พาณิชย์ ยืนยัน! ไม่มีมาตรการห้ามขนย้ายข้าวเปลือกข้ามเขต

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่ได้ห้ามขนข้าวเปลือกข้ามเขตจังหวัด

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยอ้างว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการจำกัดสิทธิการคุมเข้มการขนย้ายข้าวเปลือก เพื่อป้องกันการปลอมปนข้าวพันธุ์ กข79 กับข้าวหอมมะลิ รวมทั้งมีกรณีเกษตรกรและโรงสีบางแห่งมีความกังวล กรณีการห้ามขนส่งข้าวเปลือกข้ามเขตนั้น เป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง

เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้าและเป็นสินค้าในบัญชีควบคุมคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จึงได้ออกประกาศ มาตรการเรื่องการควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร เพื่อป้องกันการปลอมปนข้าวและการลักลอบนำเข้าข้าวมาจากต่างประเทศ

ซึ่งประกาศดังกล่าวมีการบังคับใช้มาต่อเนื่อง ตั้งแต่ในช่วงที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ ใช้มาตรการจำนำข้าวเปลือก โดยครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ แต่ได้มีการแก้ไขเมื่อปี พ.ศ. 2558 ให้ควบคุมการขนย้ายให้จำกัดวงแคบลง สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ห้ามขนย้ายปริมาณตั้งแต่ 10 เมตริกตันขึ้นไปออกจากพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.)

2. พื้นที่ดังกล่าวจะกำหนดเฉพาะอำเภอ ที่อยู่ใกล้ชายแดนครอบคลุม 68 อำเภอใน 20 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบล อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม หนองคาย บึงกาฬ เลย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ตราด

3. มิให้บังคับใช้กับการขนย้าย กรณี 
(1) การขนย้ายข้าวเปลือกของเกษตรกรออกจากท้องที่ตามข้อ 2 ไปยังท้องที่อำเภอติดต่อกัน โดยมีใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจากกรมส่งเสริมการเกษตรกำกับการขนย้าย
(2) การขนย้ายข้าวเปลือก ข้าวสาร จากท้องที่อื่นในราชอาณาจักรโดยใช้ท้องที่อำเภอตามข้อ 2 เป็นทางผ่านเพื่อไปยังสถานที่ปลายทาง
(3) การขนย้ายข้าวสารที่บรรจุภาชนะปิดผนึกแน่นหนา มีฉลากสินค้า ระบุชื่อ ที่อยู่ผู้ผลิต ผู้บรรจุในประเทศ ที่มีน้าหนักต่อหน่วยบรรจุไม่เกิน 15 กิโลกรัม

4. ห้ามขนย้ายข้าวนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ตามข้อ 2. เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก กจร.

5. ต้องขนย้ายให้ตรงตามชนิดคุณภาพ ปริมาณ ระยะเวลา สถานที่และใช้ยานพาหนะที่มีหมายเลขทะเบียน ตามที่ระบุไว้ในหนังสืออนุญาตขนย้ายและจะต้องนำหนังสืออนุญาตกำกับการขนย้ายไปด้วยทุกครั้ง

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกคุณภาพต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านมาปลอมปน และไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกรแต่อย่างใด

โดยปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์จะอำนวยความสะดวกให้สามารถยื่นขออนุญาตผ่านระบบ Online ซึ่งคาดว่าระบบจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากและเป็นปัญหาอุปสรรคทางการค้าตามที่เป็นข่าว ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรและผู้ประกอบการค้าข้าวอย่าได้ตื่นตระหนกกับมาตรการดังกล่าว

พบช้างตายในพื้นที่ติดกับป่าละอูบน คาดอาจเกิดจากการแท้งลูก

ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รายงานการพบช้างตายในพื้นที่ติดกับป่าละอูบน เมื่อวันที่ 2 กค.2562 เวลา 16.30 น. นายสวัสดิ์ ทวีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี

นายวันชัยสิงห์โต ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายวัฒนา พรประเสริฐ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ นายไพโรจน์ นาครักษา ผอ.ส่วนประสานความร่วมมือฯ นายจำนค์สุขสวัสดิ์ ผอ.ส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ ได้เข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่ามีช้างตาย จำนวน 1 ตัวในพื้นที่ป่าที่ใช้ประโยชน์ของตำรวจพลร่ม ค่ายฤทธิฦาชัย ซึ่งติดกับป่าละอูบน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ปรากฎว่า จากการตรวจสอบของสัตวแพทย์ เป็นช้างเพศเมียสันนิษฐานได้ตายมาแล้วประมาณ 2 เดือน มีซากลูกช้างอายุประมาณ 8 เดือน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบวัสดุโลหะแต่อย่างใด ได้สันนิษฐานการตายอาจเกิดจาก การแท้งลูกหรือติดเชื้อโรค จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจาน ดำเนินการทำลายซากและฝังกลบซากช้างดังกล่าวต่อไป

ขอบคุณข้อมูล – กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อ่างเก็บน้ำซำตมขาวแล้วเสร็จ พร้อมเก็บกักน้ำหน้าฝนปีนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมชลประทาน ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำซำตมขาว พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้วเสร็จ พร้อมเก็บกักน้ำได้แล้วในช่วงฤดูฝนนี้ คาดสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ
  • ลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ความจุประมาณ 204,100 ลูกบาศก์เมตร นอกจากจะกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ซึ่งจะสร้างรายได้เสริมให้ชาวบ้านได้ด้วย

นายราเชน ศิลปะรายะ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการอ่างเก็บน้ำซำตมขาว พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการฯ ที่นายชาย ช่วยนา ราษฎรบ้านห้วยหมากหล่ำ ได้ถวายฎีกาขอพระราชทานแหล่งน้ำบ้านหนองหมากหล่ำ หมู่ที่ 6 ตำบลทมนางาม อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี

มีหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการขอพระราชทานอ่างเก็บน้ำซำตมขาวพร้อมท่อส่งน้ำ บริเวณบ้านหนองหมากหล่ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ เนื่องจากประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ด้วยสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปบริเวณบ้านห้วยหมากหล่ำ มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน ประกอบกับพื้นที่ราบแคบบริเวณเชิงเขาและที่ราบสลับลูกเนิน และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ซึ่งราษฎรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร โดยอาศัยน้ำจากเขาสวนกวางคือร่องน้ำซำตมขาว ที่ไหลผ่านบริเวณพื้นที่หมู่บ้าน และน้ำฝนเท่านั้น จึงไม่เพียงพอต้องการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายจากการขาดน้ำเป็นประจำทุกปี สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ต่อมากรมชลประทาน ได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำซำตมขาว ที่มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ความจุประมาณ 204,100 ลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างฯเสร็จแล้ว

สามารถเก็บกักน้ำและเป็นแหล่งน้ำต้นทุน สำหรับสนับสนุนการอุปโภค – บริโภค การเกษตรกรรม และการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการรักษาระบบนิเวศให้กับพื้นที่บ้านห้วยหมากหล่ำและพื้นที่ใกล้เคียงได้ประมาณ 350 ไร่

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด สร้างรายได้เสริมให้ราษฎรจากการทำประมง ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรอย่างมั่นคง ยั่งยืนตลอดไป