนหยุดการกระทำ
  • การนำข้อความ-ภาพ ลักษณะหมิ่นประมาท ไปลงไว้ในเว็บไซต์ จะมีความผิดตามาตรา 329 โทษคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏคลิปหญิงสาวรายหนึ่งอยู่ในชุดหวาบหวิว กำลังออกลีลาท่าทาง เต้นประกอบเพลงอย่างเร้าใจ ก่อนจะถูกคนนำมาโยงว่าหญิงคนดังกล่าวคือ ส.ส.หญิงชื่อดัง ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จาก จ.ราชบุรี เนื่องจากมีหน้าตาละหม้ายคล้ายคลึงกันนั้น

ส.ส.หญิง จาก จ.ราชบุรี คนดังกล่าวที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมายืนยันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หญิงที่ปรากฏในคลิปไม่ใช่เธออย่างแน่นอน ซึ่งการที่คนโพสต์พยายามเชื่อมโยงให้เป็นตนนั้น ก็เพื่อดิสเครดิต ลดความน่าเชื่อถือ สร้างความเสื่อเสียให้กับตน

เบื้องต้นพอทราบ กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าวแล้ว ว่าเป็นฝีมือของพรรคการเมืองใด ดังนั้นตนจึงอยากเตือนว่าควรหยุดการกระทำ ไม่อย่างนั้นอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยที่ต้องแจ้งความฟ้องร้องเพราะว่ามีจำนวนมากก็ตาม

นำข้อความ-ภาพ ลักษณะหมิ่นประมาท ไปลงไว้ในเว็บไซต์ จะมีความผิดตามมาตรา 329

สำหรับการโพสต์ภาพ ข้อความ หรือคลิปลงในโซเชียลออนไลน์เพื่อให้บุคคลนั้นได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง นั้นถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายทั้งแพ่งและอาญา

โดยความผิดทางอาญา ในการหมิ่นประมาททางอินเตอร์เน็ต จะมีความผิดตามมาตรา 326 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

และหากนำข้อความ หรือภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาท ไปลงไว้ในเว็บไซต์ คนทั่วไปย่อมสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ อันเป็นลักษณะของการโฆษณาด้วยภาพ หรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎด้วยวิธีใด อย่างหนึ่ง จะมีความผิดในมาตรา 329 ที่บัญญัติไว้ว่า

ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาท ได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนต์ ภาพ หรือ ตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎ ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งถือว่าโทษหนักกว่า มาตรา 326 เพราะมีการเผยแพร่ภาพที่มีลักษณะหมิ่นประมาทกระจายไปสู่ คนจำนวนมากนั่นเอง