ชูวิทย์ โพสต์แนะวิธีล้มรัฐบาล ยกตัวเองเป็นแบบอย่าง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชูวิทย์เผยการอภิปรายแถลงนโยบาย ไม่มีอะไรใหม่จากทั้ง รัฐบาลและฝ่ายค้าน
  • วิธีล้มรัฐบาลสามารถทำได้ 3 ข้อคือหลักฐานเด็ด ประเด็นประทับใจ และผู้นำเสนอมีแรงกระตุ้น
  • หลักฐานเด็ดที่ว่าคือต้องเป็นข้อมูลลับ และประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แสดงความเห็นถึงการอภิปรายแถลงนโยบายในช่วงวันที่ 25-26 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยเขาเผยว่า การอภิปรายในวันดังกล่าวไม่มีอะไรมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิม คือการใช้วาทะยั่วยุกันไปมา โดยเฉพาะฝ่ายค้าน

ซึ่งหากฝ่ายค้านอยากล้มรัฐบาลจริงๆ ก็ต้องใช้กลเม็ด 3 ขั้นตอนคือ ต้องมีข้อมูลลับ ถึงจะล้มรัฐบาลได้อย่างที่ตนเคยเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาแล้ว โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

กลยุทธ์ล้มรัฐบาล

การอภิปรายที่สภาวันก่อนไม่ได้มีอะไรใหม่ หาสาระที่ประชาชนจับต้องไม่ได้ ยังคงเป็นการสะกิดอดีต ตอบโต้ ประท้วง ยั่วยุให้โมโห ใช้ลีลาประกอบ แล้วหาช่องทิ่มแทง เป็นเรื่องปกติที่ทุกสมัยทำกัน

หากคิดจะเล่นของแรงเขย่ารัฐบาลได้ ต้องมีข้อมูลลับ ชนิดชาวบ้านอ้าปากค้าง ต้องให้สังคมเชื่อฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาล ตอนนี้เรียกว่าแค่ประลองกำลังหยั่งเชิงกันเฉยๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่ จึงขอแนะนำ จากอดีตฝ่ายค้านที่เคยอภิปรายวันแถลงนโยบายจนรัฐบาลจุกอก ดังนี้

  1. หลักฐานเด็ด ที่ข้าราชการประจำต้องให้ความร่วมมือ (เป้าหมาย)
  2. ประเด็นที่กระทบจิตใจของสังคม ทำให้สาธารณชนตระหนัก (หัวใจ)
  3. ผู้นำเสนอ ต้องมีแรงกระตุกที่รุนแรงด้วยลูกล่อลูกชนที่ครบเครื่อง (เครื่องมือ)

ทั้งสามอย่างต้องประกอบกันด้วยสัดส่วนที่ลงตัวคือแรงสั่นสะเทือนที่หัวหน้ารัฐบาลต้องระวังตัว ยิ่งระวังมาก โอกาสที่ลิ่วล้อจะทำพลาดก็ยิ่งมาก ตามประสาการเมืองไทย ในอดีตวันอภิปรายนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ผมได้นำเสนอเรื่องบ่อนการพนันใหญ่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก มีคนเข้าไปเล่นวันหนึ่งๆ เกือบพันคนไม่ต่างจากมาเก๊า โต๊ะพนันเรียงกันเป็นตับ ทั้งบาคาร่า ไฮโล ตู้สล็อต โดยมีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปวิดีโอชัดเจน ตรงเป้าหมายตามข้อที่ 1

เพื่อทำให้เห็นว่า ตำรวจดูแลไม่ทั่วถึง หรือมีไฟเขียวให้เปิดได้ แม้มีคนเตือนผมว่าที่นี่ของแรง อย่าบังอาจไปแตะ แต่ผมไม่เชื่อ มั่นใจว่าเป็นพวกแอบอ้างมากกว่า จึงต้องลองของ เพราะของยิ่งแรง รัฐบาลยิ่งพัง

จึงส่งสายลับกล้าตายแฝงตัวไปถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน แต่ผมขาดความร่วมมือจากข้าราชการประจำ (แน่นอนว่าหากตำรวจดีๆ ในยุคนั้นให้ความร่วมมือ หรือหากยุคนี้มีทหาร หน่วยราชการอื่นๆ ดีๆ ช่วย ผลออกมาต้องพังมากกว่านี้หลายเท่าทวีคูณ)

หลังจากผมอภิปรายเสร็จ ด้วยความเอื่อยเฉื่อย ล่าช้า โยกโย้อยู่ 3 วัน หลักฐานขนาดบ่อนทั้งบ่อน จึงไปกับขบวนรถสิบล้อที่ขนอุปกรณ์หนีทั้งคืน จนหายวับไปกับตา เป้าหมายของผมตามข้อ 1 จึงได้ผลเพียง 50%

แต่ในข้อ 2 ผมได้ 100% แน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อสังคม บ่อนการพนันเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสดงให้เห็นถึงการทุจริตคอรัปชั่นของข้าราชการ อันถือว่าเป็นหัวใจให้ประชาชนได้รับรู้ ส่วนเครื่องมือในข้อ 3 ประกอบด้วยตัวผม ลีลานำเสนอ และจังหวะจะโคน อันทำให้ครั้งนั้นผมได้คะแนนความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อสาธารณะเกือบเต็ม 100%

ทำไมคนถึงเชื่อผมมากกว่ารัฐบาล?

แค่ฝ่ายค้านที่กล้าเพียงคนเดียว เชื่อเถอะครับ ว่าสามารถล้มรัฐบาลได้ แต่ฝ่ายค้านคนนั้นต้องมี 3 อย่างประกอบกันถึงจะถล่มรัฐบาลได้ไม่ว่าเรื่องไหน ไม่มี 3 อย่างนี้ ก็ยากที่จะคิดไปล้มตอ หากจะไปเอาเรื่องที่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว มันไม่มีแรงกระเพื่อมแต่อย่างใด เมื่อมวลชนไม่มี นักการเมืองพูดไปก็ไร้ความหมาย

เหมือนคนดูมวย ชกไม่สนุก ไม่ต้องลุ้นตอนจบก็รู้อยู่แล้วว่าใครชนะ แต่หากขยันปล่อยหมัด แม้ว่าแพ้คะแนน แต่ชนะใจคนดู ครั้งหน้ารัฐบาลยิ่งกลัว รอจังหวะเผลอวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลไม่ล้ม แต่หมดความน่าเชื่อถือ รอนับวันเลือกตั้งใหม่

ยิงสลุตหลวง 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวงรัชกาลที่10’

ประเด็นน่าสนใจ

  • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ทำพิธียิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10
  • เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

วันนี้ ( 28 ก.ค. 62 ) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 12.00 น. กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ทำพิธียิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา 28 กรกฎาคม 2562

ทั้งนี้การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือ ธง หรือ บุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ คำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินีหรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุตจำนวน 21 นัด

ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด

ตำรวจฝากขัง ‘ใบปอ ไม่ตรงปก’ ก่อนยื่นคัดค้านประกันตัว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พนักงานสอบสวน คุมตัวนางสาวนิทิวรรณ หรือ ใบปอ ไม่ตรงปก ฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว
  • ใบปอ ไม่ตรงปก ผู้ต้องหาในข้อหาพรบ.คอมฯ และฉ้อโกงประชาชน หลังหลอกหนุ่มโดยการใช้รูปภาพผู้อื่น สูญเงินกว่า 2 ล้าน

วันนี้ (28 ก.ค.62) พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย เขต2 ควบคุมตัวนางสาวนิทิวรรณ เรืองทิพวรรณ หรือ ใบปอ ผู้ต้องหาในข้อหาพรบ.คอมฯ และฉ้อโกงประชาชน ไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

จากกรณีนายธรานนท์ ถิรายันติกุล หรือ นนท์ โอนบ่อย อายุ 27 ปี ถูก นางสาวนิทิวรรณ เรืองทิพวรรณ หรือ ใบปอ หลอกลวงโดยการนำภาพสาวสวยมาแอบอ้าง จากนั้นมีการพูดคุยเชิงสนิทสนม และตกลงคบหากันในปี 60 ก่อนจะหลอกให้โอนเงินส่งให้ฝ่ายหญิงกว่า 2 ล้านบาท

โดยผู้ต้องหามีสีหน้ายิ้มแย้ม และดูท่าทางสบายใจอย่างเห็นได้ชัด กล่าวสั้นๆว่า ได้มีโอกาสติดต่อกับญาติที่ต่างจังหวัด ซึ่งตนได้พูดและอธิบายความรู้สึกไปหมดแล้ว คิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก และยืนยันว่าญาติไม่ต้องมาประกันตัว ซึ่งเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวด้วย

ขอบคุณ : สวพ.Fm91