เป็บซี่ ประกาศขึ้นราคา 2-3 บาทต่อขวด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เครื่องดื่มเป็บซี่ขึ้นราคาเฉลี่ย 2-3 บาทต่อขวด
  • สาเหตุที่การปรับขึ้นราคานั้นเป็นไปตามกลไกของตลอด และไม่มีได้การปรับราคามานานแล้ว
  • สินค้าที่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกแนะนำมี 3 ขนาด

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มเป็บซี่ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกเครื่องดื่มเป็บซี่แล้วเฉลี่ย 2-3 บาทต่อขวด โดยให้มีผลตังแต่วันที่ 1 ก.ค. 2562 เป็นต้นมา

ซึ่งการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้ น.ส.ซีรีน โชติวิมุต ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ซันโทรี่ เป็ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เป็นการปรับขึ้นตามกลยุทธ์การค้า โดยกำหนดราคาจากสภาวะตลาด กลไกตลาด ที่ต้องปรับขึ้น อีกทั้งเป็บซี่ไม่ได้ปรับขึ้นราคาขายปลีกมานานแล้ว และที่ผ่านมาบริษัทก็แบกรับไว้

แต่เมื่อตลาดเป็นแบบนี้ การจะตรึงราคาต่อไปก็คงไม่ใช่ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นและมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพ พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องตลอดไป

ส่วนการเรียกจัดเก็บภาษีน้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพของกรมสรรพสามิตที่ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. นี้นั้นเป็นเพียงบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดของปัจจัยที่ทำให้บริษัทปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำอัดลมในตอนนี้

สำหรับสินค้าที่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกแนะนำมี 3 ขนาด ได้แก่ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ ขนาด 345 มิลลิลิตร เป็นราคา 12 บาท ขนาด 430 มิลลิลิตร เป็นราคา 15 บาท และขนาด 640 มิลลิลิตร ราคา 15 บาทเป็นราคา 17 บาท เป็นต้น

ครู ยุติทำหน้าที่แล้ว เซ่นคลิปด่าทอนักเรียนไม่ทำการบ้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปว่อนเน็ต ครูมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด่าทอ-ทำร้ายนักเรียน ไม่พอใจไม่ทำการบ้าน
  • จากนั้นครู ได้ออกมาขอโทษ ก่อนประกาศยุติทำหน้าที่ เพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • ครูคนดังกล่าวเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ที่กลับมาสอนต่อเพราะโรงเรียนขาดครูในด้านนี้

จากกรณีที่วานนี้ (23 ก.ค. 2562) ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อปรากฏคลิปของครูคนหนึ่ง ใช้น้ำเสียงดุดัน และด่าทอนักเรียนด้วยคำหยาบคาย หลังจากพบว่านักเรียนที่เขาสอนไม่ยอมทำการบ้านมาส่ง

จากนั้นได้ใช้สมุดเล่มดังกล่าวตีไปที่ศีรษะของนักเรียน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ซึ่งเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของครูนั้น

ในวันเดียวกัน ครูที่ปรากฏในคลิปได้ประกาศขอยุติการทำหน้าที่แล้ว พร้อมกับขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นไปด้วยความหวังดี ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายถึงขั้นบาดเจ็บแต่อย่างใด เพราะตนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าโรงเรียนขาดครูจึงอาสามาทำหน้าที่

โดยวันเกิดเหตุเป็นการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาตร์ ของนักเรียนชั้น ม.1 ซึ่งตนได้ให้การบ้านไปแต่กลับไม่มีนักเรียนคนไหนทำมาเลย ด้วยความโมโหจึงเรียกถามรายบุคคลเพื่อจะหาคะแนนส่วนอื่นมาช่วย

แต่ด้วยเป็นคนปากไว มือไว จึงพลั้งมือทำร้ายนักเรียนตามที่ปรากฏในคลิป ทั้งนี้การเป็นครูที่เคี่ยวเข็ญเด็กในแบบฉบับของตนคงหมดยุคไปแล้วในสมัยนี้ ดังนั้นจึงขอยุติบทบาทไม่กลับมาสอนหนังสืออีก

กทม.เผย 1 ปี จับปรับขับขี่บนทางเท้า เป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • 1 ส.ค. 62 จับปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า 2,000 บาท จากเดิมปรับ 1,000 บาท
  • ทาง กทม.เผยว่า ระยะเวลา 1 ปี จับกุมผู้กระทำผิด 20,659 ราย ปรับเป็นเงิน 11,179,500 บาท

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขต ครั้งที่ 6/2562

โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ผู้บริหารสำนักเทศกิจ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบายและรายงานผลการปฏิบัติงาน ณ ห้องกรุงธน 3 อาคาร 2 สำนักเทศกิจ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอให้ทุกสำนักงานเขตกวดขันการจอดหรือขับขี่จักรยานยนค์บนทางเท้า พร้อมทั้งจัดทำแผนกวดขันการจอดหรือขับขี่บนทางเท้าและตั้งจุดกวดขัน จับ-ปรับ รถจอดหรือขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดีแม้ปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะกำหนดอัตราโทษการจับปรับผู้กระทำผิดกรณีการจอดรถหรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า จำนวน 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นโทษที่ค่อนข้างสูง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอีกจำนวนไม่น้อย

กรุงเทพมหานครจึงมีนโยบายที่จะเพิ่มโทษปรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าเป็น 2,000 บาท โดยจะเริ่มจับปรับในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 62 เป็นต้นไป

โดยจะมีการรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมของการกำหนดโทษในอัตราที่สูงขึ้นนี้ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป สำหรับการจับปรับผู้กระทำผิดในช่วงนี้ให้ใช้อัตราโทษเดิมไปก่อนพร้อม ทั้งให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอัตราโทษจับหรับใหม่ให้ผู้กระทำผิดทราบด้วย

นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักเทศกิจประสานงานกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล จัดทำแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบประวัติผู้กระทำความผิด หากพบว่าเป็นผู้กระทำผิดซ้ำซากให้ดำเนินการลงโทษสูงสุด โดยไม่ให้มีการลดหย่อนอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ สำหรับการจับปรับผู้กระทำผิดกรณีการขับขี่บนทางเท้าระหว่างวันที่ 9 ก.ค. 61 – 21 ก.ค. 62 จับกุมผู้กระทำผิด 20,659 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 4,197 ราย ดำเนินคดี 14,678 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 1,784 ราย ปรับเป็นเงิน 11,179,500 บาท