กยศ. ช่วยผู้กู้ที่ถูกฟ้องคดี ขยายเวลาผ่อนชำระ ลดเบี้ยปรับ 75%

กยศ. ปรับสัญญายอมประนีประนอม ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้สูงสุด 15 ปี พร้อมลดเบี้ยปรับ 75% เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ที่ถูกดำเนินคดี

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า กองทุนได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้จนถึงขั้นถูกบอกเลิกสัญญาและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งหากผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2562 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล กองทุนจะลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 ของเบี้ยปรับที่มีอยู่ ณ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่การลดเบี้ยปรับนั้นมีเงื่อนไขว่าผู้กู้ยืมที่ตกลงทำสัญญาแล้วต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป

หากผู้กู้ยืมผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง จะนำส่วนลดเบี้ยปรับกลับเข้ามาเป็นหนี้ตามคำพิพากษาทันที ทั้งนี้ กองทุนให้โอกาสผู้กู้ในการผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความขึ้นกับจำนวนทุนทรัพย์ (เงินต้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ) คงเหลือ ณ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนี้

  • ทุนทรัพย์ไม่เกิน 250,000 บาท ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 9 ปี
  • ทุนทรัพย์ตั้งแต่ 250,000 – 400,000 บาท ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 12 ปี
  • ทุนทรัพย์มากกว่า 400,000 บาทขึ้นไป ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี

การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่มีหนี้ค้างชำระจำนวนมากให้สามารถผ่อนชำระหนี้ตามความสามารถได้ต่อเนื่องโดยต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้อีก และเป็นการสร้างวินัยให้กับผู้กู้ยืม

โดยหลังจากที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว ผู้กู้ยืมจะต้องชำระเงินทุกเดือนตามที่กำหนด

ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมยังผิดนัดชำระหนี้หรือค้างชำระหนี้อีก นอกจากจะไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยปรับแล้ว กองทุนจะทำการบังคับคดีต่อไปในอนาคต หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line@กยศ.คดีและบังคับคดี หรือโทร 0 2016 4888

ทั่วไทยฝนลดลง ตะวันออก-กทม. ฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่

ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือ ด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จนท.พบช้างป่าฮาลาบาลา ถูกยิงล้ม คาดตัดเอางา

วันนี้ (5ก.ค.62) มีรายงานว่า นาย​ณรงค์​ศักดิ์​ พงศ์​ดี​ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา​-บาลา​ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ​ 09.00​ น.ได้รับแจ้งเหตุจาก​เจ้าหน้าที่ชุด​เฝ้า​ระวัง​และ​ติดตาม​ช้าง​ป่า​ของ​ ข​สป.​ฮาลา​-บาลา​ ว่า ขณะทำการลาดตระเวนติดตามช้างป่าของแต่ละรอบวัน​ บริเวณ​พิกัด​ 0799497 E​ 0685710 N​ ท้องที่​ บ.ละไม​ ม.5​ ต.บองอ​ อ.ระแงะ​ จ.นราธิวาส​ พบเห็นซากช้างป่านอนตะแคงราบกับพื้นมีกองเลือดและเศษซากของอวัยวะบางส่วนกระจัดกระจาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นช้างเพศผู้​ ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ทาง​ จนท.ได้เฝ้าติดตามอยู่ทุกรอบวัน บริเวณ​ส่วนหัวถูกปิดด้วยใบไม้ เมื่อเปิดดูพบว่าส่วนหัวมีร่องรอยถูกสับด้วยของมีคม​ ส่วนของงวงและงาทั้ง​ 2​ ข้าง​ ถูกตัดออกและไม่ปรากฎมีส่วนหนึ่งส่วนใดของงาคงเหลืออยู่ในพื้นที่​ โดยเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า​ 3-4 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ตรวจสอบบริเวณ​โดยรอบซากช้างด้วยสายตาเบื้องต้นไม่พบมีรอยอาวุธใด​ แต่ห่างออกไปประมาณ​ 10​ เมตร​ ในสวนยางพารา​ พบมีรอยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด​ อยู่บริเวณลำต้นยาง​พารา จึงสันนิษฐาน​เบื้องต้นว่าน่าจะเกิดจากการล่าเพื่อเอางา​

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดพิสูจน์​หลักฐานพนักงานสอบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อชี้ชัดอีกครั้ง และจะได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​