กฟภ เดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าทั่วประเทศ

ประเด็นน่าสนใจ

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าทั่วประเทศ
  • จะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ ลดอุบัติเหตุจากสายสื่ิอสารที่ไม่เป็นระเบียบและชำรุด
  • กฟภ ชี้ว่าโครงการนี้เป็นการสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีและเอื้อต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ภาพประกอบข่าว

นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ) เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบสายสื่อสาร และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าทั่วประเทศ ว่าโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ ลดอุบัติเหตุจากสายสื่ิอสารที่ไม่เป็นระเบียบและชำรุด นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีและเอื้อต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย

โดยเป้าหมายหลักของการดำเนินการครั้งนี้ กฟภ จะปฏิบัติการ รื้อถอนสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมที่ไม่ได้ใช้งานและที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากเสาไฟฟ้าในเส้นทางสำคัญหรือเส้นทางวิกฤตที่ได้รับการพิจารณาใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ ให้แล้วเสร็จภายใน ปี 2563

ภาพประกอบข่าว

พร้อมกันนี้ กฟภ .ได้ขอความร่วมมือประชาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากพบเห็นสายหย่อนยาน กีดขวางการจราจร หรืออุปกรณ์บนเสาไฟฟ้าชำรุด ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ ที่สายด่วนคอลเซ็นเตอร์ 1129 ตลอด 24 ชม

อุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ (18 ก.ค. ) จะมีในตกหนักมากบริเวณทางภาคใต้ ฝั่งตะวันตก
  • มีฝนตกหนักบางแห่งภาคกลางบางส่วน (รวมถึง กทม.-ปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก
  • ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนให้ระวัง “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรง (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2562)” เป็นฉบับที่ 9 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 โดยระบุว่า

บริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 18 กรกฎาคม 2562

  • ภาคกลาง : มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก ประจำวันที่ 18 ก.ค.

ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 จะมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ดังต่อไปนี้

  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “ดานัส”บริเวณตอนบนของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนผ่านด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน เข้าสู่ทะเลจีนตะวันออก ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ค. 62 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สัตวแพทย์ช่วยกระทิงภูผา หลังชักและหมดแรง เบื้องต้นพบระดับน้ำตาลต่ำ

วันที่ 17 ก.ค.62 นายเผด็จ ลายทอง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 (ศรีราชา) รายงานเข้ามาว่า ระหว่างวันที่ 16 -​17 ก.ค. 2562 ทีมสัตวแพทย์ ประจำ สสป.สบอ.2 (ศรีราชา)​ประกอบด้วย สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ นางสาวกมลชนก นามมลตรี นักวิชาการสัตวบาล นางสาวชลาลัย เปรมอ่อน ผู้ช่วยสัตวแพทย์ เข้าทำการรักษา ติดตามอาการกระทิง เพศผู้ ชื่อ ภูผา

ตามที่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ว่า กระทิงภูผา มีอาการชักบ่อยครั้งและหมดแรงล้มตัวลงนอน ทีมสัตวแพทย์จึงได้ทำการรักษา เพื่อพยุงอาการ

โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจวัดกลูโคสในกระแสเลือดด้วยเครื่องตรวจวัดดิจิตอล พบว่าระดับน้ำตาลต่ำกว่าปกติ จึงได้ให้สารน้ำและกลูโคสเข้าหลอดเลือดดำ และให้ยาแบบกินที่กระทิงภูผากินเป็นประจำ คือ ยาระงับชัก วิตามินบำรุงร่างกาย ยาบำรุงตับ ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาลดปวดลดอักเสบ ป้อนอาหารพวกหญ้า กล้วยไข่สุกปริมาณเล็กน้อย ป้อนน้ำ ภูผาสามารถกินได้ปกติ

ทั้งนี้อาการของกระทิงภูผา มักจะมีอาการชักเกร็งเป็นประจำ และหมดแรงบ่อยครั้ง เนื่องจากมีอาการความผิดปกติทางระบบประสาทแต่กำเนิด โดยกินยาระงับชักต่อเนื่องมาระยะเวลานานกว่า 4 ปี ทีมสัตวแพทย์จึงรักษาตามอาการและคอยตรวจเช็คสุขภาพเป็นระยะๆเพื่อติดตามอาการและรักษาอย่างอาการเต็มที่