เขื่อนป่าสักยังคงวิกฤติหลังฝนทิ้งช่วง เขื่อนไซยะบุรีแจงน้ำโขงแห้งไม่เกี่ยวกักน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงวิกฤตหลังจากได้รับผลกระทบฝนทิ้งช่วง
  • เขื่อนไซยะบุรี ได้ออกมาชี้แจงว่าสาเหตุของน้ำโขงที่แห้งไม่เกี่ยวข้องกับการกักน้ำของเขื่อน

ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักยังคงวิกฤติหลังจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ล่าสุดปริมาณน้ำสะสมอยู่ในอ่างเก็บน้ำร้อยละ 4.82 เปอร์เซ็นต์ หรือมีน้ำสะสมอยู่ที่ 46 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 960 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่มีฝนตกลงมาในลุ่มน้ำป่าสักเลยทำให้ไม่มีน้ำไหลลงอ่างของเขื่อนป่าสักฯ แต่ทางเขื่อนป่าสักจำเป็นต้องระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพื่อรักษาระบบนิเวศและใช้ในการอุปโภคบริโภค จากสภาพน้ำที่ลดลงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปีนี้ทำให้มองเห็นชุมชนเก่า บ้านเรือน วัด ที่ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้เขื่อนโผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นอีกครั้งในรอบหลายปี

ขณะนี้ทางเขื่อนป่าสักได้มีการทำกาลักน้ำ เพื่อผันน้ำไปช่วยหมู่บ้านท้ายเขื่อนให้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ให้กับพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดลพบุรี ได้แก่ อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ และอำเภอโคกสำโรง

ซึ่งจากปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักฯ ที่ลดลงจนเห็นโขดเนินต่างๆ สันดอนดินโผล่กลางเขื่อนเป็นแนวยาว จนรถจักรยานยนต์สามารถขับไปถึงกลางเขื่อนได้ ทำให้เห็นชุมชนเก่า ที่จมอยู่ใต้เขื่อนกว่า 20 ปี นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพบันทึกถึงวิกฤติความแห้งแล้ง ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักเก็บไว้ในความทรงจำ

ส่วนที่ จังหวัดร้อยเอ็ดหลังจากเกิดฝนทิ้งช่วงในพื้นที่รวมถึงทุ่งกุลาร้องให้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2562 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อสมาชิกของสหกรณ์ การเกษตรเกษตรวิสัยจํากัด กว่า 9,000 ราย พื้นที่นาข้าว179,000 ไร่ ต้นข้าวขาดน้ำกำลังจะแห้งตาย จนอาจจะส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง ต่อการผลิตข้าวในปีหน้า เพราะทุ่งกุลาร้องไห้ถือเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิชั้นดี สู่ครัวโลก

แต่ล่าสุดคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก เป็นบริเวณกว้าง กินเวลานานนับชั่วโมงทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เคยแห้งผาก ต้นข้าวขาดน้ำเกี่ยวเฉา ใกล้จะแห้งตายกับ ฟื้นคืนชีพ ขึ้นมาอีกครั้ง สร้างความดีใจให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ และพื้นที่ใกล้เคียงต่าง

โดยนางสาววาสนา วงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า สำหรับฝนดังกล่าวเกิดจากการทำฝนหลวง ซึ่งปรากฏว่า ผลออกมาดีเกินคาดซึ่งภารกิจของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังจะดำเนินต่อไปเพื่อ และคาดว่าอาจมีฝนตกลงมาอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ คาดว่าจะสามารถยืดเวลาข้าวให้เจริญเติบโตไปอีกอย่างน้อย 2 เดือน

มากันที่จังหวัดมุกดาหาร พันเอกผดุงศักดิ์ พันธ์วิไล รองผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมของชุดบรรเทาสาธารณภัย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 รถยนต์ตรวจการณ์ รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร และรถผลิตน้ำประปาสนาม ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวยบ้าน หลังยังได้รับ ผลจากภัยแล้งเพื่ออุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ชั่วคราว

ส่วนที่แม่น้ำโขง หลังจากภาวะน้ำ ที่เริ่มแห้งในหลายพื้นที่ โดยระบุว่า สาเหตุ เกิดจากการผลิตไฟฟ้า ของเขื่อนไซยะบุรี ในสปป.ลาว ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่น้ำโขงตอนล่างตั้งแต่ลาวลงไปถึงเวียดนามแห้งขอดหรือไม่ วันนี้ผู้บริหารเขื่อนถึงขั้นสาบานว่าไม่เกี่ยว

อำเภอเชียงของเป็นผลโดยตรงจากการปล่อยน้ำของเขื่อนจิ่งหงในจีน หลังจากนั้นน้ำจะไหลเข้าไปในลาว ก่อนไหลออกมาริมฝั่งไทย ก็เลยทำให้

โดยนาย ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บ.ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ยืนยันว่า เขื่อนไซยะบุรี ไม่ใช่ต้นตอของสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่มีปริมาณน้อยกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากฝนทิ้งช่วงและการปล่อยน้ำจากจีน นอกจากส่งผลให้เกิดภัยแล้งกระทบประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำแล้ว โรงไฟฟ้าก็ได้รับผลกระทบ

เนื่องจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอทดลองเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า โดยปริมาณน้ำขณะนี้ต่ำสุดในรอบ 50 ปี ซึ่งทางเขื่อน กักน้ำหน้าเขื่อนไว้เพียง 2.75 เมตร ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา จึงไม่ใช่ตัวการที่ทำให้น้ำท้ายเขื่อนแห้ง เพราะหากปล่อยน้ำออกไปจะใช้เวลาไม่นานน้ำท้ายเขื่อนจะลดลงเร็ว ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งได้จริง

ดีเดย์!! 1ส.ค.นี้ เพิ่มปรับ 2 พันบาท โทษขี่จยย.บนทางเท้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรุงเทพมหานคร เพิ่มโทษปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า จากเดิม 1,000บาท เป็น 2,000บาท เริ่ม 1สิงหาคมนี้
  • ด้านรองผู้ว่าฯ กทม. มอบหมายให้เทศกิจ ประสานงานกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล จัดทำแอพลิเคชั่น ตรวจสอบประวัติผู้กระทำความผิด หากพบว่าผิดซ้ำจะดำเนินการลงโทษสูงสุดทันที โดยไม่ให้ลดหย่อนเด็ดขาด

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยในที่ประชุมคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ ถึงเรื่องการจอดหรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า โดยขอให้ทุกสำนักงานเขตกวดขันอย่างเข้มงวด เพราะถึงแม้ตอนนี้ กทม.จะกำหนดอัตราโทษการจับปรับผู้กระทำผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า จำนวน 1,000 บาทแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ฝ่าฝืนจำนวนไม่น้อย แม้จะเป็นโทษที่ค่อนข้างสูง

ดังนั้นจึงมีนโยบายเพิ่มโทษปรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า เป็น 2,000 บาท โดยจะเริ่มวันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป รวมถึงจะรับฟังเสียงสะท้อนเกี่ยวกับความเหมาะสมของการกำหนดโทษในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เทศกิจ ประสานงานกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล จัดทำแอพลิเคชั่น ตรวจสอบประวัติผู้กระทำความผิด หากพบว่าผิดซ้ำจะดำเนินการลงโทษสูงสุดทันที โดยไม่ให้ลดหย่อนเด็ดขาด

2 ผู้บริหาร กทม.ลาออกเซ่น เตาเผาขยะหมื่นล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • 2 ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ
  • ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยันการลาออกของรองผู้ว่าฯ ไม่เกี่ยวกับโครงการเตาเผาขยะ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ยื่นหนังสือลาออก ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง โดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อน และเหนื่อยกับการทำงาน ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งมองว่าการลาออกครั้งนี้ เชื่อมโยงกับโครงการเตาเผาขยะไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากโครงการก็อยู่ระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้ โครงการเผาขยะจำนวน 2 แห่งคือ อ่อนนุช และ หนองแขม ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตรวจสอบความไม่โปร่งใสจากการร้องเรียนของเอกชน ซึ่งทางกทม.ได้ชี้แจงว่าพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน

โดยกรุงเทพมหานคร จะว่าจ้างให้เอกชนดำเนินการทำลายขยะด้วยวิธีการเผา ในราคาตันละไม่เกิน 900 บาท ซึ่งรวม 20 ปี ตามสัญญา จะมีมูลค่าถึง 13,140 ล้านบาท

สำหรับนายจักกพันธุ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ภายหลังเกษียณอายุราชการ 19 วัน และเป็นหนึ่งในทีมรองผู้ว่าฯ กทม. ที่ พล.ต.อ.อัศวิน เลือกเข้ามาทำงานด้วยความไว้วางใจ

ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ยืนยันเสมอว่า หากไม่มีนายจักกพันธุ์ ก็ไม่มีผู้ว่าฯ อัศวิน ถ้าผู้ว่าฯ อัศวิน ไปไหน นายจักกพันธุ์ ต้องไปด้วย สำหรับห้องทำงานนายจักกพันธุ์ ได้ถูกปิดเงียบ และได้รับรายงานว่านายจักกพันธุ์ ได้เก็บเอกสาร ออกจากห้องทำงานไปตั้งแต่วันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ด้านแหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ สาเหตุการลาออกของนายทวีศักดิ์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะมีแรงกดดัน และข้อกังวลเกี่ยวกับการลงนามอนุมัติโครงการเตาเผาขยะหมื่นล้าน เนื่องจากนายทวีศักดิ์ เป็นรองผู้ว่าฯ ลำดับถัดจากนายจักกพันธุ์

ล่าสุดช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้ว่าฯกทม.แล้วเช่นกัน โดยคาดว่า ผู้ว่าฯกทม.จะปรับคณะผู้บริหารกทม.ใหม่ โดยอาจแต่งตั้งรองผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ทดแทน ซึ่งคาดว่าอาจเป็นพล.ต.อ.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และนายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา