ย้อนเหตุการณ์ความรุนแรง ของผู้เห็นต่างทางการเมือง

ย้อนเหตุการณ์ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นกับผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยหลายเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

หลายต่อหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความเห็นต่างทางการเมือง จนนำไปสู่การแสดงออกที่รุนแรง และนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายหลายครั้ง แต่หลายเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้

สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด ในเวลาประมาน 11.00 น. ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 4 รุมทำร้ายร่างกาย บริเวณปากซอยรามอินทรา 109 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หัวแตก ดั้งหัก เบ้าตาแตก และ เลือดคั่งในเบ้าตา ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือนที่จ่านิวถูกทำร้ายร่างกาย

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยวินาทีที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากย่านลาดปลาเค้า ในเวลาประมาณ 08.00 น. ก่อนที่จะมาดักรอทำร้าย จ่านิว บริเวณที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามเส้นทางถนนรามอินทรา จนถึงห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์แล้ว

หลังเกิดเหตุการณ์อุกอาจ ยิ่งเป็นแรงกระเพื่อมให้กระแสการเมืองที่ร้อนแรงอยู่แล้วทวีความร้อนแรงขึ้นไปอีก ทางฝั่งฟากพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ต่างออกมาประนามการกระทำความรุนแรงนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำลักษณะนี้เกิดจากฝีมือฝั่งรัฐบาลหรือไม่ เดือดร้อนถึง พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกโรงเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการจับคนร้ายให้ได้

อีกด้านหนึ่งมีข้อมูลว่า การถูกรุมทำร้ายของจ่านิวอาจมาจากปัญหาหนี้สินที่ทางครอบครัวกำลังประสบอยู่ ต้องย้ายที่อยู่หลายครั้งเพื่อหลบหน้าเจ้าหนี้ ทำให้ตำรวจต้องนำประเด็นนี้มารวมอยู่ในประเด็นการสืบสวนด้วย แต่ประเด็นนี้ก็ถูกแม่ของจ่านิวออกมาปฏิเสธทันที

สำหรับความคืบหน้าทางคดี เบื้องต้นตำรวจได้ดำเนินการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว 3 คน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยเน้นเรื่องตำหนิรูปพรรณของคนร้าย ขณะที่ฝ่ายสืบสวนได้นำภาพรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว มาเทียบเคียงกับภาพในกล้องวงจรปิด โดยจะให้จ่านิวเป็นผู้ยืนยันว่า ลักษณะของรถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าว ตรงกับพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุใช่หรือไม่

รวมทั้งจะมีการสอบปากคำจ่านิวในประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง และเรื่องส่วนตัวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ในอดีต และช่วงก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน รวมถึงประเด็นที่เจ้าตัวสงสัยว่าถูกบุคคลอื่นติดตามในช่วง 2-3 วันก่อนเกิดเหตุด้วย

ย้อนเหตุการณ์ไปวันที่ 19 มกราคม 2562 นาย เอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง ถูกรุมทำร้ายจากชายฉกรรณ์ 4 คน ที่บริเวณใกล้กับสะพานพระปิ่นเกล้า หลังจากการทำกิจกรรมเดินรณรงค์ไม่เลื่อนเลือกตั้งที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา – ถนนข้าวสาร

1 เมษายน 2562 หลังกลับจากกิจกรรมล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง รถของนายเอกชัยถูกเผาจนเสียหายทั้งคัน ทำให้รายชื่อที่หามาได้รับความเสียหาย

นอกจากทั้ง 2 เหตุการณ์ นายเอกชัยเคยถูกชาย 3 คน ดักทำร้ายร่างกายที่บริเวณป้ายรถเมล์ปากซอยเข้าบ้านย่านลาดพร้าวเมื่อ 22 ส.ค. 2561 หลังเดินทางกลับจากการรณรงค์ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย

ฟอร์ด เส้นทางสีแดง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นอีก 1 บุคคลที่เคยถูกรุมทำร้าย โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 ถูกชาย 6 คนขี่มอเตอร์ไซด์ 3 คันรุมทำร้ายร่างกายระหว่างขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากบ้านพักในช่วงเช้าจนศรีษะแตก แพทย์ต้องเย็บ 8 เข็ม

แบงก์ชาติเผย ค่าเงินบาทแข็ง-ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ใครเสียประโยชน์?

เฟซบุ๊ค ธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand ให้ข้อมูลว่า ค่าเงินบาทแข็ง VS ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ใครเสีย? โดยระบุว่า 

ค่าเงินบาทหรืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทเทียบกับเงินสกุลต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด เช่น ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง เราอาจใช้เงินบาทเพียง 32 บาท เพื่อแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในบางช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทอ่อน เราต้องใช้เงินบาทเพิ่มเป็น 34 บาท เพื่อแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ

การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า นักลงทุน และผู้ที่กู้เงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งผู้ที่ได้ และเสียประโยชน์เสมอ

การดูแลค่าเงินบาทจึงต้องพิจารณาผลกระทบให้รอบด้าน และเป็นไปไม่ได้เลยที่แบงก์ชาติจะทำการฝืนตลาดเพื่อทำให้ค่าเงินบาทอ่อนหรือแข็งค่า

การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน จะเป็นไปตามกลไกตลาด ทั้งนี้ แบงก์ชาติจะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนมากจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

“บิ๊กป้อม” ยืนยัน กรณีจ่านิวให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เร่งหาตัวคนผิด

“บิ๊กป้อม” ยืนยัน กรณีจ่านิวให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เร่งหาตัวคนผิด ปัด ไม่ทราบปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้ ( 2 ก.ค. 62 ) ที่ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลพลเอกประวิตร์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุ ว่าจะมีการหารือการล้างกฎหมาย คสช.หรือไม่ ส่วนกรณี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวถูกทำร้าย ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยแล้ว

ส่วนจะให้ดูแลหลังจากออกจากโรงพยาบาลหรือไม่ ต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้ร้องขอ และเชื่อว่า จะไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ขณะนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับได้นั้น เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะสามารถนำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับได้ แต่ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต้องจับคนทำให้ได้

พลเอกประวิตร ระบุถึงความขัดแย้งใน พรรค พลังประชารัฐ จะกระทบนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกรัฐมนตรี นั้น เชื่อว่า จะไม่กระทบ และปฎิเสธตอบคำถามว่าตกลงกันได้หรือไม่