วอนเกษตรกรเชื่อมั่น! รัฐบาลยืนยัน ใช้หลักการตลาดนำการผลิต

รัฐบาลยืนยันใช้หลักการตลาดนำการผลิต สร้างเสถียรภาพราคาข้าวตามกลไกตลาด วอนเกษตรกรเชื่อมั่น

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังเสียงสะท้อนของเกษตรกรชาวนาที่ต้องการให้รัฐบาลดูแลราคาข้าวให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่เกิดปัญหาในระยะยาว และไม่เสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน

โดยยืนยันว่าสิ่งที่เกษตรกรต้องการนั้นสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรที่มุ่งให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานข้าว ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต การสร้างเสถียรภาพราคาข้าว และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดข้าว ซึ่งตอบโจทย์เรื่องราคาข้าวตามกลไกตลาด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าตลอดทั้งปีกระทรวงเกษตรฯ จะมีแผนส่งเสริมสนับสนุนการปลูกและขายข้าว ช่วยลดต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงด้านราคา เช่น การปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง การผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ดี การส่งเสริมระบบนาแบบแปลงใหญ่ การส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ การเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร เป็นต้น

สำหรับแนวทางของรัฐบาลชุดใหม่นั้น นายกฯ จะคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ และจะต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่กลับไปติดกับดักเหมือนในอดีต และยังคงสนับสนุนหลักการตลาดนำการผลิต ส่งเสริมให้ทุกคนมีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้เกษตรกรเชื่อมั่น

กรมอุทยานฯ พร้อมดำเนินคดีทหารยิง แมวดาวถลกหนัง อ้างกินไก่ชน ไม่รู้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

วันที่ 10 ก.ค.62 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยฯ พญาเสือ) เปิดเผยกรณีเพจดังโพสต์ภาพแมวดาวถูกฆ่าถลกหนัง บริเวณค่ายทหาร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้ นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผอ.สบอ.16 ผอ.ศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ หัวหน้าหน่วยพญาเสือ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาหน่วยพญาเสือ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่และ ตำรวจ บก.ปทส.ร่วมกันดำเนินการ เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุตามคำร้องของเพจ watchdog thailand แจ้งขอให้หน่วยพญาเสือเข้าตรวจสอบภาพถ่ายการล่าแมวดาว บริเวณค่ายทหาร กองพลทหารราบที่7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562

เจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โรงเลี้ยงไก่ บริเวณศูนย์เรียนรู้ฯ ค่ายกองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ติดต่อกับป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งจากการตรวจสอบบุคคลในภาพถ่ายตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียล คือ ส.อ.เจริญศักดิ์ ผ่องศรีสุข ทหารสังกัดค่ายกองพลทหารราบที่ 7

จากการสอบถาม ส.อ.เจริญศักดิ์ ผ่องศรีสุข ผู้ต้องหา ให้การว่าตนเองเลี้ยงไก่ชนจำนวนหนึ่งไว้ที่ศูนย์เรียนรู้ในค่ายทหารเพื่อเป็นการหาอาชีพเสริมโดยก่อนหน้านี้ไก่ชนของตนได้หายไปจำนวนหลายตัว

กระทั่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ตนเองได้มาซุ่มยิงสัตว์ที่มากัดไก่ชนของตนเอง และเมื่อเวลา 20:00 น.ตนเองได้ใช้ไฟฉายสองพบเห็นตาสัตว์ โดยไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด จึงได้ใช้ปืนไทยประดิษฐ์ยิงในระยะ 20 กว่าเมตร และได้เข้าตรวจสอบภายหลังพบว่าซากสัตว์ถูกยิ่งห่างจากจุดที่ส่องไฟฉายพบ ประมาณ 16 เมตร

เมื่อยิงเสร็จ ไม่กล้าเข้าไปคนเดียวจึงได้ขับมอเตอร์ไซค์ ไปรับพลทหารมาหนึ่งคน เพื่อมาเป็นเพื่อนเข้าไปดู เมื่อค้นหาพบสัตวป่าที่ตนเองยิ่งตาย แต่ตนเองเข้าใจว่าเป็นเสือปลา ไม่ทราบว่าเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองจึงได้ถ่ายรูปส่งให้กับเพื่อนในกลุ่มไก่ชน เพื่อให้ทราบว่าเจอต้นตอของสาเหตุที่ไก่ชนของตนหายไปแล้ว

และเห็นว่าหนังมีความสวยงาม เช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น. จึงได้ชำแหละซากเพื่อเก็บหนังไว้ ส่วนเนื้อ ได้โยนทิ้งไปทั้งหมด มิได้นำมากินแต่อย่างใด (นี่คือคำให้การของผู้ต้องหา) ส่วนหนังภายหลังทราบว่าเป็นหนังแมวดาว จึงเกิดความกลัว นำไปทำลายทิ้งแยกชิ้นส่วน แล้วฝังกลบ ใกล้ๆ บริเวณที่เกิดเหตุ

สำหรับปืนไทยประดิษฐ์ ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นของตน ซึ่งตนได้รับมาจากรุ่นพี่ทหารรุ่นก่อนซึ่งออกไปจากกองพลทหารราบที่ 7 แล้ว แต่ไม่ได้นำไปยิงสัตวป่า ตามในโซเชียล เขียนแต่อย่างใด

ภายหลังพบว่าเป็นข่าวในโซเชียล ต่อมาได้มีการสอบสวนจากนายทหารพระธรรมนูญจึงได้นำซากหนังแมวดาว (ทราบภายหลัง) และอาวุธปืนนำส่งให้กับนายทหารรัฐธรรมนูญ นำส่งให้กับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ฯ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้กับ ส.อ.เจริญศักดิ์ ผ่องศรีสุข ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 

  • มาตรา 16 ฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่รับอนุญาต
  • มาตรา 19 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • มีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธปืนโดยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ยิงอาวุธปืนในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ส่วนการดำเนินการของ คณะกรรมการสอบสวนของหน่วยกองพลทหารราบที่ 7 ซึ่งมีนายทหารพระธรรมนูญ อยู่ในคณะกรรมการด้วย ได้สรุปว่า

ผู้ต้องหาได้ทำผิดจริง ส่วนในการพิจารณาของคณะกรรมการ ว่าโทษหนักสุดคือปลดออกจากราชการ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

คุก 1 เดือน หนุ่มขับรถปาดหน้า “หลุยส์ สก๊อตต์”

วันนี้ (10 ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพวุธ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภาณุ พงษ์วัฒนานุสรณ์ อายุ 43 ปี หนุ่มขับรถแลนโรเวอร์

ที่ขับรถปาดหน้าหลุยส์ สก๊อตต์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1913/2562 ในฐานความผิดขับรถประมาทหรือหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน,ขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา จำเลยได้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อแลนโรเวอร์ ไปตามถนนทางด่วนพิเศษสายบางนา-ดินแดง มุ่งหน้าไปดินแดง ก่อนเข้าด่านเก็บเงินทางด่วนบาง จำเลยได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาท ปราศจากความระมัดระวัง

โดยขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควร จนไม่สามารถหยุดรถหรือลดความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับหลบหลีกไม่ชนบุคคลอื่น หรือสิ่งอื่นใดที่กีดขวางอยู่ทางข้างหน้าได้ทัน

โดยจำเลย ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ในลักษณะ ปาดหน้า รถยนต์ของ นายหลุยส์ สก๊อตต์ ที่กำลังขับขี่อย่างกะทันหันแล้วได้เบรกหยุดรถอย่างกะทันหัน เพื่อให้รถยนต์นายหลุยส์ สก็อตต์ ขับเคลื่อนรถยนต์ไปไม่ได้และจะทำให้รถยนต์ของนายหลุยส์ สก็อตต์ ชนท้ายรถยนต์ของจำเลย ทำลักษณะดังกล่าว เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของบุคคลอื่น จำคุก 1 เดือน

จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ภายหลังฟังคำพิพากษานายภาณุ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว

จากการตรวจสอบพบว่า รถแลนด์โรเวอร์คันเดียวกันนี้ เคยปาดหน้าและลงมาต่อว่าก่อนถุยน้ำลายลงพื้นถนน น.ส.อลิสรา เกษมรัตนพาณิชย์ นักร้องอิสระ ปากซอยเอกมัย 5 เมื่อกลางดึกวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา