‘รังสิมันต์ โรม’ โชว์เสื้อเปือนเลือด ‘จ่านิว’ จี้เร่งติดตามคนร้าย

‘รังสิมันต์ โรม’ โชว์เสื้อเปือนเลือด ‘จ่านิว’ จี้เร่งติดตามคนร้าย หลัง รองประธานสภาฯ ไม่อนุญาตให้นำเสื้อดังกล่าวมาโชว์ระหว่างการอภิปราย เนื่องจากมองว่า มีคราบเลือดติด

วันที่ 3 ก.ค. 62 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นำเสื้อของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ที่สวมใส่ในวันถูกทำร้ายมาโชว์ต่อสื่อมวลชน พร้อมเรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ทั้งนี้ การโชว์เสื้อดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ยื่นกระทู้ถามสดที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายสิรวิชญ์ในห้องประชุมสภา แต่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมไม่อนุญาตให้นำเสื้อดังกล่าวมาโชว์ระหว่างการอภิปราย เนื่องจากมองว่า มีคราบเลือดติด

ขณะที่ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อตรวจสอบและศึกษาติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน ซึ่งญัตตินี้จะถูกเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในวันพรุ่งนี้เนื่องจากเป็นญัตติเร่งด่วน

ดร.เซปิง ฟ้อง บิ๊กโจ๊ก-หนุ่ม กรรชัย หมิ่นประมาท กรณีศัลยกรรมเฟซออฟ

วันนี้ (3 ก.ค. 62) มีรายงานว่า ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ ได้นำเอกสารหลักฐานสำคัญ เข้ายื่นฟ้องต่อศาล รวม 2 สำนวน โดยสำนวนแรก ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ผบช.สตม. ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการแถลงข่าว ดำเนินคดี จับกุมดร.เซปิง เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนสำนวนที่สองยื่นฟ้อง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง ที่นำเสนอข่าวของ ดร.เซปิง จนทำให้เกิดความเสียหาย เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา

โดย นายจำนง ไชยมงคล ทนายความ กล่าวว่า เนื่องจากพรุ่งนี้จะครบกำหนดสิ้นอายุความคดีหมิ่นประมาท ซึ่งได้ทบทวนอยู่เป็นเวลานานก่อนจะตัดสินใจมายื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีที่เกิดขึ้น โดยการมาฟ้องในวันนี้ไม่ได้เห็นว่าเป็นช่วงขาลงของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ แต่ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิของดรเซปิง ส่วนที่ฟ้องหนุ่ม-กรรชัย เพราะการที่นำบุคคลมาออกรายการที่หนุ่มเป็นพิธีก่อน แล้วพาดพิงดร.เซปิง ทำให้เกิดความเสียหาย และในรายการหนุ่มยังกล่าวว่าพร้อมที่จะให้ ดร.เซปิง มาออกรายการเพื่อชี้แจง แต่พอดร.เซปิงติดต่อทางรายการไปกลับถูกปฏิเสธ

ด้าน ดร.เซปิง กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แต่ตนเองก็รับได้ แต่ไม่อยากให้ไปทำลายความหวังของผู้หญิงไทยที่อยากสวย อยากให้เข้าใจผู้หญิงที่อยากจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น เพราะสิ่งที่ตนเองทำ เพื่ออยากให้ผู้หญิงไทยหันมาทำศัลยกรรมในประเทศ ไม่ต้องบินไปทำที่ต่างประเทศในราคาแพงๆ

ทั้งนี้ภายหลังยื่นฟ้อง แล้วเสร็จ ในส่วนสำนวนคดีที่ยื่นฟ้อง บิ๊กโจ๊ก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 19 ส.ค. นี้ สำนวนคดีที่ ยื่นฟ้อง หนุ่ม กรรชัย ศาล นัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 9 ก.ย.นี้

ขอบคุณ poicenews

ปอท. จ่อเอาผิดครูบลู เปิดห้องลับโชว์สยิวเรียกเงิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลือครูบลู น.ส.จิรารัตน์ เน็ตไอดอลดังเป็นมือที่สาม ทำต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ กับ ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว ยุติความสัมพันธ์กัน
  • จากนั้นมีคลิปอ้างว่า ครูบลูได้เปิดกลุ่มลับโชว์เรือนร่าง เรียกเก็บเงินสมาชิก
  • ปอท. ทราบเรื่องจึงเร่งตรวจสอบ หากพบผิดจริง โทษคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (3 ก.ค. 2562) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. ได้ออกมากล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า ครูบูล น.ส.จิรารัตน์ เน็ตไอดอล และพริตตี้ชื่อดัง ได้มีการเปิดกลุ่มลับในโลกออนไลน์ เพื่อโชว์สยิวก่อนเรียกเก็บเงินลูกค้ารายละ 300-500 บาท เพื่อเข้ากลุ่มนั้น ว่า

เรื่องนี้ ทาง บก.ปอท. กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการโชว์อวดเรือนร่างจริง ก็ถือว่ามีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แก้ไข พ.ศ.2560 ม.14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ

ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ขอให้คำนึงถึงการกระทำในลักษณะที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การแชร์ ข้อความ รูปภาพ คลิปวีดีโอในสื่อสังคมโซเชียลมิเดีย ที่เป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายบริการทางเพศ การพนัน ลงรูปภาพในลักษณะลามกอนาจาร ด้วยวิธีการแชร์ เผยแพร่

จากการโพสต์ที่มีความผิด ซึ่งผู้ใช้บริการทางโซเชียลมิเดีย ต้องระมัดระวังกันมากและคำนึงถึงการกระทำใดๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีอัตราโทษทั้งจำและปรับ