ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. ในคดีกบฎ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลตัดสินยกฟ้อง 4แกนนำ กปปส. คดีกบฎ
  • ชี้พยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ไม่เพียงพอ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 ก.ค. 2562) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้พิพากษาได้มีการพิจารณาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ จากกรณีร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 – 1 พ.ค.57

โดยการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าวเป็นลักษณะความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ ซ่องโจร เพื่อปฏิวัติประชาชนและปฏิวัติประเทศไทยเพื่อกดดันให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นลาออก

ซึ่งจากการพิเคราะห์ พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 ราย ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุมหรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง

โดยการชุมนุมของ กปปส.ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของกปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63

ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง

สำหรับแกนนำ กปปส. ทั้ง 4 รายที่ศาลยกฟ้องในคดีดังกล่าวประกอบด้วย

  • นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี แกนนำ กปปส. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในเครือสำนักข่าวเนชั่น
  • นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี อดีต ส.ส.กทม.ร่วมชุมนุม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.
  • นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.)
  • นายเสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด

อนึ่งคดีสำนวนแรกนี้ อัยการยื่นฟ้อง ตั้งแต่ปี 2557 กรณีการร่วมชุมนุมกันของ กปปส.ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 – 1 พ.ค. 2557 ซึ

่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี

ขณะที่จำเลยทั้งสี่รายให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมตั้งทนายความสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยทั้งสี่ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งคดีเริ่มสืบพยานตั้งแต่ปี 2558-2562

ศาลสั่งคุก 25 ปี 6 เดือน หนุ่มจีนฆ่าชิงทรัพย์อาม่า คาคอนโด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลตัดสินประหารหนุ่มชาวจีนฆ่าอาม่าชิงทรัพย์ เมื่อ 11 ก.พ. 2562
  • แต่จำเลยสารภาพลดโทษเหลือคุก 25 ปี 6 เดือน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 ก.ค. 2562) ศาลอาญาได้มีการอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ อ.1189/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายวูซูหมิง (Wu Zhuo Ming) อายุ 28 ปีสัญชาติจีน

เป็นจำเลย ในความผิดฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการจะกระทำความผิดอย่างอื่น ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

หลังจำเลยได้ได้เข้าไปในห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยพหลโยธิน 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ จากนั้นได้ลงมือสังหารนางสาว อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าด้วยการบีบคอ จนเสียชีวิต โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา

โดยศาลได้พิจารณาจากพยาน และหลักฐานซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียม และตู้ ATM ที่ทำให้เห็นชัดว่าจำเลยและผู้ตายได้เดินเข้าไปในห้องด้วยกัน แต่เหยื่อไม่ได้กลับออกมาอีก จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยคือผู้ก่อเหตุ ศาลจึงสั่งตัดสินให้ ประหารชีวิตจำเลย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น

และจำคุก 1 ปีฐานเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหาย แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษทั้ง 2 ข้อหาเหลือจำคุก 25 ปี 6 เดือน และให้คืนเงินจำนวน 8,000 บาท รวมถึงจ่ายค่าสินไหมทดแทน 1 ล้านบาทให้กับครอบครัวของเหยื่อ พร้อมคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ

ปิยบุตร ซัดนโยบายรัฐบาลหละหลวม ทำไม่ได้จริง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เลขาฯ อนาคตใหม่ สนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นต้นเหตุของทุกปัญหา
  • ชี้แนวคิดนี้ไม่ได้ล้มล้างสิ่งใด แต่อยากให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง
  • วอนรัฐบาลอย่านำการปกป้องสถาบันมาโจมตีการเมือง

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาจบลง นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ก็ได้เปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายถึงข้อสงสัยในนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงเสร็จสิ้นไปตามลำดับ

ซึ่งการอภิปรายดังกล่าว ไฮไลท์อยู่ที่คิวการลุกขึ้นพูดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่เขาขอใช้สิทธิ์พูดแทนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค

โดยนายปิยบุตร ได้ตั้งข้อสงสัยในนโยบายของรัฐบาลว่า เป็นการกำหนดขึ้นมาแบบหลวมๆ เท่านั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เพราะการเป็นฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ก็คงจะผลักดันได้แค่นโยบายเฉพาะหน้า และคงทำได้แค่เพียงอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเท่านั้น นโยบายสำคัญๆ คงไม่สามารถผลักดันได้

พร้อมกันนี้นายปิยบุตร ยังได้กล่าวถึงนโยบายเรื่องสถาบันด้วย ว่า ขอฝากถึงรัฐบาลไม่อยากให้การปกป้องสถาบันถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง เพราะการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องประกอบด้วย 4 ประเด็นด้วยกันคือ

  • สถาบันฯ
  • ระบบประชาธิปไตย
  • ระบบรัฐสภา
  • เสรีภาพ ปชช.

ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นที่กล่าวมา รัฐบาลต้องปรับสมดุลให้ได้ แต่อย่าใช้การรัฐประหารเป็นวิธีในการปรับสมดุล ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมสนับสนุนเต็มที่ในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในหลายเรื่อง

โดยเฉพาะที่มาของ ส.ว.250 คน ที่ดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือกว่า ส.ส. ซึ่งมาจากเสียงของประชาชน และถ้าหากแก้ไขไม่ได้ก็ควรนำรัฐธรรมนูญ ปี 40 กลับมาใช้ใหม่ และยกเลิกรัฐธรรมนูญที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองนี้ทิ้งไป

โดยแนวคิดนี้ไม่ได้มีความคิดรุนแรง หรือต้องการล้มล้างสิ่งใด เพียงแต่ต้องการเรียกร้องในเรื่องต่างๆ ให้มันถูกต้อง เป็นมาตรฐาน และเป็นไปตามที่ควรจะเป็นไป และ ส.ส.อนาคตใหม่ทั้ง 81 ชีวิต พร้อมให้ความร่วมมือทุกๆ ฝ่ายในการนำประชาธิปไตยกลับคืนมา พร้อมแสวงหาอนาคตใหม่ๆ ร่วมกัน

ขอบคุณนายกฯ ที่นั่งฟัง ซึ่งสอบถามถึงการปฏิญาณตนของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือยัง ขอให้ชี้แจงด้วย

นโยบายของรัฐบาลเลื่อนลอย มีระบุไว้ แต่ไม่ได้จำเพาะเจาะจงในรายละเอียดแต่อย่างใด เช่น การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ได้กล่าวถึง แต่ไม่ได้ระบุว่า จะแก้ไข ดำเนินการอย่างไร ซึ่งส.ส.ทั้งหมดอยากทราบว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่างหาก

ประเด็นของการแก้ปัญหายาเสพติดและชายแดนใต้ ควรแยกออกจากกัน เพราะเมื่อมารวมกันทำให้มันเข้าใจผิดได้ว่า ปัญหายาเสพติดมีแต่เพียงภาคใต้หรืออย่างไร ซึ่งนโยบายทั้งหมด ไม่ได้ระบุความชัดเจนในการดำเนินการ

นอกจากนี้ยังมีนโยบายโลเล เช่น การทวงคืนพื้นที่ผืนป่า กับสนับสนุนให้ ปชช. อยู่ร่วมกับป่า ซึ่งสุดท้ายอยู่กันคนละทิศคนละทาง จะประสานกันได้อย่างไร นอกจากนี้นโยบายสนับสนุนการศึกษา แต่ให้มีการดำเนินการเรื่องหนี้กยศ.

ประเด็นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 400 บ. ของ พปชร. , การยกเว้น-ลดภาษี ที่ไม่มีระบุไว้ในนโยบาย ภูมิใจไทย เรื่องของกัญชา ก็มีเพียงระบุว่า ให้นำมาศึกษา แต่ที่หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะให้ปลูกได้ เป็นต้น’

ต้นตอของปัญหา มาจากการมี ส.ว. 250 คน ทำให้รัฐธรรมนูญออกแบบมาแบบนี้ ทำให้แต่ละพรรค จึงต้องเข้าไปร่วมในแนวทางนี้ ทำให้นโยบายจึงต้องออกมาหลวมๆ ไม่ชัดเจน

โดยสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลและประเทศไทย เสียโอกาสในการแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง