พริตตี้-เอ็มซี จากอาชีพสุดปังสู่ยุค ‘ซบเซา’

ประเด็นน่าสนใจ

  • พริตตี้-เอ็มซี เป็นอาชีพที่เคยเฟื่องฟู สร้างรายได้ให้หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีมากมาย ในยุคก่อนอาชีพนี้มีค่าตอบแทนที่สูง
  • เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้สื่อโซเชียลมีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคมมากขึ้น ๆ อาชีพพริตตี้กลับได้รับความนิยมลดลง ผู้ว่าจ้างหันไปทุ่มงบในการประชาสัมพันธ์รูปแบบอื่นมากขึ้น
  • อัตราการจ้างพริตตี้ เอ็มซี ต่ำลง รวมถึงราคาค่าจ้างจากที่เคยสูงมากนั้นก็น้อยลงด้วย

เมื่อพูดถึงอาชีพพริตตี้ หลายคนคงจะคิดถึงวลี ‘งานสบาย รายได้ดี ของฟรีเพียบ’ ซึ่งถ้ามองในแง่ของภาพลักษณ์ คนทั่วไปอาจจะมองอาชีพพริตตี้แตกต่างกันออกไปซึ่งอาจมีทั้งในแง่ดี และแง่ลบ

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มีอาชีพใหม่เกิดใหม่ที่เรียกกันติดปากว่า ‘พริตตี้’ ซึ่งเป็นอาชีพที่ดึงดูดหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี เพราะเป็นอาชีพนี้สร้างรายได้มากมาย สาว ๆ ที่ทำอาชีพนี้ มีโอกาสได้แต่งตัวสวยงาม นอกจากนี้มีเสียงยืนยันมากมายว่า เหล่าพริตตี้มีรายได้สูงลิ่วที่บางคนรับงานประเภทนี้เพียงไม่กี่วัน ก็ได้ค่าตอบแทนมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำของผู้ที่จบปริญญาตรีทั้งเดือนของยุคนี้แล้ว

ในยุคแรก ๆ เรียกได้ว่า สังคมให้ความสนใจกับอาชีพพริตตี้ เอ็มซี ซึ่งเป็นอาชีพที่เพิ่งเป็นที่รู้จักในช่วง 10 กว่าปี ซึ่งพริตตี้นั้นทำหน้าที่คล้ายศิลปินดาราขณะออกงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ เลือกใช้พริตตี้มานำเสนอสินค้า เนื่องจากว่าพริตตี้บางคนมีรูปร่างหน้าตาสวยงามไม่แพ้ดารา นักแสดง แม้จะไม่มีชื่อเสียงเท่า แต่ค่าตัวก็ถูกกว่าดาราหลายเท่า แถมยังสามารถดึงดูดคนให้เข้ามาสนใจผลิตภัณฑ์ได้ในระดับที่ดี

เมื่อย้อนประวัติอาชีพพริตตี้นั้น แรกเริ่มพริตตี้ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานขาย และเน้นการออกงานในงานออกบูธกิจกรรมแสดงสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ‘งานมอเตอร์โชว์’ ขณะที่อาชีพพริตตี้ เกิดขึ้นจากการที่รถยี่ห้อดัง เริ่มให้หญิงสาวที่มีหน้าตาน่ารัก มาคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถ เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของรถยี่ห้อนี้เป็นลูกค้าเพศชาย ต่อจากนั้นในยุคต่อมา บทบาทการเป็นพริตตี้ไม่ได้จำกัดแค่สินค้ารถยนต์เท่านั้น แต่ขยายไปถึงการประชาสัมพันธ์สินค้าต่าง ๆ มากมายหลายรูปแบบ

แม้ว่าฟังดูแล้ว อาชีพพริตตี้ อาจจะดูสวยงาม รายได้ดี เป็นอาชีพที่ดูง่าย ไม่ต้องลำบากอะไร แถมยังได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่คนที่เข้ามาทำอาชีพนี้ส่วนใหญ่ ต่างก็ต้องอดทนกับความยากลำบากหลายประการ ทั้งการยืนบนส้นสูงเพื่อแนะนำสินค้าเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ต้องตื่นมาแต่งหน้า แต่งตัวแต่เช้าเพื่อให้ลุคของตัวเองออกมาดูดีที่สุด ต้องรักษารูปร่างหน้าตาให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งอาชีพพริตตี้เป็นที่รู้จัก และแพร่หลายมากขึ้น

นอกจากนี้ วงการพริตตี้ดึงดูดหญิงสาวหน้าตาดีให้เข้ามาอยู่ในวงการมากมาย ทำให้การแข่งขันในอาชีพนี้สูงขึ้น สาวพริตตี้หลายคนต้องตระเวนแคสงานเพื่อให้ได้งานแต่ละงาน หากไม่เป็นที่ต้องการของลูกค้า ก็ต้องควักกระเป๋าอัพเลเวลให้หน้าตาสวยดูดี พอที่จะโดดเด่น เข้าตาลูกค้า และคัดเลือกเข้าไปทำงาน ซึ่งนั่นหมายความถึงต้นทุกที่สูงขึ้นในหลาย ๆ ด้าน

ในยุคหนึ่งพริตตี้ได้ชื่อว่าเป็นอาชีพที่มีค่าตัวสูงมาก คนที่อยู่ในวงการนี้บางคนถึงขั้นสามารถซื้อรถซื้อบ้านได้ด้วยตัวเอง ว่ากันว่า ในยุคแรก ๆ ค่าตัวของพริตตี้จะอยู่ที่ราว ๆ งานละ 3,000-10,000 บาทแล้วแต่ระดับความสวย ทั้งในเวลา 1 วัน พวกเธอยังสามารถรับงานได้มากกว่า 1 งาน และด้วยรายได้มากมายมหาศาลนั้น ทำให้อาชีพนี้เป็นที่ใฝ่ฝันของหญิงสาวทั่วทุกมุม เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะงานส่วนใหญ่มีระยะเวลาสั้น ๆ เจ้าของงานจึงไม่ได้กำหนดว่าคนที่จะมาเป็นพริตตี้ในงานต่าง ๆ จะต้องเรียนจบในระดับใด ขอแค่รูปร่างหน้าตาสวยเข้าตา พรีเซนต์สินค้าได้ดี แม้อยู่ในวัยเรียนก็สามารถทำได้ จึงมีนักศึกษาไปจนถึงนักเรียน ตบเท้าเข้ามาเป็นพริตตี้เป็นจำนวนมาก

ด้วยสาเหตุที่มีคนมากมายต้องการที่จะก้าวเข้ามาทำอาชีพนี้มาขึ้น ในยุคหนึ่งจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงเรื่องอัตราค่าจ้าง ที่เมื่อมีความต้องการทำงานมาก แต่ความต้องการจ้างงานในท้องตลาดยังคงเดิม จึงเป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้างที่มีโอกาสเลือกได้มากขึ้น และแม้จะลดเรทราคาลง ก็ยังคงมีสาว ๆ ที่เต็มใจรับงานเหล่านี้อยู่ ทำให้เรทค่าจ้างของพริตตี้ต่ำลงจนบางงาน จ่ายเงินจ้างกันแค่งานละ 800-1,000 บาทก็มี

วันนี้ทีมข่าว Mthai ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อรทัย โพธิเขตหรือ สายป่าน สาวสวยซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นพริตตี้ เอ็มซี พิธีกร นางแบบ โดยมีอายุงานในวงการได้ 2 ปีแล้วซึ่งเธอพูดถึงการทำงานพริตตี้ว่า การทำอาชีพนี้สวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีทักษะหลายอย่าง เช่นการยืนอยู่บนส้นสูงเป็นเวลานานๆ หรือ ทักษะการพูด การเชิญชวนลูกค้าให้สนใจในแบรนด์ที่ว่าจ้างเรา เรียกได้ว่า ต้องสวยด้วย เก่งด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้สายป่านยังได้เปิดเผยถึงงานในท้องตลาดที่มีลดน้อย ถอยลงอย่างมาก ว่าอาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ดี นอกจากนี้อัตราค่าจ้างงานพริตตี้ เอ็มซีนั้น ก็ลดลงมาก เนื่องจากคนที่เป็นพริตตี้มีมากขึ้น เลยทำให้การแข่งขันกันสูงขึ้น มีการกดเรทราคา ตัดราคากันเกิดขั้นค่ะ จึงเป็นผลทำให้เรทค่าจ้างถูกลงเรื่อย ๆ ซึ่งสำหรับตัวเธอเองนั้น ด้วยความที่งานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ลูกค้าเก่า ซึ่งเคยร่วมงานด้วยกลับมาจ้างซ้ำ หรือได้รับงานมาจากเพื่อนพริตตี้ด้วยกันเอง และอีกหนึ่งช่องทางก็จะเป็นกลุ่มงานของพริตตี้ เอ็มซีโดยเฉพาะ

อรทัย โพธิเขตหรือ สายป่าน

แม้จะมีคำกล่าวที่ว่าอาชีพพริตตี้เอ็มซีนั้น เป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืน ไม่มีใครที่สามารถจะทำอาชีพนี้ไปได้ตลอด เพราะรูปร่างหน้าตาก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลา หรืออาจจะมีเด็กสาว ๆ สวย ๆ รุ่นใหม่ ๆ เข้ามาให้เจ้าของงานอยากเลือกไปทำงานมากกว่าพริตตี้รุ่นเก่า ๆ ซึ่งในประเด็นนี้ สวยป่านได้กล่าวทิ้งท้ายไว้กับทีมงานว่า หากโอกาสในอาชีพนี้ลดน้อยลง ตนจะสนใจจะมองหาอาชีพเสริม เช่นแม่ค้าออนไลน์แบบ ไลฟ์สดขายของ หรือเอาดีทางด้านงานพิธีกร เพราะถ้าอายุมากขึ้นอย่างน้อย พิธีกรก็ยังสามารถรับงานได้อยู่

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ๆ ที่ทำให้อาชีพพริตตี้เอ็มซีซบเซาลงนั้น อีกสาเหตุหนึ่งเกิดขึ้นเพราะเนื่องจากปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตคนทุกเพศทุกวัย ทำให้ผู้ว่าจ้าง บริษัท ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หันไปเจาะกลุ่มผู้ใช้สื่อโซเชียล ทำให้เกิดอาชีพใหม่ที่ชื่อว่า ‘เน็ตไอดอล’ ซึ่งเป็นผู้ที่มีคนในโลกไซเบอร์ติดตามเป็นจำนวนมาก และเป็นผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ เมื่อมีการจ่ายเงินจ้างให้รีวิวสินค้าต่าง ๆ นอกจากที่จะมีผู้ให้ความสนใจมากกว่าการลงทุนไปกันงานอีเว้นท์ต่าง ๆ และบางครั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการออกบูทกิจกรรมที่มีพริตตี้ เอ็มซีเป็นหน้าเป็นตาด้วยซ้ำ

Did you know พริตตี้ เอ็มซี ต่างกันอย่างไร

  • พริตตี้ สาวสวยที่ทำหน้าที่นำเสนอสินค้า ในงานเเสดงสินค้า เเละ อีเวนต์ต่างๆ บางงานใช้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าผู้ชาย หรือกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ
  • พริตตี้บอย หนุ่มหล่อ รูปร่างดี ทำหน้าที่นำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ ใช้ในงานที่ต้องการดึงดูดลูกค้าผู้หญิง หรือนำเสนอสินค้าสำหรับเพศชาย
  • เอ็มซี หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี มีทักษะในการพูด นำเสนอ หรือ บอกรายละเอียดของสินค้าและบริการผ่านการประกาศออกไมค์ มักใช้นำเสนอสินค้า ควบคู่กับพริตตี้ ทั้งบนเวที หรือตามบูทกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะมีค่าตัวที่สูงกว่าตำแหน่งพริตตี้ราว ๆ งานละ 300-1,000 บาท

เช็กวันเงินเข้า ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ประจำเดือน ก.ค. 62

วันรับเงินต่างๆ สำหรับผู้ถือ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ประจำเดือน ก.ค. 62  พร้อมรายละเอียดเงื่อนไข มีดังนี้

1 ก.ค. 62

  • เงินซื้อสินค้า 200-300 บาท
  • ใช้รูดซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการ
  • กดเป็นเงินสดที่ตู้ ATM ไม่ได้
  • สำหรับทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี รับ 300 บาท รายได้เกิน 3 หมื่นบาทต่อปีรับ 200 บาท)
  • วงเงินค่ารถโดยสาร รถเมล์ (ที่มีระบบ e-Ticket) รถไฟฟ้า BTS (บัตรHybrid, Emv.4.0Contactless) ใช้ได้เฉพาะเขต กทม. นนทบุรี อยุธยา ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร 500 บาท
  • วงเงินค่ารถไฟ 500 บาท
  • วงเงินค่ารถ บขส. 500 บาท
  • ค่ารถใช้กดเงินสดไม่ได้ ไม่สามารถใช้แทนกันไม่ได้ เงินค่ารถที่เป็นส่วนต่างต้องออกเองทั้งหมด และไม่มีการทบยอด วิธีใช้คือนำบัตรสวัสดิการ+บัตรประชาชน ส่งให้จนท. ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร

9 ก.ค. 62

  • เงินผู้พิการ 200 บาท
  • กดเป็นเงินสดที่ตู้ ATM ได้ หรือใช้รูดซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการ
  • เริ่มแจกวันที่ 9 ของเดือน แต่ไม่เกินวันที่ 15 ของเดือน

12 ก.ค. 62

  • เงินค่าเช่าบ้าน 400 บาท
  • ได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และแจ้งว่าเช่าบ้าน/ไร้บ้าน
  • กดเป็นเงินสดที่ตู้ ATM ได้ หรือใช้รูดซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการ

18 ก.ค. 62

  • เงินค่าน้ำไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • เงินค่าไฟไม่เกิน 230 ต่อครัวเรือนต่อเดือน
  • กดเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 100 หรือ 230 บาท (ตามบิลจริงค่าน้ำ/ไฟ) หรือใช้รูดซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการ
  • เงินที่เข้าในเดือนนี้คือบิลของเดือน มิ.ย.
  • สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนกับการประปาและการไฟฟ้าไว้เท่านั้น

21 ก.ค. 62

  • เงินค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล 1,000 บาท ต่อคน จ่ายครั้งเดียว
  • กดเป็นเงินสดที่ตู้ ATM ได้ หรือใช้รูดซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับผู้ที่มีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในเดือนนั้นๆ เท่านั้น

มาตรการที่สิ้นสุดในเดือน ก.ค. 62 นี้ (จ่ายงวดสุดท้าย มิ.ย. 62)

  • เงินฝึกอาชีพ
  • เงินช่วยเหลือค่ายังชีพผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้อนุมัติขยายเวลาโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 62 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 62 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการลงทะเบียนรอบใหม่นั้นคาดว่าจะเป็นภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขยายเวลาถึง 31 ธันวาคมนี้

กลุ่มสามมิตรยกธงขาว ให้อำนาจนายกฯ ตัดสินเก้าอี้ครม.

‘กลุ่มสามมิตร’ ยอมถอย ไม่ขับไล่ ‘สนธิตน์’ ออกจากพรรค พร้อมยอมรับและเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ในการจัดตั้งครม.

วันนี้(2 ก.ค.) เวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร  ได้แถลงข่าวกรณีที่กลุ่มสามมิตร จะเสนอญัตติขับไล่ นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิพรรค ในวันนี้นั้น

นายอุตตม กล่าวว่า กลุ่มสามมิตรได้แจ้งตนว่าได้หารือกันภายในกลุ่มก็ได้แสดงความเห็นและสะท้อนความคิดในฐานะ ส.ส. เมื่อสะท้อนแล้วที่ท่านได้แจ้งคือ เรื่องทั้งหลายถือว่าจบลงตรงนั้นแล้ว  เราได้รับเลือกมาทำงาน  ดังนั้นกลุ่มสามมิตรจึงแจ้งว่าพร้อมจะเดินหน้า ส่วนขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องของนายกฯจะดูแลต่อไป

พรรคพลังประชารัฐ มีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง เป็นปกติของระบอบประชาธิปัตย์ ถกกันถกกันแล้วก็จบ สส.เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน จากนี้ก็จะเดินหน้าทำเพื่อประชาชนต่อไป

นายสุริยะ กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้อาจมี ส.ส. ของกลุ่มออกมาแสดงความน้อยใจ แต่ในที่สุดก็พูดคุยจนเข้าใจว่าอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หรือไม่อยากให้มองว่ากลุ่มสามมิตรก่อปัญหา วานนี้หลังจากแถลงข่าวก็ได้มาหารือกันใหม่ และเห็นตรงกันว่า การให้ใครอยู่ตำแหน่งไหน ทางสามมิตรพร้อมยอมรับให้ท่านนายกฯ เป็นคนตัดสินใจ หากตัดสินใจอย่างไร เราจะเคารพและไม่ออกมางอแง

ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องยื่นกรณีนายสนธิรัตน์จะหยุดไม่ถอดถอนอะไร  และที่ผ่านมาข้อมูลที่สื่อสารไปยังผู้มีอำนาจสูงสุดอาจจะไม่ชัดเจนในการสื่อสาร ทำให้ไม่ตรง เราเลยคิดว่าการดำเนินการของกลุ่มวานนี้เป็นการสื่อสารให้ชัดเจนและสุดแล้วแต่ผู้มีอำนาจจะตัดสินใจ ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น กลุ่มสามมิตรจะไม่สร้างปัญหาให้นายกฯ เพื่อทุ่มเทมีเวลาทำงานให้ประเทศ