บก.ปอท.โต้ ไม่ได้ฟอกขาวให้ ‘บลู จิรารัตน์’

ประเด็นน่าสนใจ

*บก.ปอท.มีหมายเรียกเชิญ บลู จิรารัตน์ ชานันโท เข้าพบ หลังเจ้าตัวตั้งกรุ๊ปลับโชว์วาบหวิว
*ตำรวจ ปอท.ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.จิรารัตน์ เพียงแต่เรียกมาชี้แจงในฐานะพยานเท่านั้น
*โลกออนไลน์วิจารณ์ว่าตำรวจ บก.ปอท.ฟอกขาวให้บลู จิรารัตน์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ประเด็นน่าสนใจ

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมทางตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้มีหมายเรียกเชิญ น.ส.จิรารัตน์ ชานันโท หรือ น้องบลู เน็ตไอดอลและพริตตี้ชื่อดัง ที่เป็นข่าวมือที่สาม ระหว่าง ต้นหอม ศกุนตลา กับ ซัน ประชากร มาพบพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. กรณีเจ้าตัวตั้งกลุ่มลับ โชว์คลิปวาบหวิว โดยน.ส.จิรารัตน์ ได้เข้าพบพูดคุยกับพนักงานสอบสวนกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งทางตำรวจ บก.ปอท. เปิดโอกาสให้เจ้าตัวสมัครใจชี้แจงข้อสงสัยของสังคมต่อสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ตอบข้อซักถามในคดีว่า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.จิรารัตน์ แต่อย่างใด วันนี้ให้น.ส.จิรารัตน์ มาชี้แจงในฐานะพยานเท่านั้น จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก หาว่าตำรวจ บก.ปอท.ฟอกขาวให้บลู จิรารัตน์

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. โฆษก บก.ปอท. ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรณีของ น.ส.จิรารัตน์ นั้นเรื่องดังกล่าวเป็นที่จับตามองของสังคมตนจึงอยากอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่ากระบวนการที่ทาง บก.ปอท.ทำอยู่นี้เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้พิจารณาออกหมายเรียกให้สิทธิทางฝ่าย น.ส.จิรารัตน์ เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน ซึ่งมิได้กันเป็นพยานตามที่เป็นข่าว หรือรับรองว่าสิ่งที่ น.ส.จิรารัตน์เป็นเรื่องที่ถูกต้องแต่อย่างใด

หลังจากนี้พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. จะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากมีพยานหลักฐานครบถ้วนก็จะเรียก น.ส.จิรารัตน์มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ส่วนเมื่อวานนี้หลังจากที่ น.ส.จิรารัตน์ฯ เข้าพบพนักงานสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวประสงค์ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชน จึงอนุญาตให้สื่อฯ สอบถามเจ้าตัวได้

โดย น.ส.จิรารัตน์ อ้างว่าสิ่งที่ทำการไลฟ์สดนั้นเป็นเรื่องศิลปะ เป็นเรื่องที่ น.ส.จิรารัตน์ชี้แจงกับประชาชนผ่านสื่อฯ เอง ขึ้นอยู่กับผู้ที่รับฟังจะคิดเห็นกรณีเป็นอย่างไร ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ตำรวจ ปอท.ไปรับรองการกระทำของเขา

ทั้งนี้ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า บก.ปอท. มีการดำเนินคดีกับบุคคลที่เรียกตัวเองว่า “เน็ตไอดอล” แล้วประพฤติตัวไม่เหมาะสม โดยนำเข้าข้อมูลที่ผิดกฎหมายทั้งข้อมูลลามกอนาจารหรือชักชวนเล่นการพนัน อยู่หลายคดีเพื่อมิให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กและเยาวชน

เพจดังไม่โอเค วินจยย. บุกเพื่อไทย ร้องช่วยคัดค้าน แกร็บไบค์

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ยื่นเรื่องถึงพรรคเพื่อไทย คัดค้านรัฐดันแกร็บไบค์ถูกกฎหมาย
  • เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน โพสต์แนะปรับปรุงการให้บริการ ดีกว่าออกมาเรียกร้องกดดัน

จากกรณีที่วานนี้ (23 ก.ค. 2562) ชมรมเพื่อนแท้ชาววิน และกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กทม. กว่า 300 รายได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อเรียกร้องกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนโยบายรัฐบาล จากการจะผลักดันให้แกร๊บไบค์ถูกกฎหมาย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ส่งผลทำให้กลุ่มผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างได้รับความเดือดร้อน จนนำไปสู่ความขัดแย้งนั้น

ในวันเดียวกัน เพจดังอย่าง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ได้ออกมาแสดงความเห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับแนะนำว่า ก่อนที่จะออกมาเรียกร้องควรคิดปรับปรุงบริการเสียใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ใช่ออกมารวมตัวโวยวายไม่ได้รับประโยชน์เช่นนี้ เพราะสุดท้ายแล้วคนใช้บริการต่างหากที่จะเป็นคนเลือกว่าจะใช้หรือไม่

คนที่เค้าวิ่งทั้งแกร็บ ทั้งวิน ทั้งส่งอาหาร แม่งรวยเอารวยเอา
มึงไม่ปรับตัวเอง แล้วมึงจะโวยวายไปเพื่อ???
หรือที่ไปสมัครแกร็บ เค้าไม่รับ มึงมีประวัติอะไรมั้ย ดูตัวเองก่อน
นักเลงกันนัก เก๋ากันนัก ไปล้อมเค้า ไปด่าเค้า แกร็บมา เตรียมอดตายเถอะมึง
พรรคไหนไปช่วยมันคัดค้านแกร็บ กูจะด่าหื้อ . . .กระพือ อีดอก!!!!

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยกับเพจดังกล่าว และต่างเข้ามาเล่าประสบการณ์จากการใช้บริการวินจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก อาทิ

สำหรับความคืบหน้าของการดันแกร็บไบค์ให้ถูกกฎหมายของรัฐบาลนั้น ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้ส่งญัตติดังกล่าวไปให้สภาแล้ว และจะหารือกับบรรดา ส.ส.พรรคอีกครั้ง เพื่อให้เลื่อนญัตติดังกล่าวเป็นญัตติเร่งด่วนเพื่อบรรจุเข้าสู่สภาเพื่อนำไปศึกษาต่อไป

“สุเทพ” ขอรอความชัดเจน ปม ป.ป.ช.อาจชี้มูลความผิด กรณีสร้างโรงพักทดแทน

เมื่อเวลา11.45 ที่ศาลอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.)ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด กรณีโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ว่า

ก็อยากจะถามทางป.ป.ช.ว่า เขาชี้มูลความผิดเรื่องอะไร ตนก็อ่านตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นในเนื้อหาลึกๆ ขออนุญาตว่า ให้ได้รับแจ้งจากป.ป.ช.อย่างชัดเจนก่อน แล้วตนจะชี้แจงในแต่ละประเด็น ตามข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชน จำเป็นที่ต้องมีคำอธิบายต่อประชาชนบ้าง

นายสุเทพกล่าวต่อ จะบอกว่า กรณีเรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจแล้วไม่แล้วเสร็จ ได้มีการหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมือง กล่าวหาโจมตีตนมาหลายปีแล้วเริ่มตั้งแต่ช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ฯ (ปี 2556) แล้วคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีตน คือนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตกรมสอบสวนคดีพิเศษขณะนี้ตนก็ได้ดำเนินคดีกับนายธาริต และ นายธาริต ตอนนี้ถูกคำพิพากษาจำคุก

แต่ว่ากระบวนการในการพยายาม ที่จะดำเนินคดีกับตนก็ยังต่อเนื่องมาเฉพาะที่อยู่ในป.ป.ช.5 ปีเศษ ป.ป.ช.ใช้เวลาในการทำงานเรื่องนี้นาน 5 ปีเศษ นานมากเป็นประวัติการณ์ เพราะฉะนั้นเมื่อป.ป.ช.มีมติชี้มูลมาก็เป็นโอกาสที่จะได้นำหลักฐานไปพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม แล้วคดีนี้คงใช้เวลาไม่นานเพราะต้องไปสู่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผมต้องกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนที่มีใจเมตตากับผมมาตลอด ต้องทนรำคาญใจ ไม่สบายใจไปสักพักหนึ่ง เพราะว่าอีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏขึ้น ในการต่อสู้คดีในศาลฎีกา ส่วนคนที่คิดร้ายกับผม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่า กลุ่มใหม่ผมไม่ติดใจอะไรให้เขาลิงโลดยินดีไปสักพัก ผมก็ได้แต่ปลง

เพราะว่าก่อนหน้านี้ ก็มีคนพยายาม มาบอกให้ผมไปกราบไหว้วิงวอนใครบางคน ผมก็มาคิดว่าผมทำงานการเมืองมาตลอดเวลา ผมก็มีศักดิ์ศรี ผมไม่ใช่สุนัข เพราะฉะนั้นผมตั้งใจอย่างเดียวว่าถ้าเพื่อประชาชนแล้วให้ผมทำอะไรผมก็ทำได้ แต่ว่าจะไปขอความเมตตาจากคนที่คิดว่ามีอำนาจแล้ว

แต่ผมเลือกที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรี ด้วยการนำความจริงทั้งหมดไปสู้คดีในศาลฎีกา ผมจะไม่หลบหนีไปไหน เตรียมตัวที่จะสู้คดี เพราะฉะนั้นใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขออนุญาต เรียนชี้แจงว่า เวลาอีกไม่นานก็จะรู้ความจริง ความจริงตั้งใจจะไม่พูดอะไรในวันนี้ แต่รู้ว่าพี่น้อง ประชาชนมีสิทธิได้รับคำชี้แจ้ง นายสุเทพกล่าว

เมื่อถามว่า ในสัญญาการก่อสร้างโรงพัก เหตุใดจึงมีการเปลี่ยนแปลงสัญญา นายสุเทพ กล่าวว่าไว้รอฟังรายละเอียดดีกว่า ตนขอเรียนว่าสื่อว่า ให้ระมัดระวังในการนำเสนอข่าว จากการตรวจข่าววันนี้ มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงมากและตนอาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางกฎหมาย สื่อต้องดูว่าข่าวนั้นใครเป็นคนพูดและพูดว่าอย่างไร

ส่วนในเรื่องคดีกบฏฯ ว่า นายสุเทพ กล่าวว่า ในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ศาลอาญาจะพิจารณากลุ่มผู้ต้องหาชุดเล็กจำนวน 4 คน คือนายสกลธี ภัททิยกุล นายสนธิญาณชื่นฤทัยในธรรม นายเสรี วงษ์มณฑา และนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ โดยตนก็จะมาร่วมฟังคำพิพากษา เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับตนด้วย

ส่วนจะเป็นแนวทางในการพิจารณาคดีใกล้เคียงกันหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนเป็นผู้ร่วมการต่อสู้มาด้วยกันตนก็จะไปนั่งฟังการตัดสินของศาลและมาอยู่เป็นกำลังใจให้กับเพื่อผู้ร่วมอุดมการณ์