กรมสรรพสามิต ชงเก็บภาษีเบียร์ 0% – ขึ้นราคาน้ำอัดลม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ร้านค้าเตรียมขึ้นราคาน้ำอัดลม ขวดละ 2-3 บาท เริ่ม 1 สิงหาคมนี้
  • กรมสรรพสามิต เดินหน้าเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาเก็บภาษีเครื่องดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต กล่าวว่า กำลังเร่งศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ หรือ เบียร์ศูนย์เปอร์เซ็นต์ โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม ระหว่างอัตราจัดเก็บระดับใกล้เคียงกับเบียร์ทั่วไป หลังพบว่าเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ในไทย กระตุ้นให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น สวนทางกับต่างประเทศ ที่จำหน่ายเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ เพื่อลดปริมาณนักดื่ม ซึ่งเอกชนมักหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นคัดค้านการเก็บภาษีดังกล่าว โดยกรมฯ จะเร่งศึกษา และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป

ส่วนกรณีที่ร้านค้าปลีก และร้านโชห่วย ทั่วประเทศจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม ขวดละ 2-3 บาท ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เนื่องจากกรมสรรพสามิตจะมีการปรับขึ้นภาษีความหวานรอบสองในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สินค้าประเภทเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่ต้องขออนุมัติการปรับขึ้นราคาจากกรมการค้าภายใน เพียงแต่ผู้ประกอบการแจ้งการปรับขึ้นราคาและเหตุผลมายังกรมฯ ให้รับทราบ

ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวไม่ใช่สินค้าควบคุม เพียงแต่เป็นสินค้าที่อยู่ในบัญชีที่ต้องติดตามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีร้านค้ากักตุน และปฏิเสธการขายเพื่อที่จะนำไปขายหลังวันที่ 1 สิงหาคม ในราคาใหม่ ถือว่ามีความผิด โทษปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเบื้องต้นทราบว่าสินค้าไม่ขาดตลาด ยังมีจำหน่ายตามปกติ แต่หากประชาชนพบสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งมายังกรมฯ หรือสายด่วน 1569 เพื่อที่จะส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้บัญชาการทหารบก สั่งสร้างทหารยุคใหม่ เสริมภาษาอังกฤษในหลักสูตรนักเรียนนายร้อย

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เตรียมพบปะผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรมกว่า 800 นายทั่วประเทศ ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ หลังมีการทดสอบร่างกาย และภาษาอังกฤษ พร้อมทดสอบความรู้ทางทหาร ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรมยุทธศึกษา ทบ.

ทั้งนี้ จะเป็นการทดสอบ ด้วยข้อสอบใหม่ ตำราใหม่ หลักนิยมทางทหาร (Military Doctrine) ยุคใหม่ และ How to deal with the complex wars โดยพลเอกอภิรัชต์ เล็งเห็นว่า กองทัพสหรัฐอเมริกา ที่กองทัพบกไทยยึดเป็นต้นแบบการจัดกองทัพ และการฝึกมายาวนาน

แต่ในปัจจุบันสหรัฐฯ มีการปรับปรุงเอกสาร ตำราการเรียน และหลักนิยมทางทหาร ให้เข้ากับภารกิจ ภัยคุกคาม และสถานการณ์ ดังนั้น จึงจะให้มีการจัดทำข้อสอบใหม่จากตำราใหม่หลักนิยมทางทหารต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนไป รวมถึงหลักคิดเรื่องสงครามลูกผสม Hybrid Warfare เช่น ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

นอกจากนี้ สั่งการให้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ของทั้งโรงเรียนนายสิบทหารบก โรงเรียนนายร้อย จปร. ให้ทันสมัย สอดรับสถานการณ์ โดยเน้นสร้างกำลังพลให้เป็นผู้นำในอนาคต รวมทั้งจัดให้มีการเรียนการสอน หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างนายทหารที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และการเสริมความรู้ด้านไซเบอร์ให้นักเรียนนายร้อย จปร. ด้วย

ย่าโวย! ครูตีหลานเลือดอาบ สั่งให้โกหก “โดนตะปูตำ”

ประเด็นน่าสนใจ

  • บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีเฟซบุ๊กท่านหนึ่งโพสต์ข้อความว่า ครูอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ จ.บุรีรัมย์ ใช้ความรุนแรงกับเด็ก จนเด็กหัวแตก
  • ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่า ครูยังได้สั่งให้เด็กโกหกว่า หัวตำตะปูในห้องน้ำจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ
  • ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดระบุว่า ครูที่ถูกกล่าวหา ได้เข้าไปขอโทษผู้ปกครองแล้ว ด้านญาติเตรียมแจ้งความ

กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวพฤติกรรมของครูอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ใช้ความรุนแรงกับนักเรียน

โดยระบุว่า ครูให้เด็กโกหกเพื่อแลกกับเงินประกันอุบัติเหตุ 300 บาท ทั้งที่เหตุเกิดจากฝีมือครู ตีเด็กหัวแตก ผ่านไป 2 วันผู้ปกครองก็ยังเข้าใจว่าเด็กได้แผลมาจากอุบัติเหตุ ที่มีใบรับรองแพทย์กับผ้าปิดแผลที่หัว

กระทั่งความแตกเพราะเด็กหลุดปากบอกว่าครูใช้ไม้ฟาดเด็กหัวแตก ก่อนจะเพิ่งมาขอโทษผู้ปกครองเด็ก ทำให้ผู้ปกครองไม่เข้าใจว่าจะให้เด็กโกหกทำไมว่าหัวตำตะปูในห้องน้ำ จึงสงสัยถึงจรรยาบรรณความเป็นครูในกรณีนี้โพสต์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

เมื่อสอบถามไปยังนางดำรง คำพันธ์ อายุ 57 ปี บอกว่าเหตการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เหตุเกิดขึ้นกับหลานชาย เมื่อวันที่ 19 กรกรฏาคมที่ผ่านมา โดยครูเอาใบรับรองแพทย์มาให้พร้อมบอกว่า น้องเติส หลานตัวเองเดินไปชนห้องน้ำหัวแตก

ส่วนตัวก็ไม่ติดใจอะไรคิดว่าหลานอาจซุกซนตามประสาเด็ก จึงตักเตือนหลานตามปกติ เมื่อมาถึงบ้านสังเกตบาดแผลพบว่าเป็นรอยผิดปกติร่องรอยไม่เหมือนโดนตะปูห้องน้ำตามที่ครูแจ้งประกอบกับบาดแผลอยู่ด้านหลังของหัวซึ่งหากเดินไปชนตะปูน่าจะเป็นแผลด้านหน้า 

กระทั่งผ่านไป 2 วันในวันนี้ เพื่อนร่วมชั้นของเด็กชายหลุดปากบอกว่าครูใช้ไม้ตีหัว ไม่ใช่อุบัติเหตุ ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกตกใจมากว่าทำไมครูต้องสั่งให้หลานโกหก ไม่บอกความจริง พอทราบความจริงตนจึงได้ไปสอบถามจากปากหลานเอง

หลานชายจึงมาเล่าให้ฟังว่า ถูกครูตีหัวจริงๆ พร้อมกับครูสั่งให้โกหกว่าโดนตะปู เพียงแค่จะได้เบิกเงินประกันชีวิต 300 บาทจากทางโรงเรียนไปจ่ายค่าทำแผล จะได้ไม่ต้องเสียเงินเองเท่านั้น

พอครอบครัวทราบความจริงแล้ว ครูที่ก่อเหตุจึงได้มาขอโทษที่บ้าน พร้อมซื้อนม 2 กล่องมาขอโทษ แต่ตากับยายของเด็ก ยอมรับไม่ได้ที่ถูกครูทำเช่นนี้ จึงเตรียมเข้าแจ้งความที่ สภ.โนนดินแดง ต่อไป