2 สาวร้อง ผบ.ตร. ถูกข่มขู่ หลังเปิดโปงฮั้วประมูลน้ำยางพารา

2 สาว ตัวแทนเกษตรกรน้ำยางพาราไทย ยื่นร้อง ผบ.ตร. ถูกคุกคามจากผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นตำรวจหลังเปิดโปงการทุจริตในการจำหน่ายน้ำยางพาราผสมสารเพิ่ม ตามโครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ทั่วราชอาณาจักร

วันนี้ (5 ก.ค.) เวลา 14:00 น. น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ และ น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ ผู้ประกอบการน้ำยางพาราไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังจากตนเอง และนางสาวสุพัตรา ถูกชายฉกรรจ์ บุกรุกเข้าไปข่มขู่ถ่ายคลิปถึงบ้านพักในจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังเข้าร้องเรียนกรณีพบพิรุธการทุจริตในการฮั้ว และล็อกสเป็ก ให้กับบริษัทเอกชน 3 ราย ในการจำหน่ายน้ำยางพาราผสมสารเพิ่ม ในโครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีงบประมาณหลายพันล้านบาท

นางสาวช่อฉัตร เปิดเผยว่า ตนถูกคุกคาม โดยชายฉกรรจ์ 2 คน ร่วมกันเข้ามาบุกรุก และข่มขู่ถึงบ้านพัก ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย ต่อมาได้รับข้อมูลว่า ชายหนึ่งในคนที่บุกรุก เป็นตำรวจจราจร ยศร้อยตำรวจเอก ยังไม่ทราบสังกัดที่แน่ชัด เป็นผู้รับมอบอำนาจในเวลาราชการ ไปประมูลงานให้กับบริษัทเอกชนที่ตนร้องเรียนว่า มีการฮั้วกัน โดยมีภาพหลักฐานนายตำรวจคนดังกล่าว เดินจากรถยนต์ไปกับรองปลัดหญิง เจ้าของบริษัทเอกชน เพื่อเข้าไปประมูลงานพร้อมกัน จึงเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกัน โดยวันนี้ได้ยื่นหลักฐานข้อมูลบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านนายตำรวจดังกล่าว พร้อมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

นายกฯ ลงพื้นที่เอง! ติดตามปัญหาน้ำท่วม กทม. ย้ำ “ทุกคนต้องช่วยกันดูแลแม่น้ำคูคลอง”

นายกรัฐมนตรี ติดตามการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร เน้นเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่และตรวจสอบอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ตลอดเวลา

วันนี้ (5 ก.ค.62) เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณสถานีตำรวจนครบาลบางเขน โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเกษตรศาสตร์

และโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผาจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์  ปลัดกรุงเทพมหานคร และนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร  ร่วมตรวจเยี่ยมด้วย

นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังบริเวณวงเวียนบางเขน เพื่อติดตามงานโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (water bank) ซึ่งเป็นการวางบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) แก้จุดเสี่ยงน้ำท่วมย่านวงเวียนบางเขน   เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ  ทั้งการจัดเก็บน้ำและหน่วงน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง  

โอกาสนี้ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้บรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ 14 จุดเสี่ยง

โดยได้มีการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank)  4 แห่ง ที่วงเวียนบางเขน  รัชดา-วิภาวดี   ปากซอยสุธิพร 2และศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา รวมทั้งจุดสร้าง Water Bank และบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล. (ดาดท้องลอด) และสถานีสูบน้ำ เป็นต้น พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้เป็นผู้ให้คำแนะนำ รูปแบบการบริหารจัดการน้ำ  Water Bank ทั้ง 4 แห่ง นั้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ  

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจติดตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe Jacking) บริเวณแยกเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมแยกเกษตรศาสตร์ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 14 โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe Jacking) ของกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนพหลโยธิน บริเวณแยกเกษตรศาสตร์แล้วเสร็จ จะสามารถช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในถนนสายหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณถนนพหลโยธินและพื้นที่ใกล้เคียง  โดยนายกรัฐมนตรีสอบถามด้วยความสนใจถึงการดำเนินการดังกล่าว พร้อมแนะให้ทำแผนให้สมบูรณ์และเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่จุดเสี่ยงก่อนเป็นลำดับแรก

ต่อมา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจติดตามงานปรับปรุงสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อขาออก (ฝั่งเหนือ)  ซึ่งการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต โดยสำนักการระบายน้ำของ กทม. ได้ปรับปรุงสถานีสูบน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตจำนวน 15 สถานี โดยเพิ่มอัตรากำลังสูบน้ำเป็น 81 ลบ.ม./วินาที

รวมทั้งได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราว เพื่อระบายน้ำจากถนนวิภาวดีรังสิตและคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตลงสู่คลองในพื้นที่ เมื่อโครงการปรับปรุงสถานีสูบน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตแล้วเสร็จทั้งหมด จะเพิ่มอัตรากำลังสูบน้ำจาก 81 ลบ.ม./วินาที เป็น 110 ลบ.ม./วินาที

สามารถเร่งระบายน้ำลงสู่คลองบางซื่อ คลองลาดยาว คลองบางเขน คลองวัดหลักสี่ ระบายออกสู่คลองเปรมประชากร และอีกส่วนหนึ่งระบายออกคลองลาดพร้าว ตลอดจนช่วยดึงน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตทั้งฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออกลงสู่ระบบอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมโครงก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) และโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต ว่าเป็นโครงการที่ดีเยี่ยม ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้มากยิ่งขึ้น และขอให้ กทม. ดำเนินการต่อไป

โดยกำชับให้เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ ให้พร้อมใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกันดูแลแม่น้ำคูคลอง และสิ่งแวดล้อม โดยกำจัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้งลงสู่แม่น้ำ และไม่ทิ้งขยะลงในคูคลอง

เพราะการบริหารจัดการน้ำต้องทำทั้งระบบ ให้เหมาะสม สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างให้เกิดความต่อเนื่องและให้เกิดความยั่งยืนสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติตามที่ได้กำหนดไว้

ศาลตัดสินยกฟ้อง อ๊อฟ สุรพล ผู้ต้องหาฆ่า น้องหญิง วัย 19 ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลอยุธยาได้นัดฟังคำพิพากษาคดี หญิงวัย 19 เสียชีวิตปริศนาหลังกลับจากเที่ยวผับ เหตุเกิด 19 ก.ค. 61
  • คดีนี้ผู้ต้องสงสัยคือคนขับรถบรรทุก หลังพบเป็นคนอาสาพาหญิงสาวกลับบ้าน
  • ศาลตัดสินให้ยกฟ้อง เหตุไม่มีพยานรู้เห็นว่าผู้ต้องหากระทำความผิด
  • ให้คุมขังไว้ก่อนระหว่างรออุทธรณ์

วันนี้ (5 ก.ค. 2562) ผู้สื่อข่าว MThai ได้มีการรายงานถึงความคืบหน้าในคดีที่ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา หลังกลับจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับรถเทรลเลอร์พาไปส่งบ้าน

แต่ระหว่างทางน้องหญิงกระโดดลงจากรถจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 19 ก.ค. 2561 และทางญาติไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม จึงร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อมาตร.รวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหานายสุรพล ดาราคำ ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย

และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่น ส่วน น.ส.เป็ด เพื่อนสนิทน้องหญิง ที่อยู่ในสถานบันเทิงด้วยกัน และแนะนำให้น้องน้องหญิง รู้จักกับนายอ๊อฟ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ให้การสนับสนุน หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย ว่า

ศาลยกฟ้อง เหตุไม่มีพยานรู้เห็น จำเลยเป็นผู้กระทำผิด

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นัดฟังคำพิพากษา ในคดีคดีน้องหญิงเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา โดยมีนายษิทา เบี้ยบังเกิด ทนายความ, นายสมควร ดาราคำ พ่อของนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ ผู้ต้องหา พร้อมครอบครัวเดินทางมารับฟังของคดี

นอกจากนี้นายนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, นายสุบิน ยาวิราช พ่อของน้อง น.ส.นรีกานต์ หรือน้องหญิง ยาวิราช ผู้เสียชีวิตพร้อมครอบครัว เดินทางมาที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังการตัดสินของคดี หลังจากการสืบพยาน ตรวจสอบพยานหลักฐาน เกือบ 1 ปี เต็ม

ซึ่งจากการพิจารณาจากพยานและหลักฐานแล้ว ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พิพากษายกฟ้องนายสุรพล ดาราคำ ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและฆ่าผู้อื่น

เนื่องจากการสืบพยานของโจทก์ ไม่มีพยานรู้เห็นการกระทำความผิด มีพยานซึ่งเป็นแพทย์ของสถานบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่าบาดแผลของผู้เสียชีวิต จากสมองบวมช้ำเลือด บวม น้ำ กะโหลกแตก เกิดจากการถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคมอย่างที่ศีรษะ 2 ครั้ง

และรอยพกช้ำที่สันหมัดมือขวาบริเวณ ข้อนิ้วกลาง ข้อนิ้วนาง ข้อนิ้วก้อย ของผู้ตาย เกิดจากการถูกกระแทก ด้วยของแข็งไม่มีคม และเข้ากันได้กับบาดแผลต่อสู้ป้องกันตนเองของผู้ตาย ซึ่งสอดคล้องกับพยานซึ่งเป็นแพทย์ของโจทก์ มีการพิจาณาจากภาพถ่ายการชันสูตรศพประกอบ

จำเลยได้นำพยานซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นิติเวชศาสตร์ เบิกความให้ความเห็นทางการแพทย์ บาดแผลและอาการของผู้ตาย อาจเกิดจากศีรษะตกกระทบกับของแข็งแต่เข้ากันไม่ได้กับวัตถุทรงกลม ส่วนบาดแผลลอกครูดฟกช้ำที่ผิวหนังบริเวณแขนและตามร่างกายของผู้ตายเกิดจากร่างกายเคลื่อนที่กระทบกับของแข็ง

บาดแผลที่สันมัดของผู้ตายเข้ากันได้กับลักษณะของ การตกกระทบมากกว่า บาดแผลของการต่อสู้ บาดแผลตามร่างกายของผู้ตายมีลักษณะเข้ากันได้กับการกระแทกกับวัตถุที่มีรอยประทับรูปตาราง อีกทั้งผลการเก็บตรวจดีเอ็นเอของผุ้ตายที่บริเวณบันไดด้านซ้ายของรถยนต์บรรทุก

จึงสอดคล้องกับกับความคิดเห็นของพยานจำเลยซึ่ง เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นิติเวชศาสตร์ การเสียชีวิตของผู้ตายเกิดจากการพลัดตกจากรถ และฝ่ายโจทก์ไม่สามารถระบุยืนยันได้ว่าผู้ตายถูกทำร้ายด้วยอาวุธชนิดใด จึงยังเป็นเหตุให้สงสัย พิพากษายกฟ้อง

นอกจากนี้พยานหลายปากให้การสอดคล้องกัน เชื่อได้ว่าผู้ตายไม่ได้ถูกนายอ๊อฟกักขัง หรือบังคับขู่เข็ญผู้ตาย และผู้ตายยังสามารถใช้โทรศัพท์ติดกับพยานของฝ่ายโจทก์ได้ ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจาก เสรีภาพในร่างกาย

จึงทำให้ฟังได้ว่า น.ส.สิรินาถ หรือเป็ด รอบรัมย์ ผู้ต้องหาในข้อหาให้ การสนับสนุน หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย กระทำความผิดศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลสั่งให้ขังนายสุรพล หรืออ๊อฟไว้ก่อนระหว่างอุทธรณ์

ด้านนายสมควร ดาราคำ พ่อของนายอ๊อฟ กล่าวภายหลังได้ฟังคำตัดสินของศาลว่า ครอบครัวดาราคำทุกคนรู้สึกดีใจโล่งใจมากกับที่เฝ้ารอคอยวันนี้ ลูกชายของตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ฆ่าน้องหญิง ตระกูล ดาราคำ ไม่ใช่คนเลวร้าย หลังจากนี้ตนเองจะต้องหาหลักทรัพย์เพื่อขอยืนประกันตัวลูกชายในระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งอาจจะต้องไปยืมเงินหรือขอเช่าหลักทรัพย์

ครอบครัวจำเลยเปิดใจหลังศาลตัดสินยกฟ้อง ด้านฝ่ายโจทก์เล็งอุทธรณ์ต่อ

ส่วนนายษิทา เบี้ยบังเกิด ทนายความ ตนเองรู้สึกเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ตนเองเข้ามาทำคดีนี้ซึ่งอยู่ในช่วงของการพิจารณาคดีแล้ว ต้องใช้หลักวิชาการทางแพทย์นิติเวชศาสตร์ รวมถึงผู้เชียวชาญเข้ามาในการสืบพยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย และอ๊อฟ เท่าที่มีการพูดคุยกันไม่น่าที่จะเป็นคนทำร้ายร่างกายน้องหญิง เราจะเอาคนที่บริสุทธิ์ ไปถูกจำคุกไม่ได้

ขณะที่นายสุบิน ยาวิราช พ่อของน้อง น.ส.นรีกานต์ หรือน้องหญิง กล่าวว่า น้อมรับคำตัดสินของของศาล แต่ตนเองยังเชื่อว่า ลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตมากกว่าที่จะพลัดตกจากรถบรรทุก ด้วยผลการชันสูตรของแพทย์ และจากคลิปเสียงที่น้องหญิงโทรหาเพื่อน ระหว่างที่อยู่กับผู้ต้องหา ต้องมีเหตุแรงจูงใจอะไรที่ลูกสาวต้องตกจากรถ ตนจะสู้ต่อไปเพื่อให้ความเป็นธรรมกับลูกสาว

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า รับในคำตัดสินของศาล แต่เรายังมีความสงสัยว่า ทำไมจึงไม่มีการนำสืบพยานในส่วนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม คลิปเสียงที่ผู้ตายพุดคุยกับเพื่อนขณะอยู่บนรถ และองค์ประกอบทำไมผู้ตายถึงตกจากรถ

ส่วนของวัตถุพยานที่ทำใช้ในการทำร้ายร่างกายหาไม่ได้เพราะคดีกว่าที่จะมีการเริ่มต้นการสอบสวนผ่านไปหลายวัน ทำไมผลชันสูตรของนิติเวชจึงเชื่อถือไม่ได้ ในกระบวนการยุติธรรมจะไปทางไหนหากผลการตรวจของนิติวิทยาศาสตร์เชื่อถือไม่ได้