ประเด็นน่าสนใจ
- อิหร่านประกาศเดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อเป็นการกดดันชาติภาคียุโรป
- อิหร่านต้องการฟื้นการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้ในปี 2015 กับชาติมหาอำนาจโลก
- ทั้งนี้อิหร่านถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรอย่างหนัก
วันที่ 7 ก.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานนายเบห์รุซ คามัลวานดี โฆษกองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านเปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาล อิหร่านจะเริ่มดำเนินการทางเทคนิค เพื่อยุติการปฏิบัติตามขีดจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมตามข้อตกลงนิวเคลียร์ เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าบูเชห์
นอกจากนี้นายคามัลวานดีระบุว่า รัฐบาลอิหร่านพร้อมเดินหน้า เพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมทั้งในแง่ระดับและปริมาณ รวมทั้งจะลดระดับพันธะสัญญาตามข้อตกลงทุก 60 วัน ยกเว้นชาติภาคียุโรปที่ร่วมลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์จะดำเนินการปกป้องอิหร่านจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 โดนัลด์ ทรัมป์ตัดสินใจให้สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2015 ที่คณะบริหารชุดก่อนหน้าเจรจาและลงนามไว้ พร้อมเดินหน้ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน โดยอ้างว่าเงื่อนไขบางส่วนในข้อตกลงดังกล่าวไม่มีผลถาวร และไม่ครอบคลุม
การประกาศเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบทางการทูต ที่อิหร่านต้องการวัดใจชาติภาคียุโรป ที่คัดค้านการถอนตัวจากข้อตกลงของสหรัฐฯ ซึ่งชาติภาคีได้ให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลืออิหร่านให้สามารถสานต่อข้อตกลงนี้ได้ โดยอิหร่าน กล่าวหาชาติภาคีข้อตกลงในยุโรป ประสบความล้มเหลวในการปกป้องผลประโยชน์ของอิหร่านจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ข้อตกลงปี 2015 ที่อิหร่านได้ทำไว้ร่วมกับ 6 ชาติมหาอำนาจ โดยระบุว่าจะมีการยกเลิกมาตรการแซงก์ชันของนานาชาติ แลกกับการที่เตหะรานจำกัดโครงการนิวเคลียร์เพื่อ ให้การผลิตระเบิดนิวเคลียร์ของอิหร่านล่าช้าลงจากเดิม 2-3 เดือนเป็น 1 ปี แม้อิหร่านยืนกรานว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ก่อนทำข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 อิหร่านเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมใกล้ถึงระดับ 20% โดยระดับที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้คือ 90% จนกระทั่งมีการทำข้อตกลงร่วมกับสหรัฐฯ และภาคียุโรปเมื่อปี 2015 โดยหลังจากนั้น สหรัฐได้ถอนตัวออกไปจากข้อตกลงดังกล่าวและอิหร่านได้ถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก
ทว่าจากการคว่ำบาตรอิหร่านจากสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านมียอดส่งออกน้ำมันร่วมดิ่ง ในขณะนี้มียอดส่งออกน้ำมันราว 300,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา จากที่เคยส่งออกน้ำมันได้มากกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายน 2018 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียง 1 เดือนก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์
ที่มา www.bbc.com


