ไปรษณีย์ไทย ชี้แจงปมติดพัดลม 30 ตัว ทั้งๆ มีพนง. 2 คน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สหภาพแรงงานฯ ปณท. ตั้งคำถามหลังพบมีการใช้งบเกินจำเป็น ทั้งติดพัดลม และสร้างตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่
  • ด้านกรรมการผู้จัดการใหญ่ไปรษณีย์ไทย แจงสั่งตรวจสอบแล้ว

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ สหภาพแรงงานฯ ปณท ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเรียกร้องให้ไปรษรีย์ไทยออกมาตอบคำถามหลังจากพบว่า มีการใช้งบประมาณเกินความจำเป็น

โดยเฉพาะการติดพัดลมโคจรภายในไปรษณีย์คูคต ที่ติดตั้งพัดลม 30 ตัว ในห้องที่มีพนักงานเพียง 2 คน รวมถึงการตู้ไปรษณีย์ขนาดยักษ์ที่มีความสูงเท่าตึก ราคากว่า 7 ล้าน แต่กลับใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้

ล่าสุดกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) นางสมร เทิดธรรมพิบูล ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า การติดตั้งพัดลมที่มากเกินความจำเป็น ที่ไปรษณีย์คูคตนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นทางไปรษณีย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีการติดตั้งพัดลมจำนวนมากนั้นเป็นเพราะเกิดจากการคำนวณผิด พลาด จึงทำให้ติดตั้งพัดลมมากถึง 30 ตัว เบื้องต้นได้สั่งลดจำนวนลงเหลือ 12 ตัวแล้ว

ส่วนตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่นั้น ก็หวังให้เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญให้ทราบถึงที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ รวมถึงเป็นแลนด์มารกสร้างความจดจำ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น แต่รวมไปถึงไปรษณีย์ใน อ.เบตง จ.ยะลา และตู้ไปรษณีย์ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ซึ่งตู้ไปรษณีย์ดังกล่าวไม่ได้ไร้ประโยชน์อยู่เพราะมีการจัดแสดงเส้นทางกิจการไปรษณีย์ไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน และจะเปิดให้บุคคลทั่วไปมาชมได้ด้วย ทั้งนี้หากการตรวจสอบแล้วเสร็จได้ผลอย่างไรนั้นทางไปรษณีย์จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ผบ.ทอ. สั่งปูนบำเหน็จ 8 ขั้น น.ต.ณฤพล เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน L-39 ตก

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปูนบำเหน็จ 8 ขั้น น.ต.ณฤพล เลิศกุศล
  • น.ต.ณฤพล เลิศกุศล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ตกที่เชียงใหม่เมื่อช่วงเย็นวานนี้
  • ตั้งสวดอภิธรรมศพ ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
  • เผยสาเหตุที่อยู่กับเครื่องบิน เพราะประคองให้ตกในแหล่งชุมชน

จากเหตุการณ์สุดสลด เครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ของกองทัพอากาศตกที่ บริเวณวัดป่าเปอะซอย 11 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุทำให้ น.ต.ณฤพล เลิศกุศล ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายการข่าว ฝูงบิน 411 กองบิน 41 เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวระหว่างทำการฝึกบินนั้น

วันนี้ (12 ก.ค. 2562) พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัว และญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งได้สั่งการด้านสิทธิ ด้วยการปูนบำเหน็จพิเศษ 8 ขั้น ได้รับพระราชทานยศ เป็น พลอากาศโท

และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ต.ช. เงินบำนาญพิเศษรายเดือน ประมาณ 33,304 บาท/เดือน พร้อมทั้งให้มีการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ ด้วยการตั้งสวดอภิธรรมศพ ที่ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

ขณะที่เพจ ThaiArmedForce.com ได้มีการเปิดเผยถึงการเสียชีวิตของ น.ต.ณฤพล เลิศกุศล ซึ่งเป็นนักบินที่ 1 ในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะต้องบังคับประคองเครื่องไม่ให้ตกในแหล่งชุมชน จนอาจเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตอีกนับ 10 นับ 100 ชีวิตได้

โดยมีข้อความระบุว่า หนึ่งในขั้นตอนการสละอากาศยานของกองทัพอากาศไทย ซึ่งมีกระบวนการฝึกตามหลักสากล คือการพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่สละอากาศยานเป็นสำคัญ

ในทุกเทียวบินต้องมีการประชุมสรุปก่อนขึ้นบิน (Brief) จะต้องมีการระบุถึงการปฏิบัติหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ตั้งแต่พื้นที่การปลดอาวุธ บริเวณลงจอดฉุกเฉินหากเครื่องไม่สามารถประคองมาถึงฐานบินได้ ทั้งหมดเพื่อป้องกันความสูญเสียของประชาชนเป็นหลักสำคัญ

จากกรณีการสูญเสียอากาศยานขับไล่/ฝึกแบบ L-39ZA/ART ในวันนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่นักบินผู้ทำหน้าที่ครูการบิน (IP/Instructor Pilot) ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนนิรภัยการบินอย่างถูกต้อง

ตั้งแต่การเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ได้มีการแจ้งขานเหตุฉุกเฉิน (Emergency) เนื่องจาก L-39 Albatross แม้จะสูญเสียกำลังขับไปแล้ว ก็ยังมีแรงยกจากปีกที่สามารถประคองเครื่องให้เข้าหาพื้นที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ให้มากที่สุด

น.ต.ณฤพล เลิศกุศล

แต่ด้วยสภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบปัจุบันเต็มไปด้วยชุมชนอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้นักบินต้องพิจารณาประเมินสภาวะของตัวอากาศยานและเลือกพื้นที่สำหรับการดีดตัวออกจากอากาศยาน เพราะหากดีดตัวออกไปแล้วเครื่องจะอยู่ในสภาวะขาดการควบคุม

พื้นที่จุดตกนี้จึงเป็นจุดสุดท้ายที่นักบินจะตัดสินใจสละอากาศยาน เพราะหากจากเลยแนวนี้คือแม่น้ำปิงที่ไม่มีชุมชนตั้งอยู่ แม้จะห่างจากพื้นที่กองบิน 41 ราว 3 กิโลเมตร แต่โดยรอบพื้นที่สนามบินเชียงใหม่ก็เต็มไปด้วยชุมชนโดยรอบและเครื่องก็สูญเสียแรงขับจนเกือบจะสูญเสียการควบคุมแล้วเช่นกัน

ด้วยขั้นตอนการสละอากาศยานที่ครูการบินต้องให้ศิษย์สละเครื่องก่อน เพื่อให้ครูการบินที่มีทักษะการบินที่สูงกว่าเป็นผู้รักษาอาการเครื่องไว้ให้นานที่สุด จึงเป็นเหตุให้ครูการบินต้องทำการสละเครื่องช้ากว่าระดับความสูงที่ปลอดภัยในการดีดตัว

เนื่องจากเก้าอี้ดีดตัวของ L-39 เป็นแบบ VS-1 ที่ต้องมีระยะสูงเพียงพอในการจุดระเบิดออกจากเครื่องเพื่อให้ร่มชูชีพกางออกเต็มระบบ แตกต่างจากเก้าอี้ดีดตัวของมาร์ตินเบเกอร์ที่ติดตั้งใน F-16, T-50 และ Gripen ที่กองทัพอากาศมีใช้ในประจำการ

TAF ขอร่วมสดุดีการตัดสินใจของนาวาอากาศตรี ณฤพล เลิศกุศล Instructor pilotของฝูงบิน 411 ที่สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนได้จนถึงวินาทีสุดท้าย

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ ธาริต เพ็งดิษฐ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรียกคืนเครื่องราชฯ ธาริต เพ็งดิษฐ์
  • เหตุถูกตัดสินจำคุกคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท และคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
  • เครื่องราชฯ ที่ถูกเรียกคืนประกอบด้วย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก, ประถมาภรณ์มงกุฎไทย, ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก, ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย, ตริตาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ความว่า

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท และคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ รวม 2 คดี และถูกลงโทษไล่ออกและปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

โดยคำสั่งอันถึงที่สุด อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548
และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560
ประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี