คุก!! บังนัท 10 ปี 8 เดือน คดีลวง ด.ญ.วัย 12 ปี ไปข่มขืนในตึกร้าง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลตัดสินจำคุก นายสำรวย หรือ บังนัท 10 ปี 8 เดือน ข้อหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน ก.พ. 62 ที่ผ่านมา ที่ตึกร้างแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง
  • ศาลชี้เพราะหลักฐานมัดแน่น แถมจำเลยรับสารภาพ จึงตัดสินลงโทษดังกล่าว

จากเหตุการณ์สุดสลดผู้ปกครองของด.ญ.วัย 12 ปีรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ให้ล่าตัวคนร้าย หลังลูกสาวถูกชายอายุราว 40 ปี ล่อลวงไปข่มขืนภายในตึกร้างแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง โดยทำทีว่าจะพาไปซื้อขนมกิน ก่อนจะลงมือกระทำชำเราดังกล่าว จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ ทราบชื่อคือนายสำรวย หรือ บังนัท อายุ 42 ปี นั้น

วันนี้ (11 ก.ค. 2562) ศาลอาญา ได้มีการพิจารณาในคดีดังกล่าว หลังพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสำรวย ในข้อหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ซึ่งจากการพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้ว ศาลจึงสั่งตัดสินจำคุกจำเลย เป็นเวลา 21 ปี 4 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน ซึ่งเหตุของการพิพากษาเช่นนี้เป็นเพราะ ไม่ใช่เหตุของการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการที่ผู้เสียหายถูกกระทำจริงทำให้เกิดความอับอายจริง

จึงได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง ก่อนจะเข้าแจ้งความ ขณะเดียวกันจากการชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ ที่ระบุว่า ภายในช่องคลอดของผู้เสียหายพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด จากการถูกล่วงละเมิดจริง

“ปิยบุตร” ชี้ รายชื่อ ครม. ย้อนยุค สืบทอดอำนาจ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”ปิยบุตร” ชี้ รายชื่อคณะรัฐมนตรีย้อนยุค สืบทอดอำนาจ
  • พร้อมย้ำโครงสร้างทหาร ยังมีอำนาจในรัฐบาลชุดใหม่

วันนี้ ( 11 ก.ค. 62 ) ที่ ศูนย์ประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ครั้งที่ 10 โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึง รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา ว่า สะท้อนอย่างชัดเจนว่าเป็นการสืบทอดอำนาจจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพราะมีรัฐมนตรีหลายคนที่ดำรงตำแหน่งต่อ และมองว่าเป็นคณะรัฐมนตรีที่ย้อนยุคเหมือนปี 2528 ของ พลเอกเปรม ติณลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

ทั้งนี้วิธีการบริหารของ พลเอกเปรม ไม่เหมือนกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ศิลปะการบริหารของพลเอกเปรม สามารถประคับประคองให้เดินไปได้ แต่การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ต้องจับตาดูว่า จะนำพาบ้านเมืองไปอย่างไร อีกทั้งรัฐบาลชุดนี้ ดูเหมือนว่าไม่ใช่รัฐบาลทหาร แต่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ถอดชุดทหารมาใส่ชุดสูท แต่คราบใครยังเป็นของทหาร ซึ่งเชื่อว่าจะมีการบริหารจัดการที่ใช้กองทัพเป็นตัวนำ สิ่งที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่ขณะนี้คือคนที่จะแถลงนโยบายเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อ

ด้านบทบาทของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า ได้เตรียมการตรวจสอบรัฐบาล ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ตีรวนแต่จะตรวจสอบโครงการที่รัฐบาลเสนอโดยเฉพาะ โครงการที่มีชื่อสวยหรูแต่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ ที่พรรคอนาคตใหม่เคยตั้งข้อสังเกตไปแล้ว และโครงการพัฒนาต่าง ๆ ของ คสช.ซึ่งละเลยประชาชนในพื้นที่ และอยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาดูโครงการที่เร่งผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะเปลี่ยนรัฐบาล

ขณะเดียวกันอยากให้จับตาบทบาทของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมายต่างๆมากขึ้นโดยเฉพาะกฎหมายปฏิรูปเพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาให้ สว. ขี่คอ ส.ส. และเป็นรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อรัฐบาลชุดนี้

‘ทรงกลด’ มั่นใจ แม้ไม่มีรายชื่อในโผ ครม. ประยุทธ์ 2 แต่มีตำแหน่งแน่

ประเด็นน่าสนใจ

  • “ทรงกลด” มั่นใจ แม้ไม่มีรายชื่อในโผ ครม. ประยุทธ์ 2 แต่มีตำแหน่งแน่นอน
  • ชี้พร้อมดัน นโยบายคลองไทย ให้เกิดขึ้นจริง

วันนี้ ( 11 ก.ค. 62 ) ที่ ศูนย์ประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ครั้งที่ 10 โดยพลตรีทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย ได้เผยถึงกรณีที่ไม่มีรายชื่อในโผคณะรัฐมนตรี ชุด พลเอกประยุทธ์ 2

ทั้งนี้ตนเชื่อว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กลั่นกรองดีแล้ว รายชื่อทั้งหมดไม่น่ามีปัญหาอะไร ไม่น่าจะโดนประชาชนยี้ และตนได้คุยกับนายกฯ ถึงกับตำแหน่งของตนเอง คาดว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ หรือเลขานุการรัฐมนตรี แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะอยู่ในกระทรวงใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

พลตรีทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย

ส่วนประเด็นเรื่อง นโยบายการขุดคลองไทยที่ได้เสนอเป็นญัตติด่วนในการประชุมสภาฯ เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม) ว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้เสนอเป็นญัตติด่วนไปแล้ว และรอให้ ส.ส. ทั้ง 500 คน เห็นด้วย ถึงแม้ว่านโยบายนี้จะมีอุปสรรคจากสภาพพื้นที่ แต่ก็ได้ทำการสำรวจ และวิจัยแล้ว ส่วนเรื่องการลงทุนที่มีมูลค่า 1.2 ล้านบาท รัฐบาลก็ไม่ใช่ผู้ลงทุน แต่จะมีนักลงทุนต่างชาติเค้ามาช่วยเหลือแบบ 100%

อย่างไรก็ตาม ทางพรรคพลังชาติไทย ได้เสนอนโยบายนี้ให้กับพรรคพลังประชารัฐไปเมื่อวานนี้ และในวันนี้ เวลาประมาณ 19.00 น. จะมีการคุยกันอีกครั้ง ตนจะต้องผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพราะตนรับปากกับประชาชนแล้วว่า จะต้องขับเคลื่อนเพื่อบรรจุเป็นญัตติให้ได้