ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาปรับขึ้น 350 บาท

ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาปรับขึ้น 350 บาท รูปพรรณรับซื้อ 20,132.48 บาท ขายออก 21,100.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 09.27 น. ซึ่งราคาทองปรับขึ้น 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 20,132.48 บาท ขายออกบาทละ 21,100.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 20,500.00 บาท ขายออกบาทละ 20,600.00 บาท

มอเตอร์เวย์สาย 7 พัทยา-มาบตาพุด คาดเปิดใช้งานในปี 63

กรมทางหลวง ก่อสร้างมอเตอร์เวย์สาย 7 ช่วงพัทยา–มาบตาพุด ตอน 9 เสร็จแล้ว คาดเปิดใช้งานในปี 63

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ – บ้านฉาง ช่วงพัทยา – มาบตาพุด ตอน 9 ระหว่าง กม.26 – กม.29 ระยะทาง 2.87 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เป็นการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงเข้าพัทยา ที่ กม.2 ไปยังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะทางตลอดสายประมาณ 31.15 กิโลเมตร รวมทางแยกเข้าอำเภอระยะทาง 7.85 กิโลเมตร

โดยโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 14 โครงการของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย พัทยา – มาบตาพุด ซึ่งภาพรวมคืบหน้ากว่าร้อยละ 97 ลักษณะการก่อสร้าง เป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวทางและไหล่ทางชนิดคอนกรีต ความกว้างช่องจราจร 3.6 เมตร ความกว้างไหล่ทางด้านนอก 3 เมตร ความกว้างไหล่ทางด้านใน 1 เมตร เกาะกลางเป็นแบบกดเป็นร่อง กว้าง 11.5 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 925,164,088 บาท

ทางหลวงพิเศษสายดังกล่าว คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2563 จะทำให้โครงข่ายทางถนนบริเวณพื้นที่รอบท่าเรือแหลมฉบังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีระบบขนส่งทางบกที่สมบูรณ์ เป็นไปตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมถึงระบบการขนส่งและการเดินทางจากกรุงเทพฯ – อำเภอมาบตาพุด และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ แขวงทางหลวงระยอง โทร 0 3861 1590 ต่อ 105 หรือสายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)


ขอบคุณภาพข้อมูล  www.doh.go.th

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ‘นาที’ ส.ส.ภูมิใจไทย แจ้งทรัพย์สิน-หนี้สินเป็นเท็จ

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ‘นาที รัชกิจประการ’ ส.ส.ภูมิใจไทย แจ้งทรัพย์สินที่ดินและหนี้สินคู่สมรสกว่า 95 ล้านบาท

วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้แจงกรณี นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสํานักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นางนาที สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย  และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อสมัยที่สอง จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวนวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 นั้น

ขอชี้แจงว่ากรณีดังกล่าว สํานักงาน ป.ป.ช. ได้ดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของ นางนาที สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งปี 2554 กรณีพ้นจากตําแหน่งเนื่องจากยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 โดยนางนาที รัฐกิจประการ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2557

ผลการตรวจสอบปรากฏว่า นางนาที ไม่แสดงรายการทรัพย์สิน ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของตนเอง ในท้องที่จังหวัดพัทลุงจํานวน 2 แปลง มูลค่า 2,000,000 บาท และหนี้สินของนายพิพัฒน์ รัฐกิจประการ (คู่สมรส) จากการกู้ยืมเงินบุคคลอื่น และหนี้ตามสัญญาซื้อขายหุ้น จํานวน 93,039,999 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินและหนี้สินที่ ไม่แสดงจํานวน 95,039,949 บาท

ทั้งนี้ สํานักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางนาที และนางนาที ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว สํานักงาน ป.ป.ช. จึงได้สรุปรายงานผลการตรวจสอบเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 แล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 9 เสียงว่า

นางนาที ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ จึงเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพื่อวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

และขอให้ลงโทษทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรค สอง (1), มาตรา 81, มาตรา167 ประกอบมาตรา 188