รักษ์สิ่งแวดล้อม! “พิพัฒน์” ชู ปี 63 ลดถุงพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยว 50%

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เผยรายได้ของนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นรายได้ที่เข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ประสานสถานทูตจีน ตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาบริษัททัวร์นำเที่ยวทำผิดกฎหมาย
  • พร้อมผลักดัน เศรษฐกิจการแบ่งปัน (Sharing economy) เพื่อแก้ไขการบริการสาธารณะ โดยให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้ง่ายขึ้น
  • ชูนโยบาย “ลด โลก เลอะ” ลดการใช้ถุงพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ 50% ภายในปี 2563

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงประเด็นที่ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรซักถามเรื่อง ปัญหารายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ระบุว่า รายได้ของนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นรายได้ที่เข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ในส่วนของปัญหาที่บริษัททัวร์นำเที่ยวทำผิดกฎหมาย ตนกล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมมือกับสถานทูตจีน ตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ปัจจุบันได้รับการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้เป็นที่เรียบร้อย

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

ต่อมา ประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวที่กระจุกอยู่ในเมืองหลัก โครงสร้างพื้นฐานในเมืองรอง ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้นั้น ในขณะนี้รัฐบาลได้มีโครงการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน หลายโครงการ เช่น ระบบราง สนามบิน ทางหลวงชนบท เป็นต้น หากดำเนินการแล้วเสร็จ การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวจเป็นไปได้อย่างง่ายขึ้น

ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะผลักดัน เศรษฐกิจการแบ่งปัน (Sharing economy) เพื่อแก้ไขการบริการสาธารณะ โดยให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้ง่ายขึ้น นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า ตนได้เน้นเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และการรักษาสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ส่วนปัญหาเรื่องขยะในสถานที่ท่องที่ยว นโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการจัดการขยะในแหล่งท่องเที่ยว ทางรัฐบาลได้มอบให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการ “ลด โลก เลอะ” โครงการนี้เน้นในเรื่อง ลดการใช้ถุงพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ 50% ภายในปี 2563

ทางด้านนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานและชักชวนนักท่องเที่ยวเหล่านี้ให้มาเที่ยวประเทศไทยให้มากขึ้น คาดว่าจะเห็นผลภายในปี 2562 ซึ่งตรงกับฤดูหนาวในการท่องเที่ยวของทวีปยุโรปและอเมริกา โดยปกติของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้มาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นประจำอยู่แล้ว ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานงานไปทางประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกาเรียบร้อย เพื่อให้นักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากยิ่งขึ้น นายพิพัฒน์กล่าว

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (27 ก.ค.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง
  • ภาคอื่นๆมีฝนลดลง
  • คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย มีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง ส่วนบริเวณภาคอื่นๆ มีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อน

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี นครราชสีมา และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เจาะเลือดถึงบ้าน!! แพทย์มิติใหม่สแตนบาย 24 ชม. คลิกเดียวรู้ทันโรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • เปิดมิติบริการทางการแพทย์ยุคใหม่ “Healthy Life Plus” สร้าง EcoHealth System รูปแบบการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างครบวงจร
  • ระบบนี้เอื้อลูกค้าเข้าถึงบริการทุกที่ ทุกเวลา คลิกเดียวถึง ผ่านแอพพลิเคชั่น ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

นายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การส่งเสริมคุณภาพชีวิตเเละสุขภาพที่ดีของคนไทยคือหัวใจหลักที่เรายึดมั่น โดยในปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว คนรุ่นใหม่ต้องการความว่องไว เข้าถึงง่าย และความคุ้มค่าของเวลา ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่และความท้าทายของธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare)

“เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา เกิดการดิสรัปชั่นซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้มีการสร้างใหม่เเละมีจุดเปลี่ยนใหม่ร่วมกัน หลายองค์กรสามารถร่วมมือกันได้หากมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยในธุรกิจโรงพยาบาลจุดมุ่งหมายสำคัญของเราคือไม่อยากให้คนป่วย เเละเชื่อว่าเมื่อลูกค้าไม่ป่วยก็จะคิดถึงเราเอง จึงเกิดคำถามว่าถ้าไม่มีคนป่วยธุรกิจเราจะอยู่อย่างไร ผมจะตอบเสมอว่าโรงพยาบาลของเราไม่ได้ตั้งมารักษาคนไข้เพื่อให้ได้เงิน เเต่เราทำเพื่อเพิ่มคุณค่า รักษาคนป่วยส่วนน้อยให้ดีขึ้นเเละป้องกันไม่ให้คนส่วนมากป่วย ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประเทศทั้งทางสังคมเเละเศรษฐกิจ”

นายแพทย์ชัยรัตน์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับไทยประกันชีวิตในครั้งนี้ เนื่องจากทั้งสององค์กรมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ #เราไม่อยากให้ใครป่วย อยากให้คนไทยมีสุขภาพดี รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้เป้าหมายการสร้าง EcoHealth System เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสุขภาพในเชิงป้องกัน หรือ Preventive Medicine จึงเกิดการสร้าง Brand Collaboration ขึ้น และขยายฐานการดูแลสุขภาพสู่วงกว้างมากขึ้น

“การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต่อจากนี้ โดยผู้ให้บริการจะต้องคิดค้น พัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง โดยสมิติเวชจะอำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Samitivej Virtual Hospital และแอปพลิเคชั่น Samitivej Plus รวมถึงจัดโปรแกรมการดูแลสุขภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การบริการข้อมูลทางด้านสุขภาพ การจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพเเละอื่นๆอื่นมากมาย”

สำหรับ Samitivej Virtual Hospital เป็นการนำเทคโนโลยี Telehealth เชื่อมโยงกับบริการทางการแพทย์ที่มีอยู่เดิม ก่อให้เกิดบริการทางการแพทย์แบบรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด #คลิกเดียวถึง ถือเป็นการเปลี่ยนมิติของการดูแลสุขภาพด้าน Healthcare ของสมิติเวช โดยให้บริการด้านต่างๆประกอบด้วย Teleconsultation บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่าน Video Call ด้วยทีมแพทย์และทีมพยาบาลของสมิติเวชโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง บริการเจาะเลือดถึงบ้าน Test @Home แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันที บริการจัดส่งยา Medicine Delivery บริการ Vaccine @Home การฉีดวัคซีนถึงบ้านโดยพยาบาลวิชาชีพ และ Virtual Weight Management Program ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล

“หลังจากเปิดให้บริการผลตอบรับที่ได้คือเราสามารถช่วยคนไข้ได้จริง ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีปัญหาเท้าบวม ไม่สามารถออกจากบ้านได้ ส่งข้อมูลเเละภาพมาเพื่อขอคำเเนะนำโดยเเพทย์ จากนั้นประเมินเบื้องต้นพบว่ามีความอันตรายต้องเข้ารักษาอย่างเร่งด่วน ขณะที่อีกกรณีมีผื่นขึ้นเเต่อยู่ต่างประเทศ ก็ส่งรูปมาปรึกษาเเพทย์ได้รับคำเเนะนำว่าเป็นผื่นเเพ้อากาศทั่วไปก็ให้ความสบายใจต่อลูกค้าได้ ดังนั้นเราจึงมองว่าการเเนะนำเบื้องต้นนี้ สร้างประโยชน์มหาศาลทั้งค่าใช้จ่ายเเละเวลา อีกทั้งยังมีข้อเเนะนำเพื่อป้องกันโรคเเละสามารถเช็กโปรไฟล์ของเเพทย์เเละตารางคิวการรักษาได้อีกด้วย” ซีอีโอสมิติเวชกล่าว

นายแพทย์ชัยรัตน์ อธิบายว่า ผู้ใช้บริการสามารถวางใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล เพราะสมิติเวชใช้ระบบรักษาข้อมูลตามมาตรฐานสากล HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act) ส่วนแอปพลิเคชั่น Samitivej Plus โดยแอปพลิเคชั่นดังกล่าวจะเป็นเสมือนผู้ช่วยด้านสุขภาพที่ให้ข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าใช้บริการ (Pre Hospital) ระหว่างใช้บริการที่โรงพยาบาล (Hospital) จนถึงหลังจากกลับบ้านเพื่อพักฟื้นหรือดูแลตัวเอง (Post Hospital) เรียกว่า ให้บริการนัดหมายแพทย์ พบแพทย์ ชำระค่ารักษา ดูประวัติการรักษา ทั้งหมดจบในแอปพลิเคชั่นเดียว

“เราจะช่วยให้คุณสามารถรู้ทันโรคที่กำลังจะเป็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรใน 3-5 ปีนี้ เพื่อจะได้รู้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันเเละปรับตัว ที่สำคัญคือสามารถป้องกันไม่ให้โรคหรือปัจจัยดังกล่าวเกิดในอีก 10 ปีข้างหน้าได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเเพทย์ เป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบาหรือสกัดกั้นไม่ให้เป็นเลย เเต่เดิมคนมักจะมีทัศนคติว่าจะต้องป่วยก่อนเข้าโรงพยาบาล มีความกลัว ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนความคิดให้คนไข้สามารถเเละมีส่วนร่วมในการดูเเลสุขภาพ เปลี่ยนจาก sick-care เป็น self-care โดยโรงพยาบาลทำหน้าที่เป็น help-care (ช่วยเหลือ) คือเป็นโค้ชให้คำเเนะนำเเละคอยป้องกันไม่ให้พวกเขากลับมาป่วย จะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน”

ด้านไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทประกาศปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ หรือ Reinvent Business Model เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruptive ซึ่งผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าและบริการ

แนวทางการส่งเสริมให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ส่วนหนึ่งต้องมาจากการใส่ใจ ดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน หรือ Preventive Healthcare ไทยประกันชีวิตจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ดี ซึ่งมี Business Goal เดียวกันในด้าน Wellness Strategy คือ สมิติเวช เพื่อสร้าง EcoHealth System คือ การเชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพมอบสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าให้กับลูกค้า

ความร่วมมือโครงการ Healthy Life Plus กับสมิติเวชในครั้งนี้ จะเอื้อให้ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน “Samitivej Plus” ซึ่งป็นแอปพลิเคชันที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล และกลับจากโรงพยาบาล โดยเฉพาะการให้บริการที่ปรึกษาทางการแพทย์ Samitivej Virtual Hospital หรือโรงพยาบาลเสมือนจริง ซึ่งลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ง่าย สะดวกสบาย ด้วยค่าบริการที่เหมาะสม เหมือนกับการมารับบริการที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Samitivej Plus ได้ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android รวมถึงใช้บริการต่างๆ ในแอปพลิเคชันได้ฟรี อาทิ การนัดหมายแพทย์ การแจ้งเตือนการนัดหมาย ยกเว้นการใช้บริการ Samitivej Virtual Hospital ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้บริการ Samitivej Virtual Hospital ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถใช้บริการ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ แอปพลิเคชัน “Samitivej Plus”, แอปพลิเคชั่น “Thailife Card” และเว็บไซต์ www.thailife.com ผ่านบริการ iService

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถนำความต้องการของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการบริการในลักษณะ Personalized เฉพาะรายบุคคลได้ในอนาคต รวมถึงการร่วมกับสมิติเวชจัดกิจกรรมพิเศษด้านสุขภาพสำหรับลูกค้า หรือการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ด้านสุขภาพ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้กับลูกค้า

โดยในเบื้องต้นไทยประกันชีวิตร่วมกับสมิติเวช มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า สำหรับลูกค้าที่รับบริการตรวจสุขภาพ 5 โปรแกรม ได้แก่ การตรวจยีน 50 ยีน เพื่อดูความเสี่ยงโรคมะเร็ง การตรวจยีน 139 ยีน เพื่อดูภาวะสุขภาพ การตรวจดูความยาวของปลายสาย DNA คือตรวจดูอายุชีวภาพ (Telomere Program) การตรวจยีนเพื่อดูความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ Precision Alzheimer’s disease1 และการตรวจยีนเพื่อดูความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ Precision Alzheimer’s disease2 จะได้รับสิทธิตรวจ Fibroscan หรือการตรวจไขมันพอกตับฟรี เฉพาะการเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

“สิ่งสำคัญคือการต้องเปลี่ยนให้คนมองว่าการตรวจสุขภาพเป็นการป้องกัน โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ควรเข้าหา โดยไม่ต้องคิดว่าต้องเจ็บป่วยเสียก่อนถึงจะเข้ารักษา เป็นการยกระดับให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวเเละมีความสุข” ไชยกล่าว