ทัณฑสถานฯ แจง หลังภาพแฟนเก่งลายพราง สั่งอาหารผ่านไลน์ให้กินถึงในคุก

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนแห่วิจารณ์หลังแฟนสาว เก่ง ลายพราง สั่งอาหารผ่านไลน์ส่งถึงในคุก
  • ทัณฑสถานฯ มีบริการดังกล่าวจริง แต่เป็นเพียงเค้ก และขนมหวาน จากกองงานฝึกวิชาชีพฯ เท่านั้น

วันนี้ (11 ก.ค. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อปรากฏภาพเน็ตไอดอลคนดัง เก่ง ลายพราง ยืนถือถาดอาหารที่น้องเนยแฟนสาว สั่งผ่านไลน์แมนให้ไปส่งถึงในคุก ทั้งๆ ที่เจ้าตัวถูกดำเนินคดีคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก สายธาร หวังประเสริฐ ซึ่งเป็นของน้องเนย แฟนสาวของเก่ง ลายพราง ที่ได้มีข้อความระบุทำนองว่า เป็นบริการใหม่จากทางเรือนจำที่อนุญาตให้ญาตินักโทษสามารถสั่งของไปให้นักโทษกินได้ จากนั้นทางเรือนจำก็จะถ่ายรูปกลับมาให้ญาติเพื่อยืนยันว่าได้รับของแล้ว

เดี๋ยวนี้ทางเรือนจำมีบริการใหม่ สั่งซื้อของทางไลน์และอาหารสดทุกวัน อย่างนี้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าพี่เก่งจะกินอะไรตอนเช้าหรือยัง สั่งเข้าไปให้เขากินเลย ที่เห็นพี่เก่งผอมลงไม่ใช่เพราะเนยไม่ซื้อของให้กินนะ

เขาอยากหุ่นดีเลยออกกำลังกาย5555 ความรักของเราสองคนมีให้กันตลอดขนาดส่งรูปว่าได้รับข้าวแล้วยังจะส่งรักมาอีก รักนะ รูปนี้เป็นรูปถูกต้องทางเรือนจำนะคะ เอาไว้ส่งยืนยันกับทางญาติว่านักโทษได้รับของแล้ว

ทัณฑสถานฯ รับมีบริการดังกล่าวจริง

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างไม่เชื่อสายตาตัวเองที่คนต้องโทษต้องคดี จะได้รับความสะดวกสบายเช่นนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อจะได้ไขข้อสงสัยให้กับประชาชน

ก่อนที่เวลาต่อมา ทางทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทสบ.กลาง ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ยอมรับมีการให้ญาติสั่งของจากข้างนอกมาในทัณฑสถานจริง โดยจะเป็นเพียงเค้ก และขนมต่างๆ จากกองงานฝึกวิชาชีพภายในทัณฑสถานฯ เท่านั้น ไม่ใช่อาหารสดแต่อย่างใด ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการทดสอบระบบการให้บริการประชาชนตามโครงการ Smart Q.R.code Smart Prison

สืบเนื่องจากปรากฎข่าวความเคลื่อนไหวในสื่อโซเชียล กรณีของเก่ง ลายพราง ว่าสามารถสั่งซื้อของทางไลน์และอาหารสดทุกวัน ทำให้สังคมเกิดความสับสนว่าผู้ต้องขังสามารถสั่งสินค้าและอาหารจากภายนอก อาทิเช่น พิซซ่า KFC มารับประทานได้ด้วยหรือทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ขอเรียนชี้แจงว่า

ภาพที่ปรากฏออกไปตามสื่อต่างๆที่ เก่ง ลายพราง ถ่ายรูปรับสินค้านั้น เป็นภาพที่ทัณฑสถานฯ(ฝ่ายฝึกวิชาชีพ) ถ่ายเพื่อส่งยืนยันให้ญาติของผู้ต้องขังทราบว่า ผู้ต้องขังได้รับสินค้าตามที่สั่งแล้วและสินค้าที่เปิดบริการให้ญาติสามารถสั่งให้ผู้ต้องขังได้มีเพียงเค้กและขนมต่างๆจากกองงานฝึกวิชาชีพภายในทัณฑสถานฯเท่านั้น

มิใช่อาหารสดหรือสินค้าจากภายนอกแต่อย่างใด ซึ่งบริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนตามโครงการSmart Q.R.code Smart Prison ที่ให้บริการข้อมูลทุกเรื่องที่ญาติควรรู้ในการติดต่อกับทัณฑสถานฯ # ท่านที่สนใจเชิญเข้าเยี่ยมชมบริการได้ผ่านทาง Q.R.codeครับ http://www.correct.go.th/cida/mobile/

จับ 8 นักเลงคีย์บอร์ด แชร์ข่าวบิ๊กตร. บงการตีหัว “จ่านิว”

กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุม 8 ใน 13 ผู้ต้องหาที่ร่วมกันแชร์ข่าวแอบอ้างรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บงการทำร้ายร่างกาย จ่านิว ได้รับบาดเจ็บ

พลตำรวจตรี ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือปอท.พร้อมด้วยพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยผลการจับกุมผู้ที่ส่งต่อข้อความทางโซเชียลมิเดีย อ้างว่าพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับความเสียหาย

โดยปอท. ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่ามีผู้กระทำความผิด จำนวน 13 คน พฤติการณ์คือแชร์ข้อความเท่านั้น ซึ่งเมื่อวันที่ 9 กรกฏาคมที่ผ่านมา ได้ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่มาพบพนักงานสอบสวน 8 คน ส่วนอีก 5 คน จะเดินทางเข้าทราบข้อกล่าวหาภายใน 1 สัปดาห์นี้

จากการสอบปากคำพบว่าทั้ง 13 คน 13 บัญชี ในจำนวน 3-4 บัญชีเป็นบัญชีอวตารหรือบัญชีปลอม ไม่มีการแสดงตัวตน ซึ่งทั้ง 8 คนให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่าแชร์ข่าวดังกล่าวจริง โดยไม่ทราบว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอมหรือมีที่มาจากไหน ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่รู้จักกัน มีภูมิลำเนาทั้งกทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด แต่มีความสนใจในเรื่องการเมืองในลักษณะเดียวกัน จึงได้มีการแชร์ข่าวส่งต่อไปยังเพื่อน ๆ และคนรู้จัก ไม่ใช่ขบวนการ

นอกจากนี้ตรวจสอบประวัติไม่พบว่าทั้ง 13 คนเคยมีประวัติการแชร์ข่าวปลอมหรือมีการร่วมขบวนการแต่อย่างใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าใครเป็นต้นตอ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นพบว่ามี 1 คน สำหรับการแชร์ข่าวปลอมในครั้งนี้มีเพียง 2 ประเด็น คือ แชร์เพียงสร้างผลประโยชน์สร้างยอดไลค์ยอดแชร์ให้กับตัวเอง และแชร์เพื่อสร้างความเกลียดชังและความสับสน โดยจะใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือข้าราชการมากล่าวอ้าง กรณีดังกล่าวเป็นการแชร์เพื่อให้เกิดความสับสน

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงสามารถดำเนินคดีกับคนที่แชร์ข่าวใส่ร้าย รองผบ.ตร. ได้รวดเร็ว แต่คดีจ่านิว ยังล่าช้าจับตัวคนร้ายยังไม่ได้ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขณะนี้คดีของจ่านิว มีความคืบหน้าเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำไปแล้ว 10 ปาก พร้อมทั้งไล่กล้องวงจรปิด ยอมรับว่าใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง คนร้ายมีความชำนาญใช้ช่วงการจราจรติดขัดในการหลบหนี ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่คดีการจับคนแชร์ข่าว บก.ปอท. มีพยานหลักฐานชัดเจน จึงสามารถดำเนินคดีได้รวดเร็วกว่า

แห่ตามรอย “อนาคตใหม่” ร้านอาหารย่านอโศก

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนตามรอยพรรคอนาคตใหม่ไปที่ร้านอาหารย่านอโศก หลังกระแสโจมตีถึงความไม่เหมาะสมว่ามื้ออาหารนี้อาจมีมูลค่าสูงถึงหลักแสน
  • ทางเจ้าของร้านออกมาเปิดเผยว่าค่าอาหารมื้อนี้เฉลี่ยแล้วตกคนละ 600 บาทเท่านั้น

จากกรณีกระแสโจมตีพรรคอนาคตใหม่ หลังไปทานข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านอโศก ซึ่งมีบรรยากาศร้านสไตล์หรู ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมว่ามื้ออาหารนี้อาจมีมูลค่าสูงถึงหลักแสน แต่ภายหลังเจ้าของร้านอาหารออกมาเปิดเผยว่าค่าอาหารมื้อนี้เฉลี่ยแล้วตกคนละ 600 บาทเท่านั้น โดยล่าสุดยังพบว่าหลังเกิดกระแสนี้ขึ้นมา ทำให้มีหลายคนตามรอยพรรคอนาคตใหม่ไปที่ร้านอาหารแห่งนี้ จนทำให้ยอดขายดีขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

ทีมข่าว MONO29 ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับนางสุจินดา จารุภัตติ์ เจ้าของร้าน พบว่าร้านดังกล่าวเป็นเพียงร้านอาหารเล็กๆ 1 คูหา ที่ตกแต่งร้านให้เหมือนนั่งทานอาหารที่บ้าน และภายในร้านก็มีเพียงโต๊ะยาว 2 โต๊ะเท่านั้น โดยนางสุจินดาบอกว่าเมนูของร้านมีเพียง 15 เมนู เป็นอาหารทานง่ายๆ ราคาอยู่ที่ 180 -220 บาท

ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่มานั้น เป็นการสั่งอาหารนอกเมนู โดยให้งบมาจำกัด ตนเองจึงเป็นคนเลือกจัดเมนูให้เอง เช่น ขนมปังอบชีส ซัมเมอร์สลัด กุ้งผัดพริกเกลือ สเต็กปลา เนื้อย่างจิ้มแจ่ว โดยแต่ละเมนูเสิร์ฟเพียง 2 – 3 จานเท่านั้น เนื่องจากเป็นจานใหญ่ ทำให้ราคาทั้งหมด เฉลี่ยแล้วตกคนละ 600 บาทเท่านั้น

ส่วนขวดไวน์ที่ปรากฏในข่าว เป็นไวน์ที่คนของพรรคอนาคตใหม่นำมาเอง ไม่เกี่ยวกับทางร้าน จึงไม่ได้มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย โดยยอมรับว่าหลังจากที่เป็นข่าว มีลูกค้ามาทานอาหารที่ร้านตามรอยพรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก
ซึ่งสอดคล้องกับทวิตเตอร์ของนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ที่ระบุว่า “ร้านนี้เป็นร้านของเพื่อนสมัยเรียน และเพื่อนฝากมาขอบคุณที่หลายคนให้ความสนใจ และขอโทษที่ออกมาขอบคุณช้า เพราะมัวแต่ช่วยเด็กที่ร้านล้างจานอยู่ ลูกค้าเยอะแบบล้างจานไม่ทันกันทีเดียว”