เครือเมเจอร์ฯ ให้ดูหนังฟรี ทุกโรง 28 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมเจอร์ฯ ประกาศให้คนไทยดูหนังฟรีได้ทุกโรงพรุ่งนี้ (28 ก.ค.)
  • แต่มีเงื่อนไขคือต้องเป็นรอบก่อน 12.00 น.

วันนี้ (27ก.ค.) คนในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความจากเพจ Major Group ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารของโรงภาพยนตร์ชื่อดังที่ได้ออกประกาศ ว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยเข้าชมภาพยนตร์ฟรี ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 นี้

ทุกโรงในเครือทั่วประเทศ โดยสาเหตุของการเปิดให้ชมฟรีภาพยนตร์ครั้งนี้เป็นผลมาจากวันดังกล่าวเป็นวันแห่งความสุขของคนไทยนั่นเอง

ทั้งนี้การเข้าชมภาพยนตร์ฟรีของเครือเมเจอร์ ดังกล่าว มีเงื่อนไข และขั้นตอนการรับบัตรดูหนังฟรี ! คือ

  1. ทางสาขาเปิดรับลงทะเบียนดูหนังฟรี ก่อนเวลาฉาย 30 นาที (รอบก่อน 12.00 น.)
  2. 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ ( ลูกค้าต้องแสดงตัวเท่านั้นเพื่อรับสิทธิ์ ไม่สามารถรับสิทธิ์แทนได้ )
  3. รับบัตรชมภาพยนตร์ได้ที่ บริเวณหน้าจุดลงทะเบียนสาขาฯ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ
  4. บัตรชมภาพยนตร์นี้ สามารถใช้ได้เฉพาะในระบบปกติเท่านั้น (ยกเว้น ระบบ IMAX, 4DX, VIP Screen, Screen X และ Kids Cinema )
  5. ตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการเพิ่มเติมได้ที่ www.majorcineplex.com
  6. สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งของโรงภาพยนตร์แต่ละสาขา
  7. เข้ารับสิทธิ์ตามลำดับก่อนหลัง
  8. ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่ง
  9. บัตรนี้ไม่สามารถจำหน่าย แลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  10. กิจกรรมนี้เฉพาะวันที่ 28 กรกฎาคม 2562
  11. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
  12. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สำหรับโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ กรุ้ป ประกอบด้วย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, อีจีวี, พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์, อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์, เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์,

เมกา ซีนีเพล็กซ์, พาราไดซ์ ซีนีเพล็กซ์, พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์, หาดใหญ่ ซีนีเพล็กซ์, ไดอาน่า ซีนีเพล็กซ์, บลูพอร์ต ซีนีเพล็กซ์, โคราช ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต และ ไอคอน ซีเนคอนิค

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ย้ำ!! คำว่า ‘ศรีราชา’ ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย คำว่า “ศรีราชา”เป็นชื่ออำเภอในจังหวัดชลบุรี ไม่สามารถรับจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าและถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวได้
  • เผย นประเทศไทยเอง มีผู้ประกอบการไทยนำคำว่า“ศรีราชา” ไปใช้กับซอสพริกที่ตนผลิตหลากหลายยี่ห้อและขายในราคาที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาและในประเทศอื่นๆ

วานนี้ (26 ก.ค.62) กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊ก กรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุถึงกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับซอสพริกศรีราชาของไทยและที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจนทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับการใช้ชื่อศรีราชานั้น

คำว่า “ศรีราชา”เป็นชื่ออำเภอในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ตามกฎหมายเครื่องหมายการค้าของไทยและต่างประเทศไม่สามารถรับจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าและถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียว แต่ผู้ประกอบการสามารถใช้คำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้าได้ เช่น มีภาพ ชื่อหรือข้อความประกอบกับคำว่าศรีราชา

ซึ่งในประเทศไทยเอง มีผู้ประกอบการไทยนำคำว่า“ศรีราชา” ไปใช้กับซอสพริกที่ตนผลิตหลากหลายยี่ห้อและขายในราคาที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาและในประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ประกอบการนำคำว่า“Sriracha” ไปใช้กับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ทั้งซอสปรุงรส ขนมขบเคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น

กรณีดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของคำว่าศรีราชาและใช้ชื่อนี้แต่เพียงผู้เดียวได้

ป.ป.ส. ย้ำ!! ปี 61-63 ‘กัญชง’ อนุญาติให้หน่วยงานราชการปลูกได้เท่านั้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เผยปี 61 ถึงสิ้นปี 63 ในระยะเวลา 3 ปีนี้ อนุญาตให้เฉพาะหน่วยงานราชการที่สามารถปลูกกัญชงและกัญชาได้ เพื่อใช้ในการศึกษาและวิจัย
  • เผยทาง ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่างระเบียบที่จะให้ชาวบ้านได้ปลูกกัญชงได้ และเตรียมผลักดันการนำเมล็ดกัญชงมาใช้

นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เปิดเผยตั้งแต่เดือนมกราคมปี 61 ถึงสิ้นปี 63 ในระยะเวลา 3 ปีนี้ อนุญาตให้เฉพาะหน่วยงานราชการที่สามารถปลูกกัญชงได้โดยพื้นที่ที่ปลูกสามารถปลูกได้เพียง 6 จังหวัดตามที่กำหนดไว้เท่านั้นและแยกย่อยออกเป็น 15 อำเภอที่ได้รับการอนุญาตในการเพาะปลูก แบ่งเป็นภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.น่าน เป็นภาคเหนือตอนล่าง จะมี จ.เพชรบูรณ์และ จ.ตาก

โดยขณะนี้ทาง ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่างระเบียบที่จะให้ชาวบ้านได้ปลูกกัญชงได้ โดยอาจจะมีข้อบังคับในการปลูกอาทิ ระยะเวลาเก็บเกี่ยวต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นกัญชงออกดอกและกลายเป็นเมล็ด ซึ่งหากไม่มีการควบคุมตัวเมล็ดกัญชงที่ออกมาจะกลายพันธุ์ ทำให้ค่าของ THC สูงและเป็นกัญชาในที่สุด แต่ในอนาคตทางเราอาจมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้มีการนำเมล็ดกัญชงมาใช้ เนื่องจากผลวิจัยพบว่าสารสกัดจากเมล็ดกัญชงนั้นมีสารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างมากโดยเฉพาะโอเมก้า 3